หน้า: [1] 2 3 ... 10

1 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / แจก คลิป + รูป ในกรุครับ

เริ่มโดย utaka05 - กระทู้ล่าสุด โดย utaka05 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 08:20:10 AM

เด็ก ๆ ตี๋ๆว่าวกันมันส์เลย http://freakshare.net/files/9yn39rdw/clip-1.rar.html
โชวกันใหม่ ต่ำกว่า 18 http://sharingmatrix.com/file/13550551/clip_2.rar
คาชุด http://sharingmatrix.com/file/13555215/zammy.rar
ตี๋ ๆ   http://sharingmatrix.com/file/13555217/clip_8.rar
เด็กไทยบ้าน ๆ   http://freakshare.net/files/792alc9c/thaichild.rar.html
สำหรับคนชอบกางเกงบอล

รูปกางเกง เซ็ก ๆ 1 ใส่ซะตุงเลยhttp://freakshare.net/files/s0keql4g/Soccer-kit.part1.rar.html
รูปกางเกง เซ็ก ๆ 1 ใส่ซะตุงเลยhttp://freakshare.net/files/ahyzv6mz/Soccer-kit.part2.rar.html



3 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / รบกวนช่วยกันแจ้ง เรื่องเล่าที่จบแล้ว ให้ด้วยนะครับ

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:09:39 AM


สวัสดีครับ
พอดีจัดการบอร์ดใหม่หมด จึงอยากใช้โอกาสให้เพื่อนๆ น้องๆ ช่วยแจ้งเข้ามาหน่อยว่ามีเรื่องไหน ที่เล่าไว้จบแล้ว บ้างจะได้นำมารวบรวมให้เป็นหมวดหมู่กันอีกครั้ง
ขอบคุณครับ

4 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / ร.ด. หฤโหด โดย หนุ่มน.ศ.

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:09:35 AM


เรื่อง ร.ด. หฤโหด
โดย  หนุ่มน.ศ.
=================================
สวัสดีครับทุกท่าน ผมกลับมาแล้วครับ กลับมาพร้อมกับเรื่องจริงระทึกใจเรื่องใหม่ ที่คุณสามารถติดตามได้ตลอดช่วงต้นปีนี้ ก่อนที่จะไประเบิดความมันส์กับภาคต่อของ ฟุตบอลสื่อรัก พร้อมๆ กับต้อนรับฟุตบอลโลก 2006 กลางปีนี้
อ่านชื่อเรื่องแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับ เรื่องนี้เป็นบันทึกประสบการณ์จริงของการฝึกร.ด. ปี 3 ของผม ที่เขาชนไก่ ซึ่งหลายท่านคงจะเคยมีประสบการณ์สุดโหดนี้มาแล้ว แต่เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการฝึกที่นั่นที่น้อยคนจะล่วงรู้ เป็นการตีแผ่ชีวิตและการฝึกของนศท. ปี 3 อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีการเล่ามา ซึ่งสนุกจริงๆ ครับ และขอย้ำว่า ทุกเรื่อง เป็นเรื่องจริงทั้งหมด เพียงแต่เปลี่ยนชื่อตัวละครไปตามความเหมาะสม น้องๆ นศท. ที่จะต้องเข้ารับการฝึกทุกคน ถ้าอยากทราบรายละเอียดในการไปฝึกเพื่อที่จะเตรียมตัวในการไปฝึกล่วงหน้าก็สามารถอ่านเป็นแนวทางได้ครับ
เรื่องนี้อาจจะไม่เน้นเซ็กส์เท่าไหร่ แต่จะเน้นมากในเรื่องของความเป็นลูกผู้ชาย และความแข็งแกร่งอดทนตามวิสัยของชายชาตินักรบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตของลูกผู้ชาย ถ้าคุณชอบอ่านเรื่องแนวๆ นี้ล่ะก็ ขอเชิญติดตามอ่านได้เลยครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ตอนที่ 1
" ตอนเรียงสิบ มาหาข้าพเจ้า ! "
สิ้นเสียงคำสั่งของครูฝึกหนุ่ม นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 ทุกคนก็รีบลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปยังที่รวมพลทันที ต่างก็รีบเข้าแถวเรียงตามลำดับไหล่เป็นแถวตอน 10 แถวด้วยความรวดเร็ว และในขณะเดียวกันก็ยกมือซ้ายเท้าสะเอว พร้อมกับสะบัดหน้าไปทางหัวแถว ทุกคนยืนหลังตรง ขาทั้งสองตึง ยกอกจนผึ่งผายด้วยท่าทางที่องอาจแข็งแรงยิ่งนัก ครูฝึกหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะสั่งด้วยเสียงอันดังว่า
" นิ่ง ! "
ทุกคนลดมือลง พร้อมกับสะบัดหน้ากลับไปอยู่ในท่าตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ครูฝึกหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าแถว พูดเสียงดังว่า
" ต่อไปจะให้ครูสุทัศน์ มาพูดเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปเข้าค่ายฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่ ตั้งใจฟังด้วย นักศึกษา ตรงหน้า วันทยหัตถ์ ! "
นักศึกษาวิชาทหารทุกคนยกมือขวาขึ้นวันทยหัตถ์แสดงความเคารพ ครูสุทัศน์เดินมาหยุดตรงหน้าแถว แสดงการเคารพตอบ แล้วครูฝึกหนุ่มจึงสั่งต่อว่า
" มือลง ! "
ทุกคนลดมือขวาลง อยู่ในท่าตรง แขนทั้งสองข้างห้อยอยู่ข้างลำตัว
" นั่ง ! "
ทุกคนรีบทรุดตัวลงนั่งทันที เหลือครูสุทัศน์ยืนอยู่คนเดียว ครูสุทัศน์ยืนถือโทรโข่งอยู่ข้างหน้า แล้วเริ่มพูดช้าๆ
" อาทิตย์หน้าแล้ว ที่นักศึกษาจะต้องไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่ ครูอยากจะให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพราะฝึกภาคสนามไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ใครไม่แข็งแรงจริงฝึกไม่ไหวหรอก ไป 5 วันอย่านึกว่าจะสบาย ครูบอกไว้ก่อนเลยด้วยความหวังดี ร่างกายต้องฟิต จิตใจต้องโคตรแกร่ง จึงจะผ่านการฝึกครั้งนี้ไปได้ ช่วงนี้ก็ออกกำลังกายวะหน่อย ร่างกายจะได้แข็งแรง อย่ามัวแต่ชักว่าว มันไม่ดี "
นักศึกษาวิชาทหารบางคนแอบอมยิ้มเมื่อได้ยินคำนี้ ครูสุทัศน์หยุดนิดนึง แล้วจึงพูดต่อ
" เตรียมข้าวของไปให้พร้อม บัญชีรายชื่อของที่ต้องเตรียมไป ครูก็แจกให้ทุกคนไปแล้ว ก็หวังว่าจะไม่มีใครลืมอะไรนะ เอาไปแต่ของที่จำเป็น จะได้ไม่หนัก ใครมีโรคประจำตัวอะไรก็เตรียมหยูกยาไปให้พร้อม เผื่อเป็ยอะไรขึ้นมาจะได้มียากิน ทุกคน ทราบ ! "
" ทราบ! "
ทุกคนตอบพร้อมกัน
" เอ้า ใครมีอะไรจะถาม ถามมาได้ "
นักศึกษาวิชาทหารคนหนึ่งยกมือขึ้น ตะโกนถามว่า
" เอากล้องถ่ายรูปไปด้วยได้มั๊ยครับ ! "
นักศึกษาคนที่ถามนั้นนั่งอยู่เกือบหลังสุด ครูสุทัศน์จึงได้ยินไม่ชัดนัก ก็เลยถามคนข้างหน้าว่ามันถามว่าอะไร พอรู้คำถามแล้วก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบว่า
" ไปฝึกนะ ไม่ได้ไปเที่ยว เอาไปทำเจิ๋ม้ยไรล่ะ ไม่มีเวลาถ่ายหรอก "
นักศึกษาหลายคนหัวเราะเบาๆ ครูสุทัศน์พูดต่อ
" แล้วก็อีกเรื่องนึง เรื่องนี้ครูเห็นมาทุกปี เรื่องแอบมุดเต็นท์เพื่อนตอนกลางคืน ขอเลยนะ อย่าทำ ถึงพวกครูจะไม่รู้ จับไม่ได้ แต่มันไม่ใช่เรื่องดีเลย มันทุเรศ มุดไปเย็ดตูดกัน หรือไม่ก็อมจู๋น้อยกัน เห็นประจำ อย่านึกว่าครูไม่รู้ ครูทุกคนรู้ แต่ไม่อยากยุ่ง เตือนไว้ก่อนเลยนะ อย่าคิดจะทำเด็ดขาด แต่ครูเชื่อว่ากองร้อยนี้คงไม่มีใครทำเรื่องวิตถารแบบนี้หรอก ดูหน้าก็เห็นว่าเป็นผู้ชายกันทั้งนั้น คงไม่มีใครโง่เอาจู๋น้อยไปยัดตูดหรอก สกปรกจะตายห่า เก็บเอาไว้เย็ดจิ๋มดีกว่า จริงมั๊ย "
ทุกคนยิ้ม แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เงียบไปพักนึง ครูสุทัศน์ก็พูดขึ้นมาว่า
" เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนเข้าใจดีกันแล้ว ก็ขอให้โชคดีในการฝึกภาคสนามกันทุกนายก็แล้วกัน ทั้งหมด ลุก ! "
ทุกคนรีบลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว ครูสุทัศน์สั่งต่อ
" จัดแถว ! "
ทุกคนยกมือซ้ายขึ้นเท้าสะเอว สะบัดหน้าไปทางหัวแถว แล้วตะโกนว่า " เฮ้ ! " แล้วครูสุทัศน์ก็สั่งต่อไปด้วยเสียงดังมาก
" นิ่ง ! "
ทุกคนลดมือลง พร้อมกับสะบัดหน้ากลับไปอยู่ในท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ต่างก็ยืนนิ่งไม่กระดุกกระดิกเลย เมื่อครูสุทัศน์เห็นว่าทุกคนเรียบร้อยดีแล้วก็สั่งว่า
" เลิกแถว ! "
สิ้นคำสั่งนี้ นักศึกษาวิชาทหารทุกคนก็แยกย้ายกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทางทันที
.................................
( ติดตามตอนต่อไป เร็วๆ นี้ครับ [/img]
ขอบคุณกำลังใจจากทุกๆ คนนะครับ ผมมาเล่าต่อแล้วครับ เรื่องอาจจะหยาบคายและล่อแหลมไปนิดแต่ก็ถือว่า อ่านเพื่อความบันเทิงนะครับ เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นแบบนี้จริงๆ
............................
ตอนที่ 2
ที่โรงอาหารในศูนย์ฝึกร.ด.
" ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอไอ้หนุ่ม "
เสียงทุ้มๆ ของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังผม ผมหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นไอ้อ๊อต เพื่อนสนิทของผมกำลังเดินเข้ามาหา ผมยิ้มให้มันก่อนจะพูดว่า
" เดี๋ยวค่อยกลับว่ะ เมื่อย อยากจะนั่งพักซักหน่อย นั่งคุยกันก่อนสิวะ "
ไอ้อ๊อตนั่งลงข้างๆ ผม ผมเพิ่งเห็นมามันไม่ได้มาคนเดียว แต่มีเพื่อนตามมาด้วยอีก 3 คน แต่พวกเขาไม่นั่ง กลับยืนอยู่ตรงหน้าผม หนึ่งในสามคนนั้นพูดขึ้นมาว่า
" วันนี้ซวยชิบหายเลยว่ะ โดนตัดผมเลย พวกมึงดูสิ แม่งครูฝึกแม่งเหี้ยจริงๆ ผมกูก็ยังไม่ยาวซะหน่อย แต่ก็โดนซะงั้น อีช่างเหี้ยนั่นก็ตัดซะสั้นเลย หมดหล่อเลยกู "
ขณะที่เขาพูด เขาก็ถอดหมวกออก เผยให้เห็นหัวเกรียนๆ ขาวสะอาดที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ ไอ้อ๊อตมองหัวของเพื่อนแล้วก็หัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า
" 5555 กบาลขาวเชียวนะมึง แต่ก็เท่ห์ดีนี่หว่า ดูแมนดี แมนกว่าตอนที่มึงไว้ผมรองทรงแบบยาวๆ ซะอีก มึงรู้มั๊ย มึงตัดผมแบบนี้ดูเป็นผู้ชายแท้ๆ ขึ้นเยอะเลย ไอ้เทพ "
ไอ้เทพเบ้ปาก พลางเอามือเกาตูดไปด้วยอย่างไม่อายสายตาคนที่เดินผ่านไปมา
" ควย ไม่เกี่ยวสัด กูว่าหัวเกรียนๆ แบบนี้ดูเหี้ยมากกว่า ดูไม่ได้เลย กูไม่ชอบทรงนี้เลยจริงๆ กูถือว่าตัดเตรียมไว้สำหรับเข้าค่ายที่เขาชนไก่ก็แล้วกัน อย่างน้อยไปที่โน่นจะได้ไม่มีครูฝึกคนไหนมายุ่งกับกบาลกูอีก "
ไอ้อ๊อตยิ้ม แล้วเอามือลูบต้นคอไอ้เทพเบาๆ ก่อนจะบีบช้าๆ ปากก็พูดไปด้วย
" เออ นี่ก็ใกล้จะไปเข้าค่ายแล้ว พวกมึงเตรียมตัวอะไรกันบ้างหรือยังวะ "
ผมซึ่งเงียบอยู่นาน เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ตอบขึ้นมาก่อนว่า
" เราออกกำลังกายทุกวันว่ะ ทั้งวิ่ง เล่นกล้าม ยกดัมเบลล์ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนจะไปฝึก เรากินแบรนด์ด้วยนะ แล้วเราก็ว่ายน้ำ ไปตีเทนนิส แล้วก็... "
ผมยังพูดไม่ทันจบ ไอ้อ๊อตก็สอดขึ้นมาว่า
" พอ พอแล้วไอ้หนุ่ม รู้แล้วว่านายฟิต สุดยอดจริงๆ เราเองยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยเชื่อมั๊ย ทุกวันเรายังชักว่าว ดูหนังโป๊ เล่นเว็ปแคม อยู่เลยว่ะ จริงๆ นะเนี่ย "
ไอ้อ๊อตพูดน้ำเสียงจริงจัง เพื่อนของผมทุกคนจะพูดสุภาพกับผมเสมอ เพราะพวกเขาเห็นว่าผมพูดจาสุภาพ ก็เลยเกรงใจไม่กล้าพูดหยาบด้วย แต่กับเพื่อนคนอื่นๆ แล้วพวกเขาก็พูดมึงมาพาโวยตามปกติ หยาบๆ เถื่อนๆ ตามประสาผู้ชาย ถึงจะไม่ใช่ผู้ชายเต็มตัวก็เหอะ
ถูกแล้วครับ เพื่อนของผม 2 คนนี้เป็นเกย์ทั้งคู่ พวกเขาพิศมัยในเรือนร่างผู้ชายด้วยกัน แต่ก็ไม่มีใครมองออกว่าเขา 2 คนเป็นเกย์ เพราะเขาทั้ง 2 คนแมนสุดๆ เรียกวาแมนเกินล้านเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ ไอ้เทพโดนครูฝึกให้ไปตัดผมซะเกรียน ยิ่งทำให้มันดูแมนมากขึ้น ตัวของไอ้เทพใหญ่ กล้ามเป็นมัดๆ เพราะเล่นกล้ามด้วย หน้าตี๋ หัวเกรียน แถมยังเป้าตุงซะขนาดนั้น จึงไม่มีใครสงสัยเลยว่า มันจะเป็นเกย์ เพราะลักษณะทุกอย่างของมันเป็นลักษณะของชายแท้ชัดๆ
" แล้วมึงล่ะไอ้เทพ เตรียมตัวอะไรบ้าง "
ไอ้เทพเอามือออกจากตูดแล้วเอื้อมไปตบตูดเพื่อนอีกคนที่ยืนข้างๆ 1 ที แล้วจึงตอบเสียงดัง
" ของกูก็ไม่ได้เตรียมอะไรหรอก ก็แค่เตรียมร่างกายแบบเดียวกับที่ไอ้หนุ่มมันทำ แต่ของกูจะมีเพิ่มเติมนิดหน่อย คือกูจะแดกเยอะๆ น่ะ แดกแต่ของที่บำรุงร่างกายเท่านั้น งดแดกเหล้าชั่วคราว งดดูดหรี่ด้วย (บุหรี่[/img]
ร่างกายจะได้ฟิตๆ หน่อย แล้วก็งดชักว่าวชั่วคราว เดี๋ยวจะไม่มีแรงตอนไปฝึก จะไปเขาชนไก่ทั้งที ร่างกายกูต้องพร้อมว่ะสัด "
ไอ้อ๊อตยักคิ้วแบบกวนๆ แล้วหันไปทางเพื่อนอีกคนที่เมื่อกี้ถูกไอ้เทพตบตูด
" แล้วมึงล่ะ ปิงปิง "
ปิงปิงแยกเขี้ยว ก่อนจะพูดเสียงหวานว่า
" ฉันจะเตรียมถุงยางไปเยอะๆ เลย เพราะว่าฉันจะไปล่าไม้จ้ะ ขอบอก "
ทั้งผม ไอ้อ๊อต และไอ้เทพ ถึงกับตาเหลือกเมื่อได้ยินคำนี้ ผมอ้าปากค้างอยู่นาน แล้วก็ถามออกไปอย่างงงๆ ว่า
" แกว่าอะไรนะ เอาจริงเหรอวะปิง "
ปิงปิงเอามือปิดปากแล้วก็หัวเราะคิกๆ อย่างพอใจ ไม่ตอบคำถามผม เพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่พูดขึ้นแทนว่า
" ถูกแล้วล่ะ ปิงปิงกับฉันจะเอาถุงยางไปด้วย พวกแกไม่เข้าใจเหรอ ไปร.ด. เนี่ยผู้ชายเป็นฝูงเลยนะแก เยอะมากเลยแกก็รู้ ยิ่งผู้ชายเยอะควยก็ยิ่งเยอะ จริงมะ นี่แหละสวรรค์ของเกย์สาวอย่างพวกฉันล่ะ ดึกๆ พวกฉันก็จะมุดเต็นท์โน้น เข้าเต็นท์นี้ ออกเต็นท์โน้น เต็นท์ไหนเด็ดหน่อยก็มุดหลายๆ รอบหน่อย โฮะ โฮะ โฮะ แล้วฉันกับอีปิงก็จะแข่งกันด้วยนะแก ว่าใครจะกินควยได้มากกว่ากัน อุ๊ย! คิดแล้วเปรี้ยวปากม๊ากๆ ผู้ชายเป็นร้อยๆ ควยทุกขนาดเลยด้วย ฮิ ฮิ ฮิ สบายตูดแน่ๆ เลย "
ไอ้อ๊อตส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
" มึงอย่าบ้า ไอ้สัตว์ มึงอย่าลืมว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ไปก็เป็นผู้ชายแท้ๆ กันทั้งนั้น แล้วมึงจะไปมุดเต็นท์เขาได้ไงวะ อีบุ๋งบิ๋ง เดี๋ยวก็โดนตีนหรอก เขาไม่เล่นกับมึงด้วยแน่ๆ และอีกอย่างฝึกแต่ละวันก็เหนื่อยจะตายห่า กูว่ามึงไม่มีแรงไปล่าไม้ล่าควยอะไรอย่างที่มึงอยากจะทำหรอก "
ปิงปิงสอดขึ้นมาว่า
" อีโง่ ฉันไม่มุดมั่วแบบนั้นหรอก ฉันวางแผนเอาไว้แล้ว ฉันจะถามพวกเขาก่อนว่าชอบแบบนี้หรือเปล่า ถ้าชอบฉันก็จะขอเบอร์เต็นท์เขาไว้ ถ้าไม่ชอบฉันก็ไม่ยุ่งด้วย และนี่นะ เพื่อนๆ โรงเรียนของเราน่ะ ฉันไปคุยมาแล้ว คนที่ชอบแบบเดียวกับพวกเราน่ะ เขาก็อยากจะสนุกเสียวแบบนี้เหมือนกัน โธ่! ครั้งเดียวในชีวิตเลยนะที่จะได้สนุกกันคืนละเยอะๆ แบบนี้ พลาดไปเสียดายตาย เขาให้ฉันกับบุ๋งบิ๋งมุดเต็นท์ได้ ยังไงถ้าเกิดหาเต็นท์ผู้ชายต่างโรงเรียนมุดไม่ได้ ก็มุดเต็นท์พวกเดียวกันก็ได้ พวกแกก็เอาด้วยใช่มั๊ย พวกแกก็ชอบแบบเดียวกับฉันนี่ "
" เออ เออ แต่กูไม่เอาตูดมึงหรอกนะ อีปิง อีบิ๋ง กูอยากเอาตูดพวกแมนๆ มากกว่า นี่กูว่านะ เอาเข้าจริงๆ ก็คงมุดได้เฉพาะเต็นท์เพื่อนๆ ของเราน่ะแหละ ผู้ชายโรงเรียนอื่นกูว่าหมดสิทธิ์ว่ะ มึงคิดเหรอว่าพวกมันจะบอกมึงว่ามันเป็นเกย์ ในกรณีที่มันเป็นจริงๆ อ่ะนะ ใครจะโง่บอกวะ ไม่มีใครกล้าบอกหรอกว่ะ บอกไปก็อายตายห่าสิวะ "
ไอ้เทพพูดซะยาวเหยียด ผมเลยพูดขึ้นมาบ้างว่า
" เราว่า อย่าไปคิดเรื่องพวกนี้เลยว่ะ จริงอย่างที่อ๊อตมันว่า ฝึกแต่ละวันเหนื่อยนะเว้ย ไม่มีแรงไปทำเรื่องแบบนี้หรอก เราไปแบบแมนๆ ดีกว่า ลืมความเป็นเกย์ของเราไว้ชั่วคราวเหอะ แล้วตั้งใจฝึกแบบแมนๆ ให้กลมกลืนไปกับผู้ชายคนอื่นเขาดีกว่า ว่ามั๊ยวะ อ๊อต เทพ ปิงปิง บุ๋งบิ๋ง "
" จริงของหนุ่มว่ะ "
ไอ้อ๊อตสนับสนุน แต่ปิงปิงกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดเหยียดๆ ใส่ผม น้ำเสียงดูถูกอย่างมาก
" แมนเหรอ แมนแล้วไม่ล่าไม้ล่าควยทั้งๆ ที่มีควยให้ล่ามากมายขนาดนี้เหรอ ตามใจนะแก โอกาสมาถึงแล้วไม่คว้าไว้ก็ตามใจ อย่ามาอิจฉาพวกฉันก็แล้วกัน ถ้าพวกฉันได้กินควยชั้นดีที่หาไม่ได้ตามท้องตลาดแบบนี้ แกจะพูดยังไงก็ช่าง ยังไงฉันกับอีบิ๋ง และก็เพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกเป็นสิบก็จะออกล่าไม้แน่นอน แล้วก็อย่าให้ฉันรู้นะ ว่าพวกแกที่ปากบอกว่าแมนๆ แต่พอตกดึกก็ออกหาควยใส่ปากเหมือนกัน อีพวกปากว่าตาขยิบ ชิ! "
" เออ เราไม่ทำแบบที่แกว่าแน่ เราไปฝึกวิชาทหาร ไม่ได้ไปหาประสบการณ์เสียว เรายืนยัน เราจะฝึกอย่างเดียว "
ผมพูดด้วยเสียงหนักแน่น ปิงปิงและบุ๋งบิ๋งมองหน้าผมอยางสมเพช จนผมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิดๆ ก็พอดีบุ๋งบิ๋งพูดขึ้นมาว่า
" เดี๋ยว ฉันกลับก่อนดีกว่า เย็นมากแล้ว ไว้เจอกันวันเข้าค่ายนะแก ไปล่ะ ไปอีปิงไปได้แล้ว "
บุ๋งบิ๋งพูดจบก็ฉุดข้อมือปิงปิงเดินออกจากโรงอาหารไป ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก็สะดุ้งนิดนึงเพราะว่าไอ้อ๊อตเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเบาๆ
" ปล่อยอีกะเทย 2 ตัวนั่นไปเถอะหนุ่ม อย่าไปสนใจเลย ชีวิตมันก็มีแค่นี้แหละ ในหัวมีแต่เรื่องผู้ชาย คิดแต่จะแดกผู้ชายอย่างเดียว สันดาน จะไปฝึกร.ด. เสือกคิดจะไปหาควยแดก ส้นตีน ! "
ผมยิ้มให้ไอ้อ๊อต ไอ้เทพก็บีบแขนผมเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาอีกคนว่า
" เชื่อกูสิ อีกะเทย 2 ตัวนั่นจะต้องได้รับบทเรียนอะไรซักอย่างแน่ๆ ที่เขาชนไก่น่ะ ไม่โดนครูฝึกจับได้ก็ต้องโดนตีนผู้ชายแน่ๆ โทษฐานร่านตูดดีนัก ไม่เชื่อพวกมึงคอยดู "
ผมหัวเราะเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองไอ้อ๊อต กับไอ้เทพ แล้วถามว่า
" ถามจริงๆ เหอะ นาย 2 คนจะเล่นเสียวกันในค่ายหรือเปล่า นายจะล่าควยแบบที่ปิงปิง และบุ๋งบิ๋งทำหรือเปล่าเพื่อน ตอบเราหน่อย "
ไอ้อ๊อตกับไอ้เทพมองหน้ากันแล้วก็อมยิ้ม ไม่ตอบผมซักคำ
...........................
(ติดตามตอนต่อไป เร็วๆ นี้ครับ[/img]
ตอนที่ 3
ก่อนจะถึงวันที่ไปเข้าค่าย 2-3 วัน ผมเตรียมฟิตร่างกายอย่างดี ทั้งเล่นกีฬา ยกดัมเบลล์ วิ่ง ทุกวันวันละ 1 ชั่วโมง จนมั่นใจว่าร่างกายพร้อมสุดๆ งดชักว่าวเหมือนที่ไอ้เทพทำ แต่ผมฟิตมากกว่าคือไม่ชักว่าวเลยเป็นเวลา 7 วัน วันแรกๆ ที่งดก็ยังไม่รู้สึกอะไร พอล่วงเข้าวันที่ 4 วันที่ 5 ผมก็เกิดอาการเงี่ยนอย่างมากตามประสาเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มีความต้องการทางเพศสูง แต่ผมก็อดทนไม่เอาน้ำออก จนเหลืออีกวันเดียวก็จะไปเข้าค่าย ผมเดินไปที่ร้านตัดผมใกล้บ้านเพื่อทำภารกิจสุดท้ายก่อนจะไปเข้ารับการฝึก จะฝึกทั้งทีขอไปแบบแมนๆ เลยแล้วกันกู!
" ทรงอะไรครับ "
ช่างตัดผมรูปหล่อถามพลางเอามือลูบต้นคอผมไปด้วย ผมรู้สึกสยิวกับการกระทำของเขามาก มือเขาทั้งนุ่มทั้งเย็น ลูบทีผมก็เสียวไปทั้งตัว ผมกระแอมนิดนึงแล้วตอบว่า
" ทรงนักเรียนครับ สั้นๆ เลยนะครับ "
ช่างหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาผมให้เขาตัดรองทรงสูงมาตลอด คราวนี้มาแปลกจริงๆ
" แน่ใจเหรอพี่ เอาทรงนักเรียนเลยเหรอ "
ผมพยักหน้าหงึกๆ
" ครับ ผมจะไปเข้าค่ายร.ด. ครับ "
" อ๋อ เข้าใจล่ะ "
ช่างหนุ่มยิ้มยิงฟัน แล้วลูบต้นคอผมไปมาช้าๆ ทำเอาผมขนลุกซู่ เขาลงมือตัดทันที ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็เสร็จเรียบร้อย ผมเป็นกระจุกๆ กองอยู่ที่พื้น ภาพในกระจกดูแปลกตาไม่น้อย เป็นภาพที่ผมไม่ได้เห็นมานานแล้วตั้งแต่เรียนร.ด. ปี 2 เพราะพอเรียนปี 2 ก็ตัดผมแบบรองหวีแล้ว ไม่ได้ไถหัวซะเกรียนแบบนี้ แต่วันนี้ผมดูเหมือนตอนเพิ่งเริ่มเรียนร.ด. ปี 1 มาก ผมสั้นเกรียนติดหนังหัวรับกับหน้าตี๋ๆ ของผม ดูดีไม่เบาเลย ผมยิ้มให้กับตนเองในกระจกแล้วเอามือลูบหัวเกรียนเล่น มันสากๆ พิกล พลางคิดในใจ
" เหมือนทหารเกณฑ์ที่เขาเรียกว่าไอ้เณรเลยกู ไอ้หนุ่มเอ๊ย หัวเขียงชิบหาย "
................................
คืนนั้น ผมจัดข้าวของลงเป้สนามจนหมด ของไม่เยอะเท่าไหร่ มีชุดฝึกสำรอง 1 ชุด เอาไว้ใส่วันที่ 4 หรือ 5 ต้องเตรียมไปอีกชุดเพราะว่าใส่ชุดเดียวตลอด 5 วันไม่ไหวแน่ เน่ากันพอดี นอกจากนั้นก็มีกระติกน้ำทหารสีเขียวแก่ เข็มขัดสนามที่เอาไว้คาดกระติกน้ำ ยาแก้ไข้ (เผื่อฉุกเฉินเป็นไข้ขึ้นมา[/img]
ไฟฉายกระบอกเล็ก ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ยาดมตราโป๊ยเซียน 1 หลอด (ซึ่งตอนหลังของสิ่งนี้มีประโยชน์มหาศาลต่อชีวิตผม[/img]
ผ้าขาวม้าผืนเล็ก (ยืมของพ่อมาใช้[/img]
กางเกงใน ช้อน ถุงเท้าสีดำ กระดาษชำระ ผมเตรียมของไปแค่นี้จริงๆ ไม่อยากจะเอาไปมากเหมือนกับบ้าหอบฟาง เกือบลืมผ้าห่ม ผมเลือกผ้าห่มผืนที่เล็กที่สุดยัดลงไปในเป้สนามใบใหญ่ที่พ่อให้มา แล้วก็ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ อีกนิดหน่อยคือพวกสบู่ ขัน ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ของอย่างอื่นผมไม่เอาไปเลยเพราะคิดว่าไม่จำเป็น อย่างยาสระผมก็ไม่เอาไป คิดว่าคงไม่สระหรอก หัวก็เกรียนขนาดนี้แล้วจะสระทำไม แป้งก็ไม่เอาไปเพราะผมไม่ชอบประแป้งอยู่แล้ว และอีกอย่างผู้ชายประแป้งมันดูตุ๊ดไปหน่อย ไปร.ด. จะทำสิ่งที่ตุ๊ดทำไม่ได้เด็ดขาด (ถึงแม้ว่าปกติผมก็ไม่ทำอยู่แล้ว[/img]
สบู่เอาไปก้อนเดียวก็พอแล้ว ฟอกได้ทั้งตัวตั้งแต่หน้าไปจนถึงตีน ผมตรวจดูข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งก่อนจะหัดผูกเป้สนามจนคล่อง เวลาไปที่โน่นจะได้เอาของออกมาได้เร็วๆ เสร็จแล้วก็หัดคาดเข็มขัดสนามซึ่งก็คาดยากเหมือนกัน แต่ในที่สุดผมก็คาดได้
4 ทุ่ม
ผมมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย พร่งนี้แล้วสินะที่ผมต้องไปเผชิญกับความลำบากที่เขาชนไก่เป็นเวลา 5 วันเต็มๆ ผมเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมานิดหนึ่ง กังวลว่าจะฝึกกับคนอื่นเขาไม่ได้ กังวลว่าร่างกายจะรับไม่ไหว แต่ผมก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปทันที กังวลอะไรไม่เข้าเรื่องเลย เราเองก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกันนะ เราต้องทำได้สิ ถ้าคนอื่นทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ เราก็มี 2 มือ 2 ตีน 1 ควยเหมือนๆ กัน เขาทำได้เราก็ต้องทำได้สิวะ ผมคิดแล้วก็หันไปมองที่พื้น ชุดฝึกสำหรับใส่ไปวันพรุ่งนี้วางเตรียมไว้แล้ว ข้างๆ ก็มีกางเกงใน ถุงเท้า และเข็มขัดสนาม ที่วางอยู่ตรงมุมห้องคือเป้สนามสีเขียวแก่ใบเบ้อเริ่มที่บรรจุของของผมไว้จนเต็ม และผูกไว้อย่างเรียบร้อย มีหมวกเบเล่ย์สีเขียวแก่วางอยู่ด้านบน พร้อมจะหยิบมาใส่ได้ทันที
ทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อม
เสียงเคาะประตูดังก๊อก ก๊อก ผมเดินไปเปิดประตู พ่อของผมนั่นเอง เขายิ้มให้ผมแล้วถามว่า
" ไง พร้อมหรือยังลูกพ่อ ไอ้เสือ กับการที่จะไปรบที่เขาชนไก่ 5 วัน "
ผมหัวเราะ พ่อชอบเรียกผมว่าไอ้เสือเพราะอยากให้ผมเข้มแข็งเหมือนเสือ ผมก็ชอบให้พ่อเรียกแบบนี้เหมือนกัน
" พร้อมแล้วพ่อ พร้อมสุดๆ เลย ผมจัดของลงเป้หมดทุกอย่างแล้ว ไม่ลืมอะไรแล้วล่ะ "
พ่อมองดูข้าวของที่วางอยู่บนพื้นห้อง แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ
" ดีมากลูกพ่อ ไหนเข้ามาใกล้ๆ พ่อซิ "
ผมเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อ พ่อเอามือ 2 ข้างวางบนไหล่ผมแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่น
" เต็มที่เลยนะลูก ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ลูกของพ่อเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ฝึกแค่ไม่กี่วันแบบนี้สบายอยู่แล้ว ใช่มั๊ยลูก จำเอาไว้ คนอื่นทำอะไรได้ ลูกก็ทำได้ เขาทำอะไรลูกก็ทำกับเขาด้วยนะ ผู้ชายทั้งนั้นไม่มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว เราพวกเดียวกับเขา "
" ครับพ่อ "
ผมรับคำ พ่อเลื่อนมือจากไหล่ลงมาที่ต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของผม แล้วพูดต่อ
" ถ้าโดนครูฝึกด่าก็ไม่ต้องไปใส่ใจนะ อดทนไว้ ครูฝึกสั่งให้ทำอะไรก็ทำ เข้มแข็งเอาไว้ อย่าแสดงความอ่อนแอออกมาเด็ดขาด จะเหนื่อยจะเจ็บแค่ไหนก็ต้องอดทนลูกเดียว มันไม่ถึงตายหรอกลูกก็รู้ พ่อเชื่อว่าลูกของพ่อต้องผ่านการฝึกนี้ไปได้ด้วยดี ใช่มั๊ยไอ้เสือของพ่อ "
ผมยืนตัวตรง ตอบด้วยเสียงดังฟังชัดว่า
" ครับผม ! ผมจะตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่ครับผม ! "
พ่อยิ้มเมื่อได้ยินผมตอบแบบนี้ แล้วพูดว่า
" พ่อภูมิใจในตัวลูกเหลือเกิน ไอ้เสือลูกรักของพ่อ "
ผมยังคงยืนนิ่ง ตามองตรงไปข้างหน้า พ่อตบต้นแขนของผมแรงๆ 2 ที เสียงดังป๊าบๆ แล้วจึงพูดต่อ
" แข็งแรงดีมาก เอาล่ะ นอนเถอะลูก พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 นะ พ่อจะเป็นคนมาปลุกเอง แล้วพ่อจะไปส่งที่สวนเจ้าเชต "
" ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับพ่อ "
ผมพูด พ่อยิ้มให้ผมอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ส่วนผมก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อแปรงฟัน แล้วจึงล้มตัวลงนอนบนเตียง ในใจก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
" พรุ่งนี้เราจะต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลย แต่ยังไงเราก็สู้ตายอยู่แล้ว คนอย่างเราไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น เราจะสู้ สู้ให้เต็มที่ไปเลย แล้วเจอกัน เขาชนไก่ "
ผมนอนคิดแบบนี้ซ้ำๆ ไปจนหลับสนิท
.................................
(เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ ตอนต่อไปผมจะพาทุกคนไปเขาชนไก่แล้วนะครับ[/img]
ตอนที่ 4
พ่อปลุกผมตอนตี 4 ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำ แต่งชุดฝึก และเตรียมเป้สนาม เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมก็ลงมากินข้าวเช้า ผมรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามาก พอๆ กับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปฝึกภาคสนาม พอผมกินข้าวเสร็จก็หยิบหมวกมาใส่ แล้วก็มองตัวเองในกระจก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพของหนุ่มน้อยหน้าตี๋ใส่แว่นคนหนึ่งที่ดูแมนมากในชุดฝึกขนาดพอดีตัว หัวเกรียนขาว สวมหมวกเบเล่ย์สีเขียวแก่ที่ดึงปีกหมวกด้านขวาลงมาพองาม ใส่เสื้ออ่อนคอกลมสีกากีแกมเขียว ส่วนเสื้อชั้นนอกกับกางเกงขายาวเป็นสีเขียวแก่ ช่วงไหล่กว้างและช่วงอกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กล้ามอกและกล้ามแขนขึ้นเป็นมัดๆ อย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องแบนราบ ช่วงต้นขาที่อยู่ภายใต้กางเกงสีเขียวแก่นั้นล่ำใหญ่มากได้สัดส่วนกับช่วงน่องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งๆ เช่นเดียวกับช่วงอก ตรงกลางลำตัวคาดเข็มขัดสายสีเขียวแก่ หัวเข็มขัดถูกขัดอย่างประณีตจนเป็นสีทองแวววาวสวยงามมาก และเสริมความเท่ด้วยเข็มขัดสนามเส้นใหญ่ที่ด้านขวามือมีกระติกน้ำทหาร 1 ใบที่เติมน้ำจนเต็มแล้วห้อยอยู่ด้วย ใส่รองเท้าหนังสีดำชนิดผูกเชือกที่ถูกขัดจนเป็นมันปลาบ ผมมองภาพตัวเองในกระจกอย่างภูมิใจ หล่อไม่เบาเลยเรา
" ลูกพ่อหล่อจริงๆ วันนี้ เท่มากๆ เหมือนทหารจริงๆ เลย "
พ่อผมพูดขึ้นมาดังๆ ผมยิ้มรับคำชมนั้น พ่อพูดต่อว่า
" เสร็จแล้วใช่มั๊ย งั้นออกมาไหว้ศาลพระภูมิก่อนจะไปนะ อย่าลืมขอพรให้ท่านคุ้มครองลูกให้เดินทางไปและกลับด้วยความปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายใดๆ ระหว่างที่รับการฝึกที่เขาชนไก่ "
ผมเดินไปที่ศาลพระภูมิแล้วก็ไหว้อย่างนอบน้อม พร้อมกับอธิษฐานขอพรท่านในใจว่า ขอให้ผมเดินทางไปและกลับด้วยความปลอดภัย ขอให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวงระหว่างที่ไปฝึก 5 วันนี้ รวมทั้งขอให้ผมประสบความสำเร็จในการฝึกอะไรก็ตามตลอด 5 วัน
" เรียบร้อยแล้วพ่อ ไปกันเถอะครับ "
ผมหันไปพูดกับพ่อหลังจากที่ไหว้ศาลพระภูมิเรียบร้อยแล้ว พ่อพยักหน้าแล้วช่วยผมแบกเป้สนามขึ้นรถ ก่อนที่พ่อจะสตาร์ทรถ พ่อถามผมอีกครั้งว่า
" ไม่ลืมอะไรแล้วนะลูก เติมน้ำใส่กระติกรึยัง เอายาดมไปแล้วใช่มั๊ย เข็มขัดสนามคาดหรือยัง "
" ไม่ลืมแล้วครับ น้ำผมก็เติมเรียบร้อยแล้ว ยาดมผมก็เอามาแล้ว เข็มขัดสนามผมก็คาดแล้ว ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วครับพ่อ เราออกเดินทางกันได้เลยครับ "
" ดีมาก งั้นเราไปกันเลย "
แล้วพ่อก็ขับรถออกจากบ้านไป ขณะนั้นตี 5 กว่าๆ เรามุ่งหน้าไปสวนเจ้าเชต ผมนั่งตื่นเต้นไปตลอดทางว่าจะได้ฝึกแล้ว รอวันนี้มานาน อยากรู้จริงๆ ว่าจะได้ฝึกอะไรบ้างที่นั่น มันจะต้องสนุกแน่ๆ เลยครับ
................................
ผมถึงสวนเจ้าเชตเวลาประมาณเกือบ 6 โมง มีคนมาเยอะแล้ว พ่อจอดรถที่ข้างถนนตรงประตูทางเข้าสวนเจ้าเชต แล้วหันมาพูดกับผมว่า
" พ่อส่งหนูได้แค่นี้แหละ เดี๋ยวหนูต้องเดินเข้าไปเองนะลูก โชคดีล่ะครับ ไอ้เสือของพ่อ เต็มที่ไปเลยนะ พ่อขอให้ลูกโชคดี แล้วอีก 5 วันเราจะได้พบกัน "
ผมใจหายเมื่อได้ยินคำนี้ ผมจะต้องจากบ้านไปนอนที่อื่นถึง 5 วันเต็มๆ เลยเหรอเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยไปไหนนานขนาดนี้เลย อยู่ที่โน่นคงคิดถึงพ่อมากแน่ๆ แต่ยังไงผมก็ต้องอดทน เพื่ออนาคตของผมเอง ผมก็เป็นลูกผู้ชาย ผมจะอ่อนแอไม่ได้
" ครับพ่อ ผมไปก่อนนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมาหาพ่อนะ "
พ่อยิ้ม แล้วก็ตบไหล่ผมเบาๆ ผมสวมหมวก ก้าวลงจากรถ แล้วเดินมาเปิดประตูหลังแบกเป้สนามอันหนักอึ้งลงจากเบาะหลังของรถแล้วสะพายเอาไว้ข้างหลัง แล้วยืนนิ่งอยู่ตรงริมทางเท้า มองเข้าไปข้างในรถ ผมเห็นพ่อยังคงนั่งเกาะพวงมาลัยมองผมอยู่ด้วยสายตาที่ห่วงใยสุดที่จะบรรยายเมื่อลูกชายคนเดียวจะต้องไปไกลบ้านนานถึง 5 วัน ผมยิ้มให้พ่ออีกครั้งหนึ่ง ยังคงยืนตรงไม่กระดุกกระดิก และทันใดนั้นเองผมก็ยกมือขวาขึ้นแตะขอบหมวกด้านขวาทำวันทยหัตถ์แสดงความเคารพพ่อของผมทันที ก่อนจะลดมือลง เป็นภาพที่งดงามมากในความรู้สึกของผมที่ได้มีโอกาสแสดงความเคารพพ่อบังเกิดเกล้าแบบชายชาติทหารแบบนี้ พ่อของผมน้ำตาซึม มองผมด้วยความภาคภูมิใจ แล้วจึงยกมือตั้งฉากแสดงอาการรับรู้ ก่อนจะขับรถจากไป ผมมองตามหลังรถของพ่อจนรถลับหายไปจากสายตา
ผมเดินเข้าไปในสวนเจ้าเชต พยายามมองหาเพื่อน แต่ก็ไม่เห็นเพราะว่าคนเยอะไปหมด ก็เลยเดินไปเดินมาซักพักหนึ่ง ไม่นานก็เจอไอ้อ๊อต กับไอ้เทพ ผมถามมันก็เลยรู้ว่า มัน 2 คนเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง
" เรากับไอ้เทพขึ้นแท๊กซี่มาว่ะ ของนายพ่อมาส่งใช่มั๊ย เมื่อกี้เราก็เห็นนายด้วยล่ะ ตอนลงจากรถพ่อ แถมยังตะเบ๊ะให้พ่อด้วย แมนชิบหายเลยไอ้หนุ่ม เห็นแล้วโดนใจว่ะ "
ผมหัวเราะ แล้วพูดกับมันว่า
" ห่า ก็แมนสิวะ เราก็ผู้ชายเหมือนกันนะเว้ย ปกติเราก็แมนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงต้องแมนเพิ่มขึ้นอีกเป็นล้านๆ เท่า เพราะว่าคงต้องฝึกหนักแน่ๆ ถ้าทำตัวอ่อนแอปวกเปียก คงไม่รอดแน่ว่ะ จริงมั๊ย "
ไอ้เทพพูดขึ้นมาบ้างว่า
" จริงของนายว่ะ อ้าวเฮ้ย เราเพิ่งสังเกตุเห็น หัวนายขาวมาเชียวนะ โห ตัดผมเกรียนเตรียมมาเลยเหรอวะเนี่ย โคตรฟิตเลย ไอ้อ๊อตดูหัวไอ้หนุ่มดิ สุดยอด ! เกรียนเหี้ยๆ ไหน ถอดหมวกให้ดูหน่อยได้มั๊ยวะ หนุ่ม "
ผมไม่เคยอายอยู่แล้วเรื่องทำตัวแมนๆ ฟิตๆ แบบนี้ ก็เลยถอดหมวกออก ไอ้อ๊อตกับไอ้เทพเห็นแล้วก็ร้องด้วยความทึ่งปนขำ
" โห เย็ดเข้ สุดยอดแห่งหัวเกรียนเลย ไม่โกนซะล่ะวะ ผมก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ฟิตจริงๆ เลยไอ้หนุ่ม กูยอมรับเลย ไอ้อ๊อตดูสิวะ หัวแม่งโคตรใสเลย 5555 เย็นกบาลมั๊ยวะถามจริง กะจะไม่ให้ครูฝึกยุ่งกับกบาลนายเลยใช่มั๊ยวะเนี่ย "
ไอ้อ๊อตพูดกลั้วหัวเราะว่า
" ไอ้หนุ่ม นายเนี่ยสุดยอดจริงๆ ว่ะ กล้าตัดผมถึงขนาดนี้ เรากับไอ้เทพยังไม่กล้าตัดสั้นเท่านายเลย "
ผมสวมหมวกเหมือนเดิมแล้วจึงพูดว่า
" พอ พอ ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเล้ย ทำตื่นเต้นไปได้ ก็ตัดทรงนักเรียนปกติน่ะแหละแต่ให้ช่างเขาตัดให้สั้นๆ หน่อย จะได้สบายๆ และก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหัวอีกเลยตอนไปฝึกที่โน่น ใครๆ เขาก็ตัดกันเยอะแยะ ดูโน่นสิวะ คนนั้นก็ตัด นั่น คนนั้นก็ตัด หัวเกรียนพอๆ กับเราเลย "
ผมพูดแล้วก็ชี้ไปที่นักศึกษาวิชาทหารหลายคนที่เดินไปเดินมาแถวนั้น หลายคนก็ตัดผมเกรียนแบบเดียวกับผม ไอ้อ๊อตกับไอ้เทพยิ้มๆ ไม่พูดอะไรต่อ ผมก็เลยถามมันว่า
" เออ แล้วนี่ปิงปิงกับบุ๋งบิ๋งอยู่ไหนวะ ยังไม่มาเหรอ หรือว่ามาแล้ว ถ้ามาแล้ว พวกมันไปไหนกันวะ ยังไม่เห็นเลย "
ไอ้เทพตอบเสียงเรียบๆ
" อ๋อ อี 2 ตัวนั่นน่ะเหรอ อีปิงปิงมาตั้งนานแล้ว แต่มันเที่ยวไปผูกมิตรกับผู้ชายหน้าตาดีๆ ของโรงเรียนอื่นอยู่น่ะ มันบอกว่าเผื่อโชคดีถ้าเผื่อรู้ว่าเขาเป็นเกย์ อาจจะได้มุดเต็นท์เขาด้วย แม่งกะหรี่ชิบหาย ส่วนอีบุ๋งบิ๋งยังไม่มาเลย ขานั้นน่ะชอบมาสายประจำอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวมันก็คงมาแล้วล่ะ มันก็กลัวตกรถเหมือนกัน "
ผมฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสมเพชในความเหี้ยของอีกะหรี่ปิงปิง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก หลังจากนั้น ผมก็ยืนคุยกับไ

5 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / ~อ่ะคับ...รักก็คงรักอ่ะ variestory รักชุลมุนเด็กม.ปลาย(เรื่องจริง)..@

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:09:29 AM


  อ่ะ....คับ    เอ้าเริ่มเรื่องเลยนะคับ ;D
 
   ตอนนี้ ผมจะขึ้นปี 1  แต่ยังไม่รู้จาติดที่ไหนเลยแต่น่าจะในกรุงเทพเนี่ยแหละขี้เกลียดไปไกล..รอผลadmissionอยู่ :P
ไม่รู้ว่าจาติดหรือเปล่า........เหอะๆๆๆ แต่เรื่องที่ผมจะเล่านั้นให้ฟังอ่ะเป็นเรื่องตอนที่ผมอยู่ม.ปลาย  ก็รู้สึกว่ามันแปลกๆๆดีเลยอยากถ่ายทอดให้ได้รับรู้นะคับ
   
          ผมต้องขึ้นม.ปลายที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งใหญ่มาก(โรงเรียนนะคับ[/img]
...แหะๆๆ  ต้องขึ้น มาอยู่ที่  ม.4-ม.6แล้วผมเองก็มาจากชานเมืองด้วยสิ  เพราะว่า ได้โควตาครับดีใจมั่กมายวันแรก ของการมาเรียนที่นี่
 
   เอาไงดีล่ะเนี่ย  กรู...ม่ายรู้จักผู้ใดสักคน  :o  มองไปทางไหนก็เห็นแต่นักเรียนเค้ายืนคุยกันสงสัยจะเป็นนักเรียนเก่าแล้วนักเรียนใหม่ก็ไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยอ่ะสิ จนถึง 8โมง
  ตุ๊ง...ตุ้ง..ตุ๋ง...ตุ๊ง  เสียงคล้ายๆๆ ประกาศในห้าง(แต่เป็นอาจารย์แก่ๆ[/img]
เหอะๆบอกว่านักเรียนให้เข้าแถวเตรียมเคารพธงชาติ  ความซวยมาเยือนเพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนอีก   โอ๊ย!!!        พระจ้าว   ทำไมเรื่องง่ายๆถึงกลายเป็นปัญหาเนี่ย......เดินไปหาห้อง4/..  อยู่หนายๆๆๆ    แล้วในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี  โฮมรูมกะอาจารย์แป๊บนึง  จารย์หน้าตาสวย(แต่บ่นเก่งฉิบ[/img]
  ก็ใช้ให้ช่วยกันทำความสะอาดห้อง  เพราะภารโรงทำไม่ไหว  นักเรียนก็เลยต้องมาทำกันเอง    ผมต้องเดินไปเช็ดกระจก  แต่มันเปิดไม่ออก
     ฮึ๊บ.....อึ๊ดส...โอย  ไมมันเปิดมะออกฟระ    แมร่ง   :-X
     มาเดี๋ยวเราเปิดให้   เสียงคนนึงดังมาจากข้างหลัง  (หล่อว่ะ[/img]
  :D  แล้วเค้าก็งัดบานกระจกให้  (เก่งงงงงง...[/img]
     นายชื่อไรเหรอคับ  ครั้งแรกที่มีคนถามชื่อผมที่เข้ามาที่โรงเรียนนี้
       อ้อ  ..เราชื่อ ฝน  แล้วนายอ่ะ  ผมเลยยิงคำถามกลับ
    อ้อ..ชื่อ  ต้น  ..ชื่อฝนเหรอชื่อเหมือนผู้หญิงเลยอ่ะ
    อ่ะอืม..  แล้วผมก็ต้องนั่งทำงานไปตามระเบียบ  ต้น นี่เป็นคนแรกเลยนะเนี่ยของโรงเรียนนี้ที่ผมรู้จักอ่ะ
    พอทำงานเสร็จเราก็มานั่งเริ่มหาเพื่อนใหม่ดีก่า
    นี่นาย  ชื่อ ไรเหรอ...    มีคนมาถามอีกแล้ว...(หน้าตาดีกันจังว่ะ เด็กที่นี่[/img]
     อ่อ  ชื่อฝน    แล้วผมก็เงียบครับเพราะ  เพราะมองหน้าคนนี้อยู่(ทำไมถึงหน้าตาดีกานจางเล๊ย อิจฉา[/img]
     เราชื่อก๊อตนะ ..ย้ายมาจากโรงเรียนไรเหรอ
     อ้อ  ก็โรงเรียน ..........
   อืมยินดีที่รู้จักนะฝน....
   อ่ะ...อือ
สรุปว่าวันแรกนี่ผมก็เพื่อนไปหลายคนเหมือนกันอ่ะคับ...แต่กล่าวถึงคงไม่หมดหรอก.....(แต่แมร่งหน้าตาดีกันโคด  สาด..[/img]
     
   จากนั้นเราก็เรียนปรกติ  แต่ต้องเดินเรียนแล้วแต่ละตึก...อยู่ไกลโคตรๆๆนักเรียนเดินกันขาลาก  ส่วนใหญ่ผมชอบเดินเรื่อยเปื่อยมากกว่า(แวบซื้อหนมกิน[/img]
  พวกผู้หญิงก็จะเดินกันเป็นฝูงเลย55+   ส่วนผมก็เดินกัน ที 4คน5คน   
      ฝน..ต่อไปเนี๊ยฝนไม่ต้องนั่งกับคนอื่นเลยนะ..เราเรียนห้องไหน  ฝนก็นั่งข้างต้นตลอดนะ  ต้นพูดกับผม
  หะ....อ่ะ  อืออ....  ก็ปรกติ  ก็นั่งข้างกันเพียงแต่ไม่ได้พูดไร เท่านั้นเองอ่ะ  บางทีก็นั่งเยื้องกัน(แต่ผมยังไม่ได้คิดไรน๊า[/img]
  เฮ้อ   การมาเรียนวันแรกๆๆก็สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย..แต่เรื่องราวจริงๆๆกำลังจะเริ่มแล้วอ่ะคับ....เดาไม่ถูกแน่นอน (ต้องอ่าน[/img]
บังคับ  ใครอ่านแล้วไม่อ่านต่อ. ขอให้.(ไม่แข็งชั่วคราว[/img]
เสื่อม  .เหอะๆๆ      แล้ววันที่ต้องเลือกชุมนุมก็มาถึง.
จะเลือกชุมนุมอาไรดีเนี่ย...
       
     ต้น..เลือกชุมนุมอาไรอ่ะ.....   ผมถามเพราะเห็นต้นทำหน้าลังเล  เหมือนจาเลือกแฟนงั้นแหนะ
    แล้วฝนอ่ะ     
     ไม่รู้..เลย..มันก็น่าสนใจเหมือนกันนะ  แต่ก็ไม่รู้จะเลือกชุมนุมอ่ะไรดีอ่ะดิ
  งั้นเราไปเล่นวอลเลย์กานม๊า   ผมเสนอ  ซึ่งเพื่อนมนกลุ่มคนอื่น  ก็เลือกไปหมดแล้ว   ก๊อต ก็เขาชุมนุมฟุตบอล  มันบ้าบอลอย่าบอกใครเลย   
      จะเอางั้นเหรอ....แน่ใจนะ.....  ต้นถามดูเหมือนท่าทางแปลกๆ
    ทำไมเหรอ    ต้นเล่นไม่เป็นเหรอ...   
    เล่นเป็น เอ้าถ้าอยากจะเล่นไป   เราก็ไปลงชื่อก็ได้ไป     ต้นพูดพร้อมกับมีท่างทางแปลกๆยังไงก็ไม่รู้
   อ่ะอือ   ลงชื่อแล้วก็เข้าชุมนุมกันเลยครับ   หูย....ๆๆคนเล่นเยอะมากมายเลย     
 
   ผมถึงกับงง  ทำมไมที่เหมือนเป็นที่ๆรวม คนไว้จำนวนมากจังเลย ดูเหมือนเยอะกว่าชุมนุมอื่น  ตั้งไม่รุ้กี่เท่านะเนี่ย  ผู้ชายผู้หญิง  เยอะแยะไปหมด
     ต้นทำไมคนมันถึงเยอะจังเลยอ่ะ   
   ก็โรงเรียนนี้ก็เป็นอย่างงี้แหละ   วอลเลย์คนจะเล่นเยอะเลย..เวลาแข่งกันที คนดูมากกว่าบอลอีก
  แล้วเราก็เดินหาที่ลงชื่อสักพัก
 เอ้าน้องๆๆๆลงชื่อครับๆๆ  ทางนี้ครับที่ยังไม่ลงชื่อหามเข้าที่โรงยิมครับ  พี่ท่างทางน่ากลัว ตัวใหญ่มีแต่กล้ามเป็นคนพูด(ดูน่ากลัวๆ[/img]
 น้องชื่อไร คับ     พี่ในชุมนุมถามผมครับ
  ชื่อฝนครับ  .
เพิ่งย้ายมาใหม่เหรอคับ....น่ารักจังนะคับ
ห่ะ....อ่ะๆๆ..คับ   
ฝน  มาทางนี้เหอะ    ต้นรีบเรียกผมครับ...  ผมก็เลยรีบวิ่งไปหาต้น
นึกแล้วต้องเป็นอย่างนี้
อ่ะไรเหรอต้น
  เห็นมั้ยโดนพวกพี่เค้าจีบจนได้......
ห่ะ..อ่ะไรใครโดนคายยจีย...
ก็เมื่อกี๊ไง นั่นแหละ  พวกในชุมนุมวอลเลย์อ่า
เห้ย...เค้าเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ
 จะบ้าเหรอ ฝน นั่นอ่ะ  เกย์ยกทีมเลยมั่ง มี ช.แท้ อยู่สัก 3คนได้มั้ง .นึกแล้วฝนเข้าไปต้องเป็นอย่างนี้ชัว 
เออ  ช่างมันเถอะ   เราไม่ได้เป็นเกย์นี่นะไม่เห็นต้องกลัวไรเลย(ทำท่าแมนเต็มที่[/img]
   
พอถึงคาบชุมนุมทีไร  ผมไปเช็คชื่อ  ก็นั่นแหละ  คับโดน หยอด  ตลอดศก...  แต่ผมก็ไม่ได้คิดไรนะคับ  ขำๆมากกว่าเพราะผมคิกว่าพวกี่เค้าก็ปรกติมั้งคับ   คงอยากจะแซวเล่นๆๆมากกว่า  พอวันเสาร์
 ติ๊ด  ตี่....ติ๊ด  ตี๋  ....  เสียงโทรสับครับเป็นเสียงโฟลีโทนิก
อ่ะคับ.....ฮาโหล...
   ขอสายฝนหน่อยครับ...      ไม่รู้ว่าเสียงผู้ใดจากปลายสาย
  อ่า..คับ..  ฝนพูดอยู่คับ
  ฝนทำไรอยู่คับ.... 
  อ่อเปล่าคับ  ว่าแต่   ใครครับเนี่ย.......
ไม่บอกได้ป่ะคับ.....คือพี่ชอบฝนอ่ะคับ..
  อ่ะ.....อ่า...........อึ้ง.....
  ไม่เป็นไรคับ  แค่แอบมองเฉยๆๆไม่ต้องเครียดหรอกครับ
.................................
เป็นไรไปเปล่าคับฝน...ฮัลโหล  ยังอยู่เปล่า...
 อยู่คับ...คับ. เอ่อ...พี่คับ มีสายซ้อนเข้ามางั้นแค่นี้ก่อนนะคับ
โอเคครับ  พี่แอบมองฝนอยู่นะ
สวัสดีคับ  แล้วผมก็กดรับสายต่อเลย   
ฮัลโหล..คับ 
อืมฝน   นี่ต้นเอง.....วันนี้ตอนเที่ยงว่างเปล่าวววววว...
ตอนเที่ยงเหรอ...อืมๆๆๆว่างๆๆๆ.....
  งั้นเจอกันที่ห้าง.เดอะมอลล์นะ  เด๋วเราจะแวะถ่ายรูปนักเรียนหน่อย...
อือ  โอเค   บาย
 แล้วผมก็ไปพบต้นที่ห้างคับ....อึ้งเลย  แม่งแต่งตัวอยู่บ้านแล้วหล่อจังว่ะ   อิจฉา  ผมก็ไม่ค่อยอ่ะไรเท่าไหร่อ่ะคับ  เพราะออกไปแค่นี้  ก็ไม่อยากอ่ะไรมากก็เลย  แค่  เสื้อยืด  กางเกงยีนส์   ผ้าใบconverse     ก็ไปได้แล้ว แล้วก็ให้ต้นไปถ่ายรูปนักเรียน  จากนั้นก็เลยแวะหาไรกินกัน  จากนั้น ก็ต่อกันที่สเวนเซ่น :[/img]
  อือ..ฝน เราจะไปไหนต่ออ่ะ
  ไม่รู้...อ่ะ
ฝนนี่ก็ใช่เล่นนะเข้ามาไม่เท่าไหร่คนจีบตั้งเยอะ
บ้า  ไม่ใช่หรอก เค้าคงเล่นๆๆมากกว่านะหน้าอย่างนี้ใครเค้าจะมาสนอ่ะ
...ไม..ฝนน่ารักจัง.....   
..............................................บ้า   ประสาทแล้ว..ต้นเป็นไรมากเปล่าเนี่ยมาชมกันเอง
พอๆๆเปลี่ยนเรื่อง  ผมก็เลยตัดบท  ด้วยความเขิลล์ สุดๆๆ       
เด๋วมาต่อ...
เอ้ามาต่อ  กันตอนต่อไป....เรื่องยาวจังเลยอ่ะคับ  แต่ขอบคุงน้าคับ  ที่ติดตาม เหอะๆๆ พิมไปพิมมาชักเศร้าๆ  เรื่องที่มันเกิดขึ้นบางทีก้รุ้สึกแย่ๆๆได้เหมือนกันนะเนี่ย
 ต้นกลับบ้านเถอะ...  ผมชวนกลับหลังจากที่เรานั่งกินสเวนเซ่นกัน
อือ
  เฮ้อ..เข้ามาไม่กี่วันก็รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้  แต่ล่ะคน..ๆ     
 
  ไอ้ฝนๆๆๆ   มานี่เลย...ดูดิ๊ที่มึงให้กรูลอกเลขผิดเพียบเลยคิดไงของมึงวะ   ตอนเช้ามาทันทีเลยครับเจอก๊อตแม่งโวยผมใหญ่เลย
    โหย...กรูก็ผิดไม่ต่างจากมึงเท่าไหร่อย่าบ่นนักเลย  ดูของกรูก็กากบาทเพียบเลย
 โอ๊ยๆๆเก็บคะแนนสมุดกรูก็ส่งไม่เคยทันแล้วงี้เกรดกรูจะเหลือสักเท่าไหร่ว่ะเนี่ย    ไอ้ก๊อตมันบ่นใหญ่เลยอ่ะ
  เอาล่ะ.. เฮ้ยๆๆๆเพื่อนๆๆ  ฟังทางนี้  เสียงจากหัวหน้าห้องหนวดเฟิ้มๆหน่อย
   เออ  เดี๋ยวเค้าจะมีการแข่งกีฬาสีขึ้นนะคับเด๋วเค้าจะแบ่งกันตามเลขที่ว่าใครอยู่สีไหน(เค้าแบ่งตามเลขที่ครับ[/img]
   ถ้าเป็นม.5-6  จะแบ่งตามห้อง  ....   เอ้าก็เลขที่ดังนี้อยู่สีนี้นะคับ2.6..9.12.14  อยู่ สี ฟ้า....9ล9"
 งี้ไม่ดีเลยอ่ะต้นเราไม่ได้อยู่สีเดียวกันด้วยนะเนี่ย.. ไอ้ก๊อตกับคนอื่นๆก็แยกย้ายกันไปหมดเลยแล้วมีตั้ง 4 สีผมพูดกับต้น
     กรูกะพวกมึง  ต้องแยกแค่แป๊บเดียว   ไอ้ฝนอย่ามาเวอร์ยังไงก็ต้องเรียนห้องเดียวกันอยู่ดี  ไอ้ก๊อตด่า
 
    เอ้าครับเพื่อนๆๆทุกคนเมื่อทราบแล้วนะครับเย็นนี้ให้ทุกคน...ไปประชุมตามคณะสีโดยมีสถานที่ดังนี้นะครับ
    สีเหลืองที่ใต้อาคาร4  สีฟ้าใต้อาคาร 5    9ล9  เช็คชื่อเข้าประชุมด้วยนะครับ
เห้อ.....เบื่อจังเลย   ประชุมอะไรกันนักกันหนา   ผมพูดแบบเซ็งโคตร
....  อือ....แล้วเย้นนี้ประชุมเสรจฝนไปไหนอ่ะ   ต้นถาม
  กลาบบบบบ้าน...  มะมีกะตัง  ใช้งบเกิน....   
  กรูให้ยืมก่อนได้น้า  ไอ้ฝน....ร้อยละ  70   ไอ้ก๊อตเสนอ
  โห...ฟาย   ไว้ให้พระบิดามึงกูเหอะ   ตลกจังนะมึง   ขาม     ขาม   ...ร้อยละ 70   เหอะๆ งั้นกรูยอมจนต่อไป
   
      แยกย้ายกันประชุมต้องเดินไปตั้งไกล  โอ้โหแล้วสีผมนี่ไกลโคตร แต่ก็ต้องไปไม่งั้น พี่แกเช็คชื่อส่งอาจารย์ประจำชั้น  โหดมั่ก..หักคะแนนกระจาย ขี้บ่นด้วย
      เอ้าน้องๆครับ... มาแล้วก็นั่งตามระดับ ม.เลยนะครับ     พี่สตาฟสีฟ้า ที่ผมกะลังจะไปประก่าศทางโทรโข่ง
     แล้วผมก็มานั่งตามี่ที่ที่เค้าจัดไว้ให้อ่ะครับ   
      เอ้าน้องๆๆครับ  ที่พี่เรียกมาประชุมวันนี้พี่ขอบอกเลยนะครับเราต้องการให้น้องๆร่วมกันมีกิจกรรมในสี เอ้าพี่ขอแนะนำตัวนะครับ พี่ชื่อ..พี่แก้ว  เป็นประธานคณะสีนี้....และเป็นรองประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้พี่เค้าแนะนำตัวครับตัวพี่แก้วนี้เป็นคนตัวใหญ่มาก   อ้วนๆๆดำ...แต่ดู่ท่าเหมือนมีความเป็นผู้นำสูงมาก....
    เอ้าครับก็ต้องขึ้นแสตนให้พวกพี่และก็จะมีการประกวดแสตนน้องๆๆทุกคนต้องขึ้นแสตน  และจะมีการประกวดดาวเดือนโรงเรียนด้วยนะคับ...
   แค่บอกว่ามีการประกวดดาวแค่นั้นแหละครับนักเรียนทุกคนก็เฮฮา กับเพียบเลย  กลายเป็นนกกระจอกแตกรังดูเหมือนว่าทุคนจะให้ความสนใจมากกว่าอ่ะไรเป็นพิเศษ  พี่เค้าบอกว่าคนที่เป็นดาวจะได้รับอภิสิทธิ์  ไม่ต้องขึ้น
แสตนด์แต่ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนคณะสีเพื่อไปประกวด  ดาวโรงเรียนมีการโหวตในเว็บโรงเรียนด้วย
   เอ้าน้องๆๆเงียบครับๆ    ให้น้องๆๆทุกคนนั่งอยู่กับที่....เดี๋ยวพี่จะมีพี่สตาฟคนอื่นเดินดูว่าใครมั่งที่เข้าตาเป็นผู้โชคดี
   เอาล่ะสิคับเห็นทุกคนหล่อสวยกันเต็มที่แต่ผมก็ไม่ได้หวั่นอ่ะไรอยู่แล้ว   เพราะคงไม่มีทางดูแล้วขี้เหล่ตาตี่ๆ
  แล้วพี่เค้าก็ค่อยๆเดินทีล่ะคน  จนมาถึงผม ก็นั่งก้มหน้าคับ
 
    น้องๆ  ออกมาข้าหน้า    พี่เค้าดึงแขนผมไปเลยครับ  อายมากเพราะคนเยอะมาก,มีคนที่พี่เค้าเลือกไปผู้ชาย 5 คน  ผู้หญิง 5คน  ผมยังอึ้งๆอยู่เลยพี่เค้าเอาผมออกมาได้ไงเนี่ย   และคนที่ออกมาดูแล้วผมขี้เหล่กว่าใครเค้าเพื่อน
แล้วพี่เค้าก็ไปซุบซิบกัน  แล้วก็ตกลงเลือกผู้หญิง  1คน   สวยครับ...(ห้องเดียวกับผมอ่ะ  ขาวยังกับหยวก[/img]
    แล้วผู้ชายพี่เค้าก็ตกลงมาที่ผม.. เอ้าล่ะสิ...
   เราก็ได้ สองคนเป็นตัวแทนแล้ว...ที่เหลือเชิญครับ
   เอ้าน้องสองคนมานี่...  แล้วพี่ผู้หญิงคนนึงก็ลากผมกับเพื่อนไปครับ...
  น้องคะช่วยลงประกวดให้พี่หน่อยนะคะ
   ......แหม  พี่คะ  มันยากเปล่าอ่ะค๊า....   ดาวสีคู่กับผมครับชื่อตาล...
ไม่ยากเลย ก็แค่เดินโชว์ตัว  ตอบคำถามแค่นั้นแหละ
    ถ้าไม่ยากก็ได้ค่ะ
  แล้วน้องล่ะคะ     ยิงคำถามมาที่ผมต่อครับ
  พี่..คับ....ผมไม่กล้าหรอก ครับ   ผมอาย.....
จะอายอาไร.ไม่มีไรน่าอายหรอก  นะ.....ๆๆ
  แต่ผมขอกลับไปตัดสินใจก่อนได้ไหมอ่ะ
  ได้จ่ะ  แต่อย่านานนะ  เพราะยังไงน้องก็ต้องลงให้พี่
เฮ่อ...!!!   ปัญหามาอีกแล้ว     แล้วผมจะทำให้เค้าได้ไหมเนี่ยแล้วที่ผมแน่ใจก็ไม่ผิด   ผมมีคู่แข่งคือต้น  ต้นเป็นเดือนของอีกสีนึง  ทำไงดีล่ะเนี่ย  ผมรู้ว่าผมคงสู้ต้นไม่ได้หรอก  และก็ไม่อยากจะสู้ด้วย   กลัวจะผิดใจกัน
  ฝน  ..ฝนโดนเป็นเดือนสีใช่ไหม  ต้นถามครับ
   อ่ะยังไม่ได้ตกลงหรอก  พี่เค้าก็แค่อยากให้ลงให้
   งั้นก็รีบๆลงซะจะได้มาแข่ง  กันแล้ว  เจอกัน..............
.......................................  ผมเงียบครับ  ต้นเค้าดูพูดแปลกๆ ยังไงไม่รู้อ่ะ
 ผมตกลงลงให้พี่เค้า  ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ทำแบบนี้  พี่เค้าก็เรียกมาพบทุกวัน ซ้อมอ่ะไรเรือยเปื่อยเยอะแยะไปหมดเลย   ช่วงนี้ทำให้ความสัมพันธ์  ระหว่างผม  กับต้นค่อยๆๆ  ถอยลงเรื่อยๆ รู้สึกไม่ดีเลย
  ..ก๊อต  เห็นต้นมั่งเปล่าอ่ะ  ผมถาม
  ไม่เห็นเรย. เป็นไรกันไปเปล่าเนี่ยช่วงนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้คุยกันเลยอ่ะ..
  ก็ช่วงงนี้ ไม่รู้เหมือนกันอ่ะนะ  บอกไม่ถูก
.....งั้นกลับแล้วนะ...ไปเหอะบิ๊ก(เพื่อนกลุ่มเดียวกันครับที่สนิทกันตอนที่ต้นห่างไป[/img]

  เฮ้อ   ....บิ๊ก......บิ๊กว่า  ต้นต้องคิดว่าเราเป็นคู่แข่งแน่เลยใช่ไหม  ผมถามบิ๊ก
   ก็คงงั้น...ไม่ต้องเครียดหรอก  ฝน    มันไม่มีอ่ะไรมากหรอก  อะไรจะเกิดมันก็ปล่อยเดี๋ยวค่อยไปแก้ปัญหา เอา  ไม่เป็นไร  ยังไง  เราก็อยุ่ข้างฝนอยู่แล้วแหละน่า
      ตอนนี้ผมก็เครียดเรื่องต้น  ที่ห่างๆๆออกไป  ไม่รู้จาทามไง...เห้อ!!!!~~~~~ช่างเถอะ...อ่านต่อ
ฝนเป็นไรหรือเปล่าหืม  แม่ผมถามครับ
  ก็นิดหน่อยอ่ะแม่    ก็เพื่อนฝนมันคิดว่าฝนจ้องจะแข่งกันอ่ะไรก็ไม่รู้ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย
  ...โถ่  เรื่องเด็กๆๆ   ....
อ่ะไรแม่ฝนเครียดน้า
  ก็ที่แม่บอกว่าเรื่องเด็ก  เพราะว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา   ถ้าต้องแข่งกับใครสักคนยิ่งบางเรื่องกับบางคนเค้าก็จะเป็นอย่างนี้แหละ  ไม่ต้องคิดมากหรอก  แสดงว่าเพื่อนฝนก็ไม่ดีกับฝนเท่าไหร่เลยนะเนี่ย  เค้าไม่ไว้ใจเพื่อนกันเองเนี่ย
..เฮ้อ....  ถอนหายใจยาว
   ชอบเค้าเปล่าเนี่ย....
 ห๊าๆๆๆๆๆ......แม๊...ถามไรอย่างงั้น
  เอ้าก็เห็นเอามาเครียดก็นึกว่าชอบเค้า   ถ้าชอบก็ยอมรับมาเถอะแม่ไม่ได้ว่าอ่ะไรอยู่แล้วน่า
  ม่ายชอบบบบบบ...ไม่เอาแระแม่   ขึ้นนอนดีก่า
อ่ะๆๆมาต่อ  กาน!!!!!%%%%%
 เดี๋ยวฝน  แม่ยังไม่ให้ขึ้นนอน   ลืมเรื่องสำคัญไปหรือเปล่า  แม่ผมพูดหน้าเครียด
 อะไรฮะแม่...ก็ไม่ลืมอ่ะไรนี่นา
....แม่นึก แล้ว.........เมื่อกี๊ลูกทำไร...
  กินข้าวไง
  แล้วต้องทำไงต่อ
 .....เหอะๆๆ       ลืม....ล้างจาน...    แหมกะฟอรม์ซะหน่อย  ล้างจานนี่เป็นงานนี่น่าเบื่อที่สุดในโลกเล๊ยๆๆ(ล้างแล้วมือมันจะเหี่ยวๆ!![/img]
  ทำ ไก๋  เดี๋ยวเถอะ   นี่ถ้าไม่เตือนขอบอก  แม่หักค่าขนมแน่
 ผมล่ะก็เซ็งๆหมือนกันนะเนี่ย  เห็นเพื่อนผู้ชายคนอื่นไม่ค่อยทำเลย ผู้หญิงก็ไม่ค่อยทำกัน  (ไอ้พวกบ้านมีแม่บ้าน[/img]
  แต่บ้านผมอยู่กัน 5คน   พ่อแม่พี่น้อง  แล้วก็ผม  เป็นลูกคนกลางซวยซะอีก...(รู้สึกได้เลยว่าใครเป็นลูกคนกลางเสียเปรียบพี่น้องตลอดเรื่องจริง!![/img]
......เฮ้อ....ล้างมาตั้งแต่ ม.2  จนถึงทุกวันนี้  จะเข้าปี 1 ยังล้างอยู่เลย  ซักผ้า(เครื่องซักผ้า[/img]
   กวาดถูบ้าน
หาข้าวให้พ่อแม่กิน  (.....เอารางวัลลูกตัญญูมา[/img]
   ....---~~~ เอาพร่ำอีกแระ  เข้าเรื่องๆๆ
  อ้าว..นักเรียน  เมื่อวานนี้มีใครไม่เข้าประชุมคณะสีบ้างหรือเปล่า...   อาจารย์ศิรินภา(ประจำชั้นถาม[/img]
....................  ไม่มีเสียงตอบรับจาก นักเรียนท่านใดกรุณาติดต่อมาใหม่....ตู๊ด  ตู๊ด...ๆๆ
  อ่ะไม่มีก็ดีแล้วน๊า  ครูไปหละ  เลยโฮมรูมแล้ว
    ~~~~เฮ้อ  เป็นอ่ะไรที่น่าปวดกบาลมากต้นไม่ยอมพูดด้วยเลย
ต้น  วันนี้ว่างไม๊   ไปหาไรกินกัน   ผมเดินเข้าไปชวน
  ไม่ไป..ไม่ว่าง
งั้นอยากไปไหนหรือเปล่า
  ไม่.......  ไม่ต้องมาทำดี เสแสร้งหรอกนะ  และต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งด้วยรำคาญ
................................................  ไม่มีเสียงตอบรับจากหมาเลขที่ท่านเรียก
แล้วต้นก็เดินไป  ได้แต่ทิ้งผมให้ยืน  เอ๋อ...ในคำพูดของเขา...........อะไรไม่เท่าไหร่  ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  คิดว่าในเมื่อเค้าไม่แคร์แล้วเราจะทำเพื่ออะไรก็ยัง   งง..??   น้ำตามาได้ไงหว่า....ค่อยๆซึมไหลย้อย.. รู้สึกเหมือนโดนตอกเข้าที่หน้าเลยอ่ะ.....เจ็บจัง
 
ฝน..ไม่เป็นไรน่า  ไป เราไปกินข้าวกลางวันกัน  บิ๊กพูดปลอบใจผมครับ
อ่ะ  อือ....   ผมพยายามคุมสติโดยเร็ว
ไม่เป็นไรน่า  อย่าคิดมาก...ถ้ามีเพื่อนเฮ็งซวยแบบนี้ก็อย่าไปเป็นเพื่อนมันเลย 
 อือ.....  เป็นคำปลอบที่อาจจะดูแปลกๆๆไปซะหน่อย  แต่ก็  ok   ดี  รู้สึกตัวเองมีคาอยู่เหมือนกัน
......เฮ้อ....เซ็งกับข้าวว่ะ  น่าจะมีพวก  เสต็กๆไฮโซมั่งแนะ  ก๊อตพูด
    ดูฝนมันกินดิ    เห็นมีเนื้ออยู่ในจานอยู่ชิ้นเดียวเองทั้งน่ะ  บิ๊กพูดขณะที่ในปากกำลังเคี้ยวข้าวหมูแดงแก้มตุ่ย
   ก็ถึงว่าได้แห้งกระหร่องซะขนาดนั้น  ดูดิผัดผักรวมมิตร  กับผัดถั่วงอกแล้วก็แกงจืด    แล้วไอ้ก๊อตก็เอาช้อนมาเขี่ยข้าวในจานผมเหมือนจะพิจารณาหาไรไม่รู้
  เอ่อ.... ก็ผัก มันก็อร่อยดีนี่หว่า  ....
  หาผักเนี่ยนะ    อี๋ โดยเฉพาะคื่นไช่โคตรรเกลียดเลยเหม็น.....  ไอ้ก๊อตทำท่าหยีเหมือนใครเอาผักมาให้ดม
 
.--++ตั้งแต่ต้นเริ่มออกไปจากชีวิต(ชีวิตเหมือนขาดใจ...แหวะ  เวอร์อ่ะ  [/img]
  !!!! ไม่ถึ๊งขนาดดน๊าน....ก็แค่รู้สึกขาดหายไปบางสิ่งก็เหงาบ้างอ่ะคับ...แต่ก็มีเพื่อนคนอื่น  ที่มาคอย  ทำให้สนุกอยู่เสมอ
แล้ววันที่รอคอยก็มาถึงวันที่ประกวดครับ.....โห  แต่ล่ะสีนี่  ทุ่มทุนสร้างแต่ล่ะคนอลังการมากมาย.....แต่เค้าก็มีตัวเต็ง อยู่สีนึงแล้วอ่ะ  รู้สึกว่าเดือนสีนี่เซ็นสัญญากับแกรมมีด้วย..หน้าตาดีอ่ะนะ  แต่ไม่ได้สนใจ...
   พี่คับ  ผมต้องใส่ไอ้นี่จริงๆๆอ่ะเหรอ.....    ผมถามพี่สตาฟที่จัดชุมมาให้วันประกวด
 จ่ะ   ชุดนี้แหละ 
    อยากจะลมจับ  เหมือนแฟชั่นโชว์เลยเปิดเพลงแล้วให้ดาวกับเดือนไปโพส บนเวที  แล้วชุดผม  โอ้โห...เสื้อ ดำ  กางเกงดำ เน้น พังค์  แรงๆๆ  ซึ่งผมไม่เคยได้ใส่เลย  (น่ากัวอีกแล้ว[/img]
    แล้วเสื้อที่ให้ใส่โอโห   เสื้อสีดำเหมือนเสื้อกล้ามแต่ไม่มีข้างหลัง     เพราะข้างหลังต้องเปิดหลังแล้วเอาริบบิ้นผ้า เส้นเล็กๆร้อยระหว่างเสื้อ  ซึ่งใส่แล้วหวิว มาก...ส่วนผู้หญิงนั้นแรงกว่าผมอีก   (แต่ใส่ออกมาแล้วเท่อ่ะ[/img]
    แต่ชุด  ทั้งดาวเดือนสีผม  นี่เน้น  โชว์หลังโชว์หน้า(โอ๊ย...!!!!  ครายคิดชุดเนี่ย[/img]
  อืมพี่ว่าสวยดีนะ   พี่สตาฟพูด
พี่มันน่ากัว..อ่ะ  หวิว เย็นๆไงไม่รู้      ดีนะที่เป็นกางเกงขายยาวฟิต
   เท่ดีออก    ^^
ตอนเดินออกไปที่เวทีนี่คนมองเพียบเลย   เค้าให้ไปอยู่ที่ซุ้มสีก่อนอ่ะครับ    มีแต่คนมาขอถ่ายรูปคู่  เห็นทุกสีเลย พอดาวเดือนมา  นี่เรียกลูกค้า เข้าซุ้มสีได้เพียบเลย    ให้ถ่ายมากๆๆชักมึนแสงแฟลต  นั่งพักก่อน...  แล้ว ผมก็เห็นสีของต้นครับ....  เค้าเห็นผมนะครับ  แต่เค้ามองผ่านไปเลยอ่ะ  ทำไมไร้เยื่อไยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย..แล้วการประกวดก็ออกผลมาครับ  เหมือนที่คาดกันไว้ครับ  สีของผมได้ที่ 2ครับ  (เค้าบอกว่าตอบคำถามดี[/img]
ฝน  ไปเปลี่ยนชุดแล้วไปหาไรกินกันดีกว่า บิ๊กชวนไปครับ^_^
  อืมๆๆไปดิไป
  บิ๊ก   ต้นนมันไม่มองกรูเลยอ่ะ   มันคงจะคิดว่ากรูไม่ใช่เพื่อนมันแล้วล่ะม้างกรูว่า   มึงเชื่อมะ :-[
  ก็ช่างมันเถอะ...จุ๊บ   แล้วบิ๊กมันก็หอมแก้มผมทีนึง ::[/img]
ง่ะ.........     อารายเนี่ย   งง.....แต่ผมก็เฉยๆไม่ได้คิดไรเพราะบิ๊กมันขี้เล่นคิดว่ามันคงไม่คิดไรอยู่แล้ว(แต่ทำอย่างงี้หวั่นไหวนะเว้ย[/img]
ไปกินข้าวกันเถอะ ..ไป     ผมชวน ;[/img]
ระหว่างที่เดินไปที่โรงอาหารอ่ะคับ  ก็เจอ  พี่ๆๆพวกนักวอลเลย์อ่ะคับ
    ฝนน่ารักจัง.......ชุดเมื่อกี๊ ดู x  จัง   ว่างป่ะคืนเนี้ย พี่ประธานวอลลย์ครับ
  ......ง่ะ  ผมเอ๋อ อีกแล้ว
  ไปเดินเล่นกันมั๊ย    ...พี่บอกตรงๆๆเลยนะ   พี่ชอบฝนอ่ะครับ   หยอดเก่งมากครับพี่คนนี้  เค้าชื่อโอมครับ
  ฮิ้วๆๆๆ.....แล้วเพื่อนๆๆเค้าก็โห่ใหญ่เลย
  เห้ย ไอ้ควาย   มึงปล่อยน้องเค้าไปกินข้าวเหอะ....แหมเดี๋ยวนี้เล่นดาวสีเลยนะมึง   เสียงเพื่อนพี่เค้าแซวมาข้างหลังอ่ะครับ
    ไปเหอะ  ฝนไปกินข้าวเหอะบิ๊กรีบเร่งให้ไปกินข้าว
  ไปก่อนนะคับ    แล้วผมก็เดินจากพี่เค้ามาเลย
   มันจะอะไรกันนักหนาอ่ะเนี่ย....เซ็ง  มีเพื่อนเป็นเดือนสี  ไอ้บิ๊กบ่น
     ไปหา  ข้าวกินดีกว่าอย่าบ่น.   
  แล้วผมก็ซื้อข้าวราดผัดผัก อีกตามเคยไอ้บิ๊กไปซื้อไรไม่รุ้   ปรกตินี่เพื่อนๆผมเวลานั่งกินข้วนี่กินกันที่  เกือบ 10คนเหมือนกันนะ  แต่มันหายไปไหนกันหมดไม่รุวันนี้เลยนั่งกินกับบิ๊กไปก่อน
 
   ฝน....เย็นนี้ว่างเปล่า....  ก๊อตเดินเข้ามาถาม
...    อืมอ่อ    เย็นนี้ว่าง   มีไรเหรอ   ไอ้ก๊อตนี่ก็แปลกๆชอลผลุบโผล่  เรื่อยๆ  นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป
   มีไรคุยด้วยน่ะ   ตอน  4โมง   นะ  เจอกันที่สนามบาสโอเคป่ะ      แล้วมันก็เดินหายไปอักแล้ว  ไอ้นี่บางทีมันก็เหมือนเพี้ยนๆๆนะ  แต่หน้าตามันดี  ให้อภัยได้  จะว่าไป  ไอ้บิ๊ก ก๊อต เอก  นี่แต่ล่ะคน ก็น่ารักมากเลยนะเนี่ย  เห็นมีคนจีบอยู่เนืองๆเหมือนกัน
  มันมีไรวะ...ฝน   บิ๊กถามคับ
 ไม่รู้อ่ะ
 เด๋วมาต่อ...ต้องไปเชงเม้งก่อน...อย่าลืม ไปเชงเม้ง เผากระดาษเงินทอง  ร้อนเหอะๆๆ
   กลุ้มใจเจงผมเริ่มปวดประสาทแล้วเนี่ย....แล้วผมก็นั่งกินผักไปเรื่อยเปื่อย
  เอ่อ  ขอโทษนะคะ...พี่ฝนใช่ไหมคะ  เพื่อนหนู เค้าฝาก  ลูกอมฮารท์บีทมาให้อ่ะค่ะ  เค้าแอบชอบพี่อยุ่อ่ะค่ะ  แต่น้องคนให้ดูท่าทางเขินมากกว่าอีกนะเนี่ย
 อ่ะครับ..ขอบคุงครับ ..(ดีใจจัง[/img]
  แต่เปลี่ยนคนให้ไม่ได้เหรอ เพราะเป็น ผู้หญิงแล้วผมไม่ค่อยรู้สึกไรเท่าไหร่อ่ะ   เหอะๆๆ...
แล้วก็ถึงตอนเย็นครับ
ให้ไปเป็นเพื่อนไหมบิ๊กถาม
  อ่อ  ไม่ต้องก็ได้...เดี๋ยวบิ๊กกลับบ้านไปก่อนก็แล้วกันนะ
แล้วผมก็เดินไปสนามบาสครับ  เจอไอ้ก๊อตเล่นบาสอยู่  แต่พอมันเห็นผมมันก็ยิ้มให้..
  มาแล้วเหรอ   มาทางนี้ดีกว่า แล้วมันก็ชวนไปทางม้านั่งที่ไม่ค่อยมีคนอ่ะครับ
  อ้าว ก๊อตมีเรื่องไรเหรอความจริงโทรคุยกันก็ได้นี่นา
  เดี๋ยว ไม่ได้หรอก  มันก็ไม่สำคัญอ่ะนะ
  เป็นไงช่วงนี้ฝนไม่ได้คุยกับต้น  แล้วมีความสุขดีมั๊ย
  ก็ดีเรื่อยๆเพื่อนก็ดีๆๆกันทุกคน   อยู่ดีๆต้นก็ไม่ยอมคุยเองอ่ะ  จะให้ทำไงล่ะ...
  เห็นมีคนมาสนใจเยอะนี่ช่วงนี้คงลืมเพื่อนคนอื่นไปแล้วล่ะมั้ง... มันพูดประชด
  จะลืมได้ไงเล่า   เพื่อนกานท้างน้าน
รู้มั๊ย  ทำไมต้นถึงไม่คุยด้วย
ทำไมอ่ะ
 ก็เพราะทำตัวแบบนี้ไง...ให้ความหวังเค้าไปทั่ว  คิดว่าทำแบบนี้สนุกนักไง
 ห่ะ...ไม่เข้าใจ  หมายความว่าอ่ะไร   ใครให้ความหวังใคร  เป็นไรมากเปล่าตอนแรกยังดีๆอยู่นี่นาก๊อต  ไม่เข้าใจ   ผมงง  กับสิ่งที่ก๊อตมันพูดครับ
 ก็รู้อยู่แล้วว่านิสัยอย่างนี้จะไปเข้าใจอ่ะไร แล้วฝนทำไรมั่งล่ะ  ก๊อตโวยต่อ
  พูดมาให้เคลียร์ดีกว่า มึงอย่าเอามาแต่ด่า   ถ้ากูทำผิดกูจะขอโทษ
ก็เป็นคนชั่วอย่างที่ทำตัวทุกวันนี้ไง
....ถ้าพูดแบบนี้    งั้นไม่ต้องคุยกันแล้วหละ  ถ้ามึงจะเรียกกูมาด่าอยู่ดีๆกูไม่รู้เรื่อง งี้กูกลับดีกว่า  เอาไว้ให้มึงเป็นปรกติค่อยมาคุยกับกู
  เดี๋ยว...ใครเค้าให้กลับ  ทำ  ไรไว้  ต้องรับผิดชอบสิ  มันรีบมาข้างหน้าผม แล้วก็กระชากคอเสื้อผม
  ปล่อย...ก๊อต  กูบอกให้ปล่อย  กูยังไม่ได้ทำไรผิด  อย่างนี้กูไม่ยอมเหมือนกันนะเว้ย  ผมเริ่มจะโมโห
เหรอ..ก็ได้เดี๋ยวจะปล่อย..  เอาล่ะสิคับ...แล้วมันก็เงียบ  แล้วก็กระชากคอเสื้อผมเข้าไปใกล้หน้ามันห่างกันไม่ถึงนิ้วด้วยอ่ะ(แม่งจะทำไรวะ[/img]
  ว๊ากๆๆๆๆ   ใกล้ๆๆเข้าไปเรื่อยๆๆๆ  แล้ว   ~~~  ม๊ายๆ!!!  ขัดขืนเซ่  จะรออ่ะไรอยู่  แต่ตัวมานไม่ขยับเลยอ่ะ   โอ๊ย!!!  อย่างมาตัวแข็งตอนนี้สิวะ    ฟายเอ๊ย   
  จุ๊บ...   นั่นแหละ ครับปากประกบปาก...  ผมงี้ตัวแข็งทื่อ.......ผมเริ่มเรียกสติกลับคืน  แล้วผลักออกไปอย่างแรงที่สุด
ก็อตล้มลงไปที่พื้น
 ไอ้เหี้ย...ก๊อต..ทำอ่ะไร(ยังจะถามอีกกรู[/img]
...ทำไมทำแบบนี้อ่ะ ผมยังอึ้งอยู่
....................................  ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก
  ...............  ผมก็เงียบคับ แล้วก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นกลับบ้านเลย  งง มากกับเรื่องที่เกิดขึ้นนักหนา(จาจุ๊บเพรื่อ[/img]
เป็นอาไรกานไปหมดแต่ล่ะคนๆ..ท่าจะบ้า  หรือว่า  ผมบ้า   โอ๊ย_____~~~  ไม่รู้
 
พอมาโรงเรียนอีกวันนึงผมไม่พูดกับก๊อตเลยครับ  ตอนนี้เพื่อนผมสองคน  ทั้งต้น กับ ก๊อต  ผมก็ไม่ได้พูดแล้ว ตอนนี้มันรู้สึกแย่ๆ เพื่อนคนอื่นก็ปรกติ  ดี   ที่สนิทมากๆเลยก็จะเป็นบิ๊กมากกว่า   
  ระหว่างที่ผมนั่งกดโทรสับเล่นเกมอยู่อ่ะไอ้บิ๊กมาจากไหนไม่รู้  มากอดคอแล้วก็หอมแก้มผมไปอีกที
     ง่ะ....   เอ๋อ  อีกแล้วครับผม
       ..เออ   นี่ฝนเมื่อวานคุยไรกับไอ้ก๊อตเหรอ   บิ๊กถาม
   อ่อ..ไม่มีไรหรอก     !!!  เรื่องแบบนี้ครายเค้าจาพูดกานบ้าเสียหมด :-[
        ไอ้บิ๊กนี่มันก็บ้าๆบอๆ   เด๋วครัยเค้าเห็น จะเข้าใจว่างัยเป็นเพื่อนกันแต่มานั่งหอมกันเนี่ย
   เอ๊ยบิ๊ก   กรูเบื่อๆๆไงไม่รุ้อ่ะ....
 เบื่อไร   ...เพื่อนอ่ะเหรอ
  ก็หลายเรื่องอ่ะน้า  รู้สึกว่าปัญหามันมากมายเหลือเกินว่ะ
        เออ  เย็นนี้อ่ะบิ๊กไป  เข้าชุมนุมเหอะนะ  ไม่ต้องมารอหรอก  ไม่เป็นไร  เด๋วไปคนเดียวก็ได้  ก็คงไม่เจอ  ต้นหรอก
       เออ ก็ได้  แล้วเลิกเรียนนนี่จะไปไหนอ่ะเปล่า  ถ้าไม่ไปจะไป  เล่น  raknarok   
     เออ ไปเถอะ   อยากกลับบ้านซะหน่อยอ่ะ
  ผมเดินไปเข้าชุมนุมด้วยความเซ็งเป็นที่สุดเลยเพราะมันเบื่อ.....ๆๆๆ   แต่ก็นะ  ก็เลยเช็คชื่อ  แล้วก็นั่งแหมะ  แม่งอยู่ตรงข้างสนามวอลเลย์นั่นแหละ   เอาการบ้านขึ้นมาทำก็ดีวะ   
   ให้พี่นั่งด้วยไหมครับ   พี่โอมนั่นเองครับ
   ได้ครับ
   ทำไมวันนี้ฝนมานั่งเล่นคนเดียวล่ะ  แล้วเพื่อนๆไปไหนหมดเหรอครับ
  อ่อ...ไม่ทราบเหมือนกันอ่ะครับ
     อยู่ชุมนุมพี่ไม่เห็นเข้าไปเล่นวอลเลย์เลยอ่ะครับ
  อ่อ   ขี้เกียจอ่ะครับ  ^^
  นี่จะเลิกเรียนแล้ว.. น้องโอมพอจะว่างไหม
เด๋วต่อ
 ผู้เขียนทักทาย
:021:    ขอบคุณมากเลยนะคับ อุตสาห์ติดตามอ่านกันเนี่ย   ....เรื่องนี้ขอบอกว่าอย่าพยายามคิดล่วงหน้านะคับ  100%  ว่าไม่มีทางเดาถูกแน่นอนเลยคับ (มีข้อคิดดีๆด้วยนะ ถ้าอ่านจบเป็นเหมือนได้ข้อคิดจากเรื่องนี้อ่ะ  ....[/img]
เพราะเป็น  variestory  (  variety+lovestory [/img]
  ......   วันนี้วันจันทร์ก็นะ  ไปเชงเม๊งมา.....ทีชลบุรี  แล้วก็แวะบางแสนด้วยคับ  เล่นน้ำสนุกมากเลย..แต่น้ำเขี๊ยว เขียว  สาหร่ายเพียบเลย ...(เหอะๆๆแอบฉี่ลงไปในน้ำด้วยอ่ะ[/img]
   .........
      เหอะๆๆๆ   ดีใจจังคับ...วันนี้เล่นกีฬาเพลินไปหน่อยคับ....ก็นะ...มาดูกานต่อดีกว่า  ว่าเรื่องจะเป็นไงต่อ
     "น้องฝนพอจะว่างไหมคับ"
        อ่ะคับ  มีไรหรอ
   ไปเดินเล่นหาไรกินเป็นเพื่อนพี่หน่อยได้ไหมครับ
อ่ะ...คับ(ไม่คิดเลยนะเนี่ยใจง่ายจัง[/img]

  พี่โอมพาเดินเล่นอ่ะคับ  ก็แถวห้าง  ไม่มีไรมาก ก็ชวนเดินเล่นแล้วก็พาไปเล่นเกม  นั่งกินไรกัน  แล้วพี่เค้าก็พามาส่งที่บ้าน
แต่ผมไปกับเค้านี่ผมไม่ได้รู้สึกอ่ะไรเลยนะ  พี่เค้ามาชวนผมเซ็งๆก็เลยไป มันเบื่อ  กลับบ้านมันก็เบื่อเหมือนกัน ไม่รู้จาเซ็งอ่ะไรกันนักหนา
  ...แม่...แม่...แม๊...  โอ๊ย  ไม่มีคนอยู่บ้านอีกแล้ว    ผมตะโกนเรียกแม่จากหน้าบ้าน  ชอบทิ้งแล้วแอบไปกันทุกที.....
เลยต้องคุยกับพ่อซักหน่อย
  ตู๊ดๆ........ตู๊ดดดด.........ฮาโหล.....ป๊า........จะกลับบ้านกี่โมง    แม่ไม่ทิ้งกุญแจไว้

6 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / ผมไม่ใช่เด็กขายน้ำโว้ย! (Writer: Sorrow)

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:09:16 AM


Man-Ta` Live Novels Platform v.2.2

Sorrow เขียน
     
P ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่อย่างถูกต้องจากผู้แต่งแล้ว
อ้างจาก: บทบรรณาธิการ
อ้างจาก: คำวิจารณ์จากผู้อ่าน
ชอบมากๆ เลยอ่ะครับ เรื่องนี้เขียนได้เนียนดีจัง แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องแต่ง
JmAc
เรื่องนี้อ่านแล้ว...ถึงใจดีอ่ะ ไม่รู้เพราะอาไร อาจจะเพราะมันสมจิงก็ได้มั้ง
dod_2548
ผมชักหลงรัก เรื่องนี้แล้วสิครับ แบบว่า น่ารักสุดๆ เลยอ่ะ
" R-u-k-a-v-A "
c
บทที่ 1
ขายน้ำ = ขายบริการ...
คำว่า
น้ำ ในที่นี้หมายถึง
น้ำ... นั่นเองฮะ ...พูดตรงไปเป่าเนี่ย?
มาต่อดีกว่า ขอบคุณทุก comment อีกเช่นเคยฮะ
ค้างกานมากมาย กริกริ
รีบมาต่อให้อย่างรุนแรง
มา post ตอนตี 4 =_="
ตอนที่ 7
ฝันไปหรือเปล่า - 23 พ.ย. 2549
เงาหนึ่งหยุดยืนข้างหน้าผม รองเท้าคู่นั้น....ผมฝันไปใช่มั๊ย
รองเท้านี้ผมจำได้ชัดเจนแต่ไม่กล้าเงยหน้า
"ต้น...."
กริชยืนอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ อยากลุกขึ้นกอดเขาแต่ทำไม่ได้
ความเงียบของเด็กหนุ่มสองคน คนนึงยืนทื่อ อีกคนนั่งก้มหน้า ระยะห่างแค่เอื้อมแต่มีคำพูดอันเงียบเชียบมากมายกั้นอยู่
เขาคงโกรธที่ผมไม่โทรหา เขาโกรธผมแน่ๆในวินาทีที่ใจผมเริ่มชอบเขา ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอรับคำด่าแต่กริชมองผมด้วยแววตาที่อบอุ่น
"ทำไมมานั่งที่นี่ล่ะ"
"เราเผลออาบน้ำ...แล้วเบอร์มัน..ก็..." ชิบหายทำไมบ่อน้ำตาตรูจะแตก คอตีบตันจนเจ็บไปหมด
ผมก้มหน้านิ่งปรับอารมณ์ให้สงบอยู่นาน กริชไม่พูดอะไรแต่ทรุดลงนั่งข้างผม ไม่แตะต้องผมสักนิดเหมือนเข้าใจว่าผมกำลังกดน้ำตาไว้
"พี่ไม่โกรธหรอก"
"จริงๆ นะ"
"จริงดิ จะหลอกทำไม" เขาขยี้หัวผมเบาๆ เหมือนพี่ชายกับน้องชาย
"แล้วทานอะไรรึยังเนี่ย" ผมส่ายหัวเบาๆ แทนคำตอบ ตลอดวันนี้ผมคิดถึงแต่เรื่องเมื่อคืน
"ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืนนอกจากเหล้ากับ...."
"กับอะไร?"
"กับน้ำอะไรสักอย่างอะเดะ" กริชหน้าแดงทันที แดงไปถึงหูเลยครับ ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่แบบนี้ต้องแกล้งอีก
"อยากรู้มะน้ำอะรายยย"
"บ้า ไม่อยากรู้ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"เราขอโทษจริงๆนะ อย่าโกรธเรานะกริช"
"ไม่เคยโกรธเลย ผมเป็นห่วงว่านายเป็นอะไรไปตะหาก" เขาอมยิ้มอายๆ "ไปหาอะไรกินกันดีกว่า"
ตลอดทางผมกุมมือเขาไว้ กลัวเขาจะหายไป ผมไม่อยากสูญเสียอีกแล้ว
กริชพาผมขึ้นรถไฟฟ้าไปมาบุญครอง นึกว่าจะกินฟาสฟูดตามประสาเด็กม.ปลายแต่กริชพาผมเข้าซีสเล่อร์แทน
ผมเคยเข้าครั้งเดียวสมัยวันเกิดเพื่อน จำได้ว่าแพงมากเลยให้เขาสั่ง ...กริชรวยจังวุ้ย...
วันนี้เขาไม่ค่อยมือซนเหมือนเมื่อคืนคงกลัวจะเจอคนรู้จักที่นี่ซึ่งผมก็คิดแบบเดียวกันเลยรีบทานให้เสร็จจะได้ไปที่อื่น
พอเดินออกจากร้านจะลงมาชั้นล่างผมเห็นนาฬิกาดีเซลวางขายในตู้โชว์ ถ้าได้ไอ้นี่พี่ชายจะได้ไม่ถามผมอีก ทรงมันเท่จริงๆเลยน้า
ผมจ้องจนหน้าแทบแนบตู้
"ชอบเหรอ"
"เปล่า ทรงมันตลกดี"
ก่อนจะออกประตูห้างกริชบอกขอไปเข้าห้องน้ำแปปนึง ผมเย้าเขา"หนักหรือเบาอะจะได้กะเวลารอถูก"
"หนัก รอนานหน่อยนะอย่าหายไปไหนล่ะ" กริชทำหน้าทะเล้นแล้ววิ่งพรวดไปเลย
..
..
..
ผมนั่งรอเขาหน้าห้าง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนี้เขากับผมจะไปไหนรู้แต่ว่าผมอยากอยู่กับเขาให้นานที่สุด
แล้วเขารักผมหรือเปล่าหรือแค่ควง 'เด็กขายน้ำตัวปลอม' คนนี้เล่นๆ
"รอนานมั๊ยต้น"
"ไม่นานหรอก ล้างมือยังล่ะ"
"เออยังเลย" กริชตอบพลางเอามือป้ายริมฝีปากผม
"เฮ้ย! เล่นบ้าๆ" เขาขำใหญ่ที่แกล้งผมคืนสำเร็จ
"แล้วคืนนี้...เราไปไหนกันดี"
ผมกระทุ้งเบาๆไปที "กริชตานายแววเยิ้มแล้ว คิดเรื่องลามกอะเดะ" ใจจริงผมพร้อมจะ 'ยอม' เขาทุกอย่างแต่พรุ่งนี้วันจันทร์น่ะสิ
"อืมก็คิดลามกจริงๆอะ"
"ไม่ได้หรอกพรุ่งนี้เราเรียน....ไม่ใช่ๆ! หมายถึงนายต้องเรียนไม่ใช่เหรอ"
"ไหวน่า" กริชกอดผมหน้าห้างเลย "นะๆๆ"
ข้อดีอย่างนึงของผู้ชายคือเล่นถึงเนื้อถึงตัวได้โดยไม่มีใครสงสัยแต่มันเริ่มประเจิดประเจ้อแบบนี้ผมกลัวคนมาเห็นเลยรีบๆตกลง
แล้วเราก็ขึ้นแท๊กซี่....ไปบ้านของเขา
"วันนี้ก็อยู่คนเดียวอีกเหรอ"
สีหน้าของกริชเปลี่ยนไปเล็กน้อย "อืม" เขาตอบสั้นๆ ....ผมไม่ควรถามเขาเรื่องนี้อีก
พอขึ้นรถแท๊กซี่กริชก็ยังนิ่งๆ ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
"กริช เราถามอะไรสักอย่างสิ"
"อะไรเหรอ"
"ทำไมนายถึงมาเจอเราที่นั่นได้อีกล่ะ"
"ผมก็ไล่หาตั้งแต่ร้านเหล้าเมื่อคืนมาถึงร้านแมคที่โรบินสันจนมาเจอต้นตรงนั้นแหละ"
.....ผมอึ้งไปเลย กริชตามหาผมขนาดนั้นจริงเหรอเนี่ย?
"ทำไมล่ะครับ เราสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ"
เขากุมมือผมแทนคำตอบแต่กลับมองไปนอกกระจกรถ ....ดูเหมือนคำว่า 'สำคัญ' จะเป็นคำต้องห้ามสำหรับเขา
เมื่อคืนตอนที่เขาปล้ำผมบนโซฟาผมพูดอะไรสักอย่างเขาก็มีสีหน้าแบบนี้เหมือนกัน ......"ไม่ได้นะ ขอร้องล่ะ" ประโยคนี้สินะ
......ผมไม่คิดจะถามเหตุผล แค่หลีกเลี่ยงคำพวกนี้คงพอแล้ว ผมดึงมือเขามาโอบไหล่ไว้กริชสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นทันที
เหตุผลไม่สำคัญ ขอแค่ทำให้เขามีความสุขได้ก็พอ
ขอบคุณทุก comment นะฮะ
ตอนที่ 9
หลอกลวง - 23 พ.ย. 2549
"เป็นแฟนพี่นะ"
"แต่เราไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะครับกริช" ผมผลักเขาออกเบาๆ กริชจ้องผมในชุดนักเรียนม.4
"เฮ้ย!!!!!"
"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!"
..
..
ผมสะดุ้งตื่น ฝันร้ายชัดๆ ใจยังเต้นระส่ำอยู่เลย
ตอนนี้ตีห้ากว่าๆแล้ว ผมรีบอาบน้ำแต่งชุดนักเรียนจนพี่ชายงงว่าไก่บินได้เหรอวะไอ้น้องชายจอมขี้เซามันตื่นเช้าขนาดนี้ พี่คงสังเกตเห็นนาฬิกาที่ข้อมือผมแล้วแต่ผมรีบพรวดพราดออกจากบ้านก่อนพี่จะทันพูดอะไร
ผมกลัวเจอกริชที่โรงเรียนแต่ทนไม่ไหวแล้ว ผมอยากอยู่ใกล้เขา ต้องรีบทำตามแผนให้เสร็จก่อนเข้าโรงเรียน เป้าหมายคือตลาดสดใกล้บ้าน เรื่องแรกคือตัดผมให้สั้นลงอีกนิดเผื่อกริชเจอผมจริงๆจะได้จำไม่ได้ จากนั้นก็แวะร้านแว่นตาแผงลอยริมฟุตบาทเลือกอันที่ใส่แล้วหน้าเปลี่ยนที่สุดเท่าที่จะหาได้ แว่นแผงลอยแบบนี้ไม่ดีต่อสายตาครับ ใส่แล้วสายตาอาจเบี้ยวยิ่งกว่าเดิมแต่ตอนนี้ขอแก้ขัดไปก่อน
จะเจ็ดโมงแล้วต้องรีบไปโรงเรียนแต่แว่นเจ้ากรรมมันทำสายตาผมหลอนๆ เหมือนพื้นอยู่ลึกกว่าความเป็นจริง นึกขำตัวเองทำเหมือนซุปเปอร์แมนต้องใส่แว่นปลอมตัว
"เฮ้ย! อันตราย!!!!"
ใครไม่รู้กระชากแขนผมก่อนรถเก๋งจะแล่นเฉียดผมไปนิดเดียว
"ขะ..ขอบคุณครับ"
คนที่ช่วยชีวิตผมไว้เป็นเด็กโรงเรียนเดียวกับผม รู้สึกจะอยู่ชั้นม.สี่เหมือนกันแต่ไม่รู้จักชื่อไม่คุ้นหน้าด้วย
"เป็นไรน่ะจะเดินให้รถชน?"
"ขอบใจนายมากนะ พอดีเพิ่งใส่แว่นน่ะ"
เขาโบกมือเรียกแท๊กซี่ "ไปโรงเรียน...xxxxxx...นะ"
"เอ้าขึ้นมาดิ" เขาฉุดผมขึ้นรถ ใจดีจังวุ้ย
"นายจ่ายนะ" มันพูดหน้าตายเลยครับ
"อ้าวเฮ้ย!"
"เราช่วยนาย นายก็ช่วยเราหน่อยดินะๆ ไปสายอีกทีเราโดนตัดคะแนนความประพฤติแน่"
พอถึงหน้าโรงเรียนไอ้หมอนั่นก็วิ่งแจ้นเข้าโรงเรียนทันที
"รีบวิ่งเร็ว! เขาเข้าแถวแล้ววววว"
ผมจ่ายตังแล้ววิ่งตามไปทันที ไอ้แว่นบ้านี่ทำให้ยิ่งวิ่งช้าไปอีกแต่ก็ทันเข้าแถวพอดีครับ พอเคารพธงชาติเสร็จก็ต้องนั่งกับพื้นสนามร้อนๆ ฟังอาจารย์เทศนาประจำวัน ผมหลุบหน้าพลางเหลือบมองไปรอบๆ จะเจอกริชไหมวะ? อยากเห็นเขาแต่ไม่อยากให้เขาเห็นผม
"มรึงทำอะไรวะ? หลุกหลิกยังกะหนีใครมา อ้าวแล้วใส่แว่นทำไม?"
ไอ้เม้งถามด้วยความสงสัยท่าทางหลุกหลิกของผม เม้งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมเพราะอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ม.สอง
เวลาเข้าแถวหน้าเสาธงเราจะนั่งติดกันเสมอ อย่างวันนี้มันเห็นผมมาสายแน่ๆมันก็มานั่งรอท้ายแถว
"เปล่า กรูเกือบมาสาย กลัวอาจารย์ปกครองเรียก"
"แล้วแว่นนั่นล่ะ มรึงสายตาปกตินี่หว่าจะใส่ให้ตาเขทำไมวะ?"
"กรูอยากเปลี่ยนลุค หล่อขึ้นมั๊ย?"
"มรึงก็หล่อเหมือนเดิมแหละ.......หล่อน้อยยังไงก็ยังงั้น"
"อ้าวอ้ายเวง" ผมจี้เอวมันแก้แค้นมันบ้าจี้ครับร้องลั่น อาจารย์หันมาดุเราเลยก้มหน้าต่อ
..
..
"ไอ้ต้น"
"อะไรวะ?"
"รอยตรงคอมรึงอะ"
รอย!? ผมสะดุ้งเอามือปิดคอ
เม้งยื่นหน้ามากระซิบ "เมื่อคืนมรึงมี xxx กับใครมาเหรอวะ?"
"อ้ายเจี้ย นี่มันยุงกัด"
"ไม่เห็นเป็นตุ่ม"
..
..
"ไอ้ต้น ถ้ามรึงมีแฟนต้องบอกกรูคนแรกนะเว้ย"
"เออ กรูจะบอกถ้ากรูมั่นใจ"
"ตกลงจริงดิ?"
"อืม....แต่ตอนนี้ขอยังไม่บอกอะไรนะ"
เม้งเป็นเพื่อนที่รู้ใจผมที่สุด มันเดาออกว่าผมไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกจึงเงียบไป
ช่วงพักเที่ยงผมต้องรีบทานข้าวให้เสร็จแล้วกลับเข้าห้องประจำทันที แต่ห้องผมมันอยู่คนละฟากโรงเรียนจากโรงอาหารเลยเดินไปก็หวาดๆ กริชอาจอยู่ตรงไหนของโรงเรียนก็ได้ผมต้องหาเขาให้เจอก่อนจะได้คิดหาทางหลบ แล้วจะหายังไงละวะ?
หนังสือรุ่นไง! ในห้องสมุดมีทุกเล่มนี่หว่า
ผมเปลี่ยนแผนตรงเข้าห้องสมุด หนังสือรุ่นเก็บอยู่ในห้องหนังสืออ้างอิงจึงยืมกลับบ้านไม่ได้แต่ก็ดีตรงที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามา ผมไม่ต้องระแวงจะเจอกริชที่นี่
เริ่มจากเล่มล่าสุดของปีที่แล้ว (เพราะของปีนี้ยังไม่ทำ[/img]
เล่มนี้ผมอยู่ม.3 กริชก็น่าจะอยู่ม.4 หรือม.5 แต่หนังสือรุ่นทุกเล่มเขาเน้นถ่ายแค่เด็กม.6 ที่กำลังจะเรียนจบ ชั้นม.อื่นจึงลงแค่รูปหมู่ขาวดำเล็กๆ เห็นหน้าไม่ชัด กริชจะชื่อจริงว่ายังไงหว่า คมกริช, กฤษณะ หรือสันสกฤต แต่ชื่อเล่นเขาอาจไม่ได้มาจากชื่อจริงก็ได้ รู้งี้วันนั้นดูชื่อเขาในใบขับขี่ก็ดีน่ะสิ ตอนนี้ต้องเดาทั้งหน้าทั้งชื่อ
"อ่านหนังสือรุ่นสนุกตรงไหนเหรอ?" เสียงคุ้นๆโผล่มาข้างโต๊ะ ไอ้คนเมื่อเช้านี้เอง
"อ้าวนายเองเหรอ"
"จำเราได้ด้วยเหรอ นั่งด้วยดิ" มันนั่งข้างผมแบบไม่รอคำตอบ
"มีอะไรอ่ะ?"
"เปล่า แวะมาถามว่าคิดไงถึงเดินให้รถชน"
"ไม่ได้ตั้งใจว้อย บอกแล้วเพิ่งใส่แว่นแล้วมันหลอนๆ"
"แต่ก่อนไม่ใส่นิ?"
"สายตาสั้นฉุกเฉินอะ ข้องใจมะ?"
...ว่าแต่มันรู้ได้ไงว่าแต่ก่อนผมไม่ใส่แว่น แล้วทำไมใครๆยุ่งกับแว่นนี่จัง มันดูไม่เป็นธรรมชาติขนาดนั้นเลยรึ
"รอรถแถวนั้นประจำเหรอ? ไม่เคยเห็น"
"เมื่อเช้าเรามีธุระแถวนั้นแต่ปกติเราไปอีกทางน่ะ"
ผมสังเกตเห็นเขาหน้าจ๋อยลงไปนิดนึง "เหรอ...งั้น...เราไปละใกล้หมดพักเที่ยงแล้ว นายก็รีบกลับล่ะ"
"อืม ขอบใจนะ" คนอะไรวะคุยกับคนที่ไม่เคยรู้จักได้เป็นวรรคเป็นเวร
"อ้อ นายถอดนาฬิกาเถอะ ของแพงๆแบบนั้นมันเตะตา'จารย์ปกครอง"
เขายิ้มกว้างแล้วเดินออกจากห้องสมุดไป เออวุ้ย! นี่ผมยังใส่นาฬิกาที่กริชให้อยู่เลยนี่นา! ผมรีบถอดเก็บใส่กระเป๋ากางเกง เขาคงไม่สังเกตเห็นมันนะ
ตอนที่ 10
เจอ - 23 พ.ย. 2549
ตกเย็นผมเข้าห้องสมุดอีกครั้ง หาในกลุ่มม.4 จนครบยังไม่เห็นใครคล้ายสักคน มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมวะแต่ต้องเป็นวิธีที่ปลอดภัยว่าผมจะไม่เป็นฝ่ายถูกกริชเจอซะเอง ...บอลกับวิ่งแข่ง... กีฬาสองอย่างที่เขาเล่นจะพอเป็นเบาะแสได้มั๊ย แล้วทำไมเขาถึงไม่เป็นนักกีฬาล่ะ? โรงเรียนนี้นักกีฬาน้อย ใครเล่นกีฬาไหนเป็นต้องโดนจับลงเป็นนักกีฬาตัวจริงทุกรายนี่หว่า กริชออกจะบึ้กขนาดนั้น ที่แน่ๆการไปเดินโทงๆที่สนามไม่ใช่ความคิดที่ดี ผมจะถูกกริชเห็นซะก่อนถึงจะมีแว่นช่วยก็ยังไม่ไว้ใจ
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เย็นป่านนี้นักเรียนคงหายไปเยอะแล้วไปเล่นบาสตอนนี้น่าจะปลอดภัย ผมหยิบรองเท้าออกจากช่องและก้มลงยัดเท้าให้เข้าที่ (ห้องสมุดห้ามใส่รองเท้าเข้าครับ จะมีล็อกเกอร์ให้เก็บรองเท้าหน้าห้อง[/img]
หรือเขาไม่ได้เรียนที่นี่? เสื้อในตู้อาจเป็นของคนอื่นในบ้าน คิดแบบนี้แล้ว...กริชคงไม่ได้อยู่ที่นี่....ถ้าเป็นแบบนั้น....ใจผมบีบคั้นจนเจ็บ ผมโล่งใจหรือเสียใจกันแน่ ทำไมน้ำตามันเอ่อขึ้นมาวะ...ทำไม...
"เออแล้วไอ้ไก่มันจะทำไหม?"
"ยังไม่แน่เลย กรูว่ามรึงหาคนอื่นเหอะรอไอ้ไก่แบบนี้งานล่มพอดี"
......เสียงนั่น......
"มันเชี่ยวที่สุดนี่หว่า อีกสามเดือนจะเริ่มแล้ว"
เสียงที่อยู่ข้างหลังผม ไม่ได้หูฝาดแน่ๆ เสียงของกริช! ผมจำได้ขึ้นใจ เสียงที่บอกรักผม ไม่มีทางเป็นคนอื่นอีก!
รีบหนีสิโว้ย!!! เขาอยู่ด้านไหนกันล่ะ ซ้ายหรือขวา!?
คนสองคนยืนคุยกันอยู่ข้างหลัง ถ้าหันผิดทางมีหวังเจอะเขาเต็มๆ แน่!
"กรูขี้เกียจหาช่องว่ะ กรูฝากช่องเดียวกับมรึงได้ไหม?"
"ไม่เอาโว้ยรองเท้ากรูเปื้อนหมด"
....หนีสิวะ! แต่ขาขยับไม่ออก....
"ขอโทษครับน้อง พี่ขอเก็บรองเท้าหน่อยนะ?"
คงไม่ได้พูดกับกรูนะ แต่คนที่นั่งยองๆบังช่องก็มีแต่ผมคนเดียว
"น้องครับ"
ช่องอื่นเยอะแยะมรึงจะมาแจ๊กพ็อตแตกอะไรตรงนี้ว้า!!!! ถ้าซื้อหวยกรูคงได้รางวัลที่หนึ่งแน่ๆ เฮ้ย! ไม่ใช่เวลาปล่อยมุขตลก หาทางหนีเข้าสิ!!!
ตอนที่ 11
รอด? ไม่รอด? - 23 พ.ย. 2549
"กริช!!" เสียงใครสักคนตะโกนทักเขา
"เอ้อ! ไอ้ไก่ พวกกรูกำลังหามรึงพอดีเลย"
ได้โอกาสละวุ้ย! ผมรีบเดินก้มหน้าลงบันไดไปชั้นล่างและจ้ำอ้าวให้ไกลที่สุด ไอ้แว่นตาเขนี่เกือบทำผมหัวคะมำแต่ถอดตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
กริชอยู่ที่นี่จริงๆ! ใจมันเต้นตูมๆ เกือบหัวใจวายคาบันไดแล้ว
อยู่ไม่ได้แล้ว! คว้ากระเป๋าได้ก็รีบวิ่งออกประตูหลังโรงเรียนทันที หัวใจมันเต้นสองจังหวะทั้งร้อนวาบและหนาววูบ ดีใจที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่แต่ก็กลัวเขาเห็นผม
กรูต้องอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหนกันวะ!? แค่หันหลังกลับไปทางโรงเรียนตอนนี้ยังไม่กล้าเลย อยากเจอโว้ยยย!!!
กว่าจะรู้สึกตัวขาก็พาผมมาเกือบถึงบ้านแล้ว (ขึ้นรถเมล์มาตอนไหนจำไม่ได้เลย[/img]
ผมเข้าตู้โทรศัพท์แล้วโทรหาเขา อยากเจอกริช แค่ได้ยินเสียงก็ยังดี
"สวัสดีครับ"
..
..
"นั่นใครน่ะครับ?"
"ต้นครับ"
"เฮ้ย! ต้นเหรอ" เสียงเขาดีใจมาก แค่นี้ผมก็ยิ้มแล้ว
"ต้นๆ ตรงนี้เสียงดังน่ะ เดี๋ยวผมหาที่เงียบๆแป๊บนะ อย่าวางหูนะ"
เสียงจอแจเหมือนคนหลายคนคุยกันอยู่ ผมพยายามนึกภาพว่าเขาคุยอยู่ตรงไหนคุยกับใคร เสียงคนเล่นบอลพลาสติกตะโกนโหวกเหวกแสดงว่าใกล้สนามบาส แต่คนคุยเหมือนปรึกษางานกันก็น่าจะเป็นบนโรงอาหารติดสนามบาสที่ตอนเย็นจะกลายเป็นลานบอล
ผมหลับตานึกภาพ...ผมกับเขานั่งอยู่ด้วยกันตรงนั้น โรงเรียนที่มีแค่เราสองคน
"อย่าวางหูนะต้น" เขาพูดย้ำเป็นระยะๆ เหมือนกลัวผมจะหลุดหายไปในอากาศ
"อ่า ตรงนี้เงียบละ"
"ครับ"..........แล้วจะพูดอะไรล่ะ
"ต้นสบายดีมั๊ย"
"....ไม่สบายครับ"
"ต้นเป็นอะไรน่ะ ป่วยเหรอ?" เสียงกริชจริงจังทันที ดีใจจังเขาเป็นห่วงผม
"โดนใครไม่รู้เสียบตั้งสองคืนอะ ฟ้าเหลืองเลย"
กริชหัวเราะชอบใจใหญ่ "อยากโดนอีกไหมล่ะ?"
"ไหวเร้อ? ถ้าสามคืนนายคงคลานไปโรงเรียนแน่ งานยุ่งด้วยไม่ใช่เหรอ?" .....ตายห่า ดันหลุดปากคำว่า 'งานยุ่ง'
"หมายถึงเรียนหนักอะ ท่าทางนายเป็นเด็กเรียนนิ"
"อืม เรียนหนัก งานก็ยุ่งด้วย"
เขาเน้นคำว่างานจนผมใจแป้ว กริชเอะใจหรือเปล่า
ไม่น่ะในความเข้าใจของเขาผมเป็นแค่เด็กขายบริการเท่านั้นไม่มีตัวตนในโลกนักเรียนม.ปลายของเขา....ไม่มีตัวตน...
"ต้นเงียบไปเลยอะ เป็นไรรึเปล่า"
"เปล่าครับ....เพลียนิดหน่อย เดี๋ยวเราต้องไปทำงานแล้ว"
"เพิ่งห้าโมงเองนะ?"
"ขะ...เข้าเร็วจะได้โอทีน่ะ" ...อาชีพนี้มีโอทีมั๊ยวะ?
"อืม ขอโทษนะที่ทำให้นายเพลีย" คงไม่ใช่มุข เสียงเขาเศร้าๆ
"ผมอยากเจอต้นจริงๆ นะคืนนี้ไปหาที่ร้านได้มั๊ย? ไม่ต้องทำ...อย่างว่า...ก็ได้"
..
..
"รู้สึกปวดหัวแล้วล่ะ เดี๋ยวเราเข้าร้านไปลางานดีกว่า กริชอย่ามาเลยกลัวนายติดหวัดครับ"
"เหรอ?"
แล้วเราทั้งคู่ก็เงียบไปอีก
"ต้น"
"ครับ?"
"งั้นนอนพักเถอะ แล้วพรุ่งนี้ล่ะทำงานไหม?"
เวง!! จะมาหาให้ได้ใช่มั๊ยเนี่ย? ผมจะทำไงดีไม่น่าโทรหาเขาเลย
"กริชอายุยังไม่ถึงเข้าร้านไม่ได้หรอก"
"ขี้โกง นายก็ไม่ถึง 18 ยังทำงานนี้ได้เลย"
"น่าๆ อย่างอนนะครับ"
"พูดห้วนๆ แบบนี้ไม่หายงอนหรอก"
ผมมองซ้ายขวาก่อน ไม่มีคน "อย่างอนนะคร้าบพี่ชายสุดที่รักของผม"
กริชคงอมยิ้มแต่ผมสิหน้าแดงถึงหูแล้วมั้ง เกิดมาไม่เคยพูดแบบนี้เลยว้อยยยยย!
"แล้วผมจะติดต่อน้องชายสุดที่ร้ากกกได้ยังไงล่ะ?" (เท้าผมกระตุกเลย อยากเห็นหน้าแกตอนพูดประโยคนี้จริงๆ[/img]
"เดี๋ยวก็จะซื้อมือถือละครับไม่ต้องห่วง"
"ดีๆ ต้นมีมือถือแล้วโทรหาผมนะ"
"ครับๆ แค่นี้นะครับ" ผมรีบวางหูทั้งๆที่เสียดาย สามวันนี้ผมมุสาวาทาไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย ผมต้องหลอกลวงหลบหน้าเขาอีกนานแค่ไหน
...น้องชายสุดที่ร้ากกก....หน้าผมร้อนผ่าวใจเต้นแรง
ตอนที่ 12
เพื่อนคนนี้ที่เข้าใจ - 24 พ.ย. 2549
เรื่องยิ่งยุ่งเข้าไปทุกที ตอนนั้นไม่น่าบอกชื่อร้านไปเลย แล้วผมจะห้ามกริชไม่ให้ไปร้านนั้นได้นานแค่ไหน
ก็บอกความจริงซะจะได้คบกันเปิดเผย(ไม่ถึงกับเดินควงกันนะ[/img]
อย่างน้อยก็ไม่ต้องแกล้งเป็นเด็กขายน้ำอีก
ไม่สิ ตอนนี้ตรูไม่ได้ 'แกล้งทำ' แล้วนะ รับทั้งเงินทั้งนาฬิกามาแล้ว ตอนนี้ตรูขายบริการจริงๆเลยล่ะ ต่อให้คืนให้ไปกริชก็คงไม่เชื่อ ถ้าเขาไปบอกคนอื่นชีวิตผมคงพังหมดแน่
ที่สำคัญกริชจะคิดกับผมยังไง
ท่าทางขรึมๆภายนอกกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในมันสวนทางอย่างกับเป็นคนละคน ถ้าวันนึงเขารู้ว่าผมเป็นคนใกล้ตัวเขาจะยังรักผมหรือเปล่า......เอาตัวรอดไปวันๆก่อนเถอะ ผมแวะซื้อซิมอันใหม่มาใส่เครื่องแล้วกดโทรหาเขา
ตรู๊ด.......
ผมวางหู....ไม่รู้เพราะอะไร วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว เหนื่อยกับการเป็นคนสองคน มันไม่สนุกเลย
คนนึงเหมือนอยู่ในโลกมืด ไม่มีตัวตน แต่ได้พบกริช ได้รับความรักจากเขา
อีกคนอยู่ในโลกปกติ ใกล้เขาแค่เอื้อมแต่ต้องหลบๆซ่อนๆ
กริชไม่โทรกลับมาแต่ยังไงเขาก็ได้เบอร์ผมแล้ว เขาคงเดาออกนะว่าเป็นเบอร์ผม ผมเริ่มจะปวดหัวจริงๆละตอนนี้ คงเพราะความเครียดกับการใส่แว่นปวดตานี่ทั้งวัน
เช้าวันอังคาร...
การเดินเข้าโรงเรียนเหมือนทุกๆ วันกลายเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายยังกะลุยดงระเบิด ผมเกาะกลุ่มนักเรียนที่ลงรถเมล์มาพร้อมๆ กันเดินเข้าโรงเรียน
แค่นี้ความเครียดก็กินกบาลโทรมแย่แล้ว อีกนิดเดียวก็จะถึงบันไดตึก อยากกระโจนพรวดเข้าห้องเลยนะเนี่ย อาคารเรียนนี้มีแค่ชั้นม.2 ถึงม.4 ค่อนข้างปลอดภัยว่าจะไม่เจอกริชแน่ๆ
"ต้น!!!!!" จ๊ากกกกก!!! อ้าวไอ้เม้งนี่หว่า
"เป็นไรวะหน้าซีดเหมือนเห็นกรูเป็นผี?"
"มรึงเรียกชื่อกรูดังลั่นตึกแบบนั้นอีกทีได้เป็นผีสมใจแน่"
"อะไรของมรึง? แล้วจะให้เรียกสุดที่ร้ากกกกกกเหรอครับท่าน?" อุ๊ก! ยังกะโดนอัพเปอร์คัท!
"เอาเป็นว่าเดินถึงตัวกรูค่อยเรียกชื่อเบาๆละกัน"
"เออๆ มรึงแปลกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ กรูเป็นห่วงนะเว้ย ถามจริงเหอะเป็นอะไร?"
"กรู....." เมื่อคืนผมคิดแผนตบตาไว้เยอะแยะ แต่ผมเหนื่อยกับการโกหก
ผมกอดคอมันมากระซิบ เม้งเป็นเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดผมไม่อยากมุสากับมันอีกแล้ว
"กรูทำอะไรไม่ดีกับใครบางคนในโรงเรียนนี้ ตอนนี้กรูพยายามหลบหน้าเขาอยู่"
"เฮ้ย!"
"เบาๆดิวะ"
เม้งยังงงๆ "แล้ว...เขารู้จักมรึงไหม"
"คงไม่รู้จักหรอก อาจจำหน้าไม่ได้ด้วย"
มันทำหน้าเหมือนจะเล่นรายการยี่สิบคำถามต่อ
"เม้ง มรึงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกรู กรูไม่อยากพูดโกหกกับมรึงเพราะฉะนั้นมรึงอย่าซักกรูอีกเลยนะขอร้องล่ะ"
มันยังทำหน้าเม้งๆ ต่อ
"เออ ฟังแล้วงงๆ แต่กรูไม่ซักมรึงละท่าทางมรึงเครียดมากๆ เลย แต่ขออีกคำถามเดียวนะ"
"มรึงได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"
"เริ่มอารมณ์ดีแล้วนี่หว่า"
"มีมรึงเข้าใจกรูก็ดีขึ้นมากละ จริงๆ"
"อืม มรึงไม่ได้ไปชกต่อย ปล้น จี้ ฆ่า ขายยาบ้า ใช้ยาเสพติดใช่มั๊ย?"ผมส่ายหัวเบาๆ "ไม่"
"เอองั้นกรูก็พอใจละ"
หลังคุยกับเม้งแล้วผมสบายใจจนแวบนึงคิดว่าจะเจอกริชตอนนี้ก็ไม่กลัวละ อย่างน้อยผมก็มีเพื่อนคนนึงที่ใส่ใจและเข้าใจผม....จะเข้าใจหรือเปล่าหว่า?
ช่วงพักเที่ยงผ่านไปอย่างราบรื่นราวกับกริชไม่อยู่ในโรงเรียน แต่ก็วางใจไม่ได้
"ต้น คืนนี้ไปกินเหล้าหอกรูมั๊ย" เม้งกระซิบถาม
"ก็ดีว่ะกรูเครียดมากๆเลยช่วงนี้"
"แล้วไม่ขายซีดีแล้วเหรอ"
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งกับเรื่องกริชจนลืมไปเลย วันพรุ่งนี้เป็นวันพุธซะด้วย 'วันเทศกิจ' แผงลอยที่สีลมจะเหลือนิดเดียวและไม่มีคนขายหนังโป๊ ถ้าจะไปซื้อก็ต้องคืนนี้แหละ "งั้นไปกินที่หอมรึงถึงสามทุ่มนะ จากนั้นกรูจะไปหาซื้อหนัง"
ผมนึกขึ้นมาได้ "เม้งมีหนังสือรุ่นปีที่แล้วไหม? กรูไม่ได้ซื้อไว้"
เมื่อวานหาแค่รายชื่อม.4 แต่ตอนนี้ผมผ่านไปแถวห้องสมุดไม่ได้ละไม่งั้นอาจแจ๊กพ็อตแตกอีก
"มีๆ"
เลิกเรียนปุ๊บเราสองเกลอเผ่นแน่บไปหอเจ้าเม้งทันที (เวลามีน้อยต้องรีบกินรีบเมา[/img]
หอมันอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ห้องเล็กๆ ไม่มีแอร์ บ้านเม้งอยู่ถึงฝั่งธนเลยมาเช่าหอ หอที่นี่ราคาถูกเลยมีแต่คนใช้แรงงานมาอยู่ ไม่มีใครมาสนใจนักเรียนม.ปลายขี้เมาอย่างเรา ผมถอดเสื้อแขวนไว้จะได้เย็นๆ ดื่มไปเปิดหนังสือรุ่นไป
..
..
..
..
"กรูมีเซ็กส์กับใครบางคนที่โรงเรียน"
"เหรอ"
"กรูเห็นมรึงอึดอัดก็เลยบอก แต่บอกได้แค่นี้แหละ"
เป็นเพราะเหล้าเข้าปากหรือผมไว้ใจเพื่อนคนนี้มากก็ไม่รู้จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากซะเอง
"แว่นมรึงนี่โคตรหลอนเลย เดินได้ไงวะกรูใส่ยังเวียนหัว"
"จำเป็นว่ะ"
"เอางี้ มรึงไปใส่เลนส์เปล่าสิ มันไม่มีผลกับสายตาจะได้ไม่มึน"
"ขอบใจนะ ลืมคิดไปเลย"
เปิดดูจนครบทั้งม.5 ก็ยังไม่เจอใครหน้าคล้ายเลย เป็นไปได้ไงวะหรือเขาเพิ่งเข้าปีนี้?
"เออแล้วเรื่องบาสล่ะมรึงเอาไง?"
ใกล้กีฬาสีแล้วครับ บรรดาสีต่างๆเริ่มดึงตัวคนเก่งๆไปเข้าสีตัวเอง (โรงเรียนนี้ใครจะลงกีฬาให้ทีมสีไหนก็ได้แต่ถ้าขึ้นเวทีเชียร์ต้องขึ้นสีตัวเองเท่านั้น[/img]
รายชื่อผมอยู่สีแดงแต่ไอ้เม้งอยู่สีเขียว ตอนม.3 ผมไปลงทีมสีเขียวกับไอ้เม้งทำให้รุ่นพี่สีแดงงอนนิดหน่อย แต่ปีนี้พวกเราต้องลงทีมม.ปลายซึ่งศักดิ์ศรีและชื่อเสียงมันใหญ่กว่ากันเยอะ รุ่นพี่ยังมาตื๊อผมบ่อยๆให้ลงช่วยสีแดง
"ไม่รู้ว่ะ แล้วทำไมมรึงไม่มาลงสีเแดงกับกรูล่ะ"
"ก็เหตุผลเดียวกับที่มรึงไม่มาสีเขียวนั่นแหละ"
"ก็.....คิดว่าคงลงสีเขียวกับมรึงนั่นแหละ กรูชอบเล่นคู่กับมรึง" เม้งยิ้มแฉ่ง
"มรึงเล่นแรง กรูอยู่ข้างเดียวกับมรึงกรูจะได้ปลอดภัย"
"โหปากไปลับที่ไหนวะกรูจะเอามีดที่บ้านไปลับบ้าง....เออจะสามทุ่มแล้วนะ"
"งั้นกรูไปล่ะ" ผมหยิบเสื้อยืดกางเกงยีนส์ในตู้มาเปลี่ยน เป็นเสื้อผ้าสำรองที่ผมทิ้งไว้ในหอเม้งเผื่อมานอนค้าง ส่วนชุดนร.ก็พับยัดกระเป๋าฝากมันไว้ที่นี่
"เม้งถามหน่อยสิ อีกสามเดือนโรงเรียนเราจะมีงานอะไรเหรอ?"
เม้งใช้รองเท้าแตะบินได้แทนคำตอบ
"เฮ้ย!อะไรว้า!"
"มรึงอะดิ คุยเรื่องกีฬาสีหยกๆ ยังจะถามอีกว่าอีกสามเดือนจะมีอะไร?"
ตอนที่ 13
ร้าน - 24 พ.ย. 2549
"เออแล้วไอ้ไก่มันจะทำไหม?"
"ยังไม่แน่เลย กรูว่ามรึงหาคนอื่นเหอะรอไอ้ไก่แบบนี้งานล่มพอดี"
"มันเชี่ยวที่สุดนี่หว่า อีกสามเดือนจะเริ่มแล้ว"
ผมคิดเรื่องที่กริชกับเพื่อนคุยกันเทียบกับที่เม้งพูด
"อีกสามเดือนก็กีฬาสีไง นี่มรึงตั้งใจจะลงแข่งไหมเนี่ย ศุกร์หน้าหมดเขตรับสมัครแล้วนะโว้ย!"
หรือกริชจะเป็นสต๊าฟกีฬาสี สีไหนล่ะ? จะสต๊าฟสีไหนมันก็มีโอกาสเจอนักกีฬาบ่อยทั้งนั้นแหละ ถ้ากริชเป็นสต๊าฟจริงผมก็ไม่ควรลงแข่ง แต่มันเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตม.ปลายของผมแล้ว.....ถ้าสอบเทียบแล้วเอ็นท์ติดน่ะนะ.......ทำไมชีวิตผมถึงวุ่นวายได้ขนาดนี้วะ รถไฟฟ้าใกล้จะถึงสถานีศาลาแดงแล้ว เออ! วันนี้ยังไม่ได้ใช้ซิมอันใหม่เลย เกือบสี่ทุ่มละกริชจะโทรหาบ้างไหม พอเปลี่ยนซิมแล้วเปิดเครื่องขึ้นอีกครั้งแหละ....
กริช โทรหาคุณเป็นจำนวน 76 ครั้ง
ตายห่าแล้วๆๆๆๆ ยังไม่ทันคิดว่าจะโทรกลับหาเขาดีมั๊ยมือถือผมก็ดังขึ้นอีก
"กริช ขอโทษนะเรา..เราปิดมือถือน่ะ"
"โต้น....โต้นใช่ม๊ายยย?" เอ๋อ!? ทำไมเสียงเขายานคางแบบนี้ เมาเหรอเนี่ย?
"กริช นายอยู่ไหนอะ เมาด้วยเหรอ?"
"โผม...อยู่ที่ร้าน" ......ร้าน....อย่าบอกนะว่า....
"โผมอยู่...ทไวไลท์ไง...ร้านของต้นอ่า.....ทามไมไม่มีใครรู้จักต้นเลย" ผมเซวูบ ตอนแรกนึกว่ารถไฟฟ้าตกรางแต่ดูเหมือนขาผมเองที่อ่อนแรงกระทันหัน
"กริชออกมาเดี๋ยวนี้เลย เกิดตำรวจจับจะทำไง"
"ผมม่ายไปไหนทั้งนั้น ผมอยากเจอนายนะ"
"เราอยู่ข้างนอกนี่แล้ว กริชรีบออกมา"
..
..
..
"โผมไม่ไปไหนทั้งน้าน ผมอยากเจอต้น ถ้านายไม่มาผมจะพังร้านละนะ!!" มันเริ่มโวยวาย
ตายห่าละทีนี้ ร้านเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยโว้ย! ถ้าเรื่องถึงตำรวจละจบเห่
"อย่าๆๆๆ จะไปหาเดี๋ยวนี้แหละครับ นั่งนิ่งๆ 15 นาทีห้ามทำอะไรทั้งนั้นนะ"
"หายใจก้อ...ไม่ด้ายเหรอ?" ว้อย! มุขแป้กๆ แบบนี้ขุดมาจากไหน -*-
"ต้น.."
"กำลังไปนี่แหละ ตอนนี้วิ่งลงสถานีมาละ" วิ่งหน้าตั้งละครับ คนมองกันใหญ่แล้ว
"....ต้นทำงานที่...นี่จริงๆ เหรอ?"
"จริงๆ แต่...แฮ่ก แฮ่ก...แต่วันนี้เราเข้าสาย" ผ่านหัวโค้งโรบินสัน สู้ตายโว้ยยย!!!
"ต้นนุ่งกางเกงในแบบนี้ทู้กวันเลยเหรอ..." อุ้ก!!! เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?
"เด็กที่นี้นุ่งแต่กางเกงในทุกคนเลยยย ต้นอายโผมใช่มั๊ยถึงม่ายอยากให้ผมมา"
"โต้น"
"หืม?" ผมเปลี่ยนเป็นเดินจ้ำๆ แทนเพราะไอ้คำว่านุ่งแต่กกน.นี่แหละ
"เมื่อวานโผมเจอ...."
"เจออะไรเหรอ...." พ่อแก้วแม่แก้วจ๋าอย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเล้ย
"เจอคนที่โรงเรียน....ท่าเดิน...คล้ายๆ ต้นเลย" ตูม!!!!!! ฟ้าถล่มเสียงแบบนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าต้องใช่แน่ๆ ใครมียาดมท่านเจ้าคุณ ขอด่วน!
"เหรอ...ดี...ดีใจจังกริชคิดถึงเราขนาดเห็นภาพหลอนแบบนั้น"
"ต้นทำงานที่นี่จริงๆใช่มั๊ย?"
"จริงดิ เนี่ยมาถึงหัวโค้งเข้าสุรวงศ์แล้ว" เห็นป้ายร้านเจ้ากรรมอยู่ตรงหน้าแล้วครับ
"ถ้าโต้นไม่ใส่กางเกงในแบบคนอื่นโผ้มคงไม่เชื่อแน่ๆ" ...ไม่เอายาดมละครับ ขอเครื่องปั๊มหัวใจแทน...
"โผมรักต้น รักสิ่งที่ต้นเปนนน ออกมาหาโผมน้า..."
ไอ้สิ่งที่มรึงรีเควสต์นั่นไม่ใช่สิ่งที่กรูเป็นเลยว้อย อ้าว! สายตัดไปละ เขาวางหูหรือแบตหมด? ทำไมมันไม่เมาพับหลับไปเลยจะจัดการง่ายกว่านี้ ผมหันรีหันขวางอยู่หน้าปากซอย เด็กเชียร์แขกหน้าร้านสองคนเหลือบมาเห็น
"น้องเป็นเพื่อนเด็กหนุ่มข้างบนนั่นรึเปล่า"
"ครับ"
"เขาเมาโวยวายมากเลย น้องรีบเอากลับบ้านไปเลยไป" เสียงเข้มเลยครับ สงสัยชงทีครึ่งกลม
"ไม่ได้อะครับ"
"อ้าวเฮ้ย! ไหงงั้นล่ะ?" โอ๊ย! จะมีใครในโลกเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้มั๊ยเนี่ย
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเดินออกมาจากร้าน ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ "ป๋าปวดหัวจะแย่ อายุยังไม่ยี่สิบแน่ๆ ขืนตำรวจมาล่ะตะแลงแกงแหง"
ผมรีบตรงดิ่งเข้าไปหา 'ป๋า' ท่าทางคนๆนี้พอจะช่วยผมได้
"อ้าวแล้วนี่ใครอีกล่ะ? มีอะไรจ๊ะหนุ่มหน้ามน แค่คนข้างบนป๋าก็เข็ดฟันจะแย่" ผมรีบอธิบายแบบรวบรัดตัดตอนก่อนสถานการณ์จะบานปลาย
"ว๊าย!!!! อกอิแป้นจะแตกตาย ทำไมหนุ่ม ม.ปลายถึงอยากเป็นเด็กขายน้ำล่ะจ๊าาา"
ป๋าน่าเปลี่ยนเป็นอาม่ามากกว่า อาชีพก่อนคงเล่นลิเกพูดแต่ละประโยคมีคำคล้องจองตลอด
"เรื่องมันพามันอะครับ อาม่า เอ๊ย! ป๋าช่วยผมทีนะ"
"จะให้ช่วยยังไงล่ะ?"
ผมโน้มไปกระซิบ....
"ต๊ายยยยย!!!! อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดดดด!!!!!" (เสียงกรี๊ดของอาม่า เอ๊ย! ป๋าดังไปถึงสวนลุมเลยมั้งเนี่ย[/img]
มาต่อแว้วฮะ
ครบ 100 reply แล้ว มาแถม

7 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / ระเบียงรัก นักศึกษา I , II by G_wa จบ....ได้เวลาจัดส่งหนังสือ

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:09:02 AM


ขอบคุณพี่ G_wa สำหรับนิยายที่อนุญาตให้นำมาลงที่นี่ คับ
เรื่องนี้เป็นการเขียนที่มีตัวเดินเรื่องสองคนนะคับ เพราะงั้นเพื่อไม่ให้ผู้อ่านงง ผมจะแยก สี นะคับ
อ่านไปเรื่อยๆ จะจับได้เองคับว่าใครเป็นใคร
**********************************************
สวัสดีครับ ผมเจ นักศึกษาปี 3 ของมหาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ผมเป็นเด็ก ตจว. ที่สอบตรงเข้ามาเรียนต่อที่นี่
จากเด็กช่างก็กลายมาเป็นเด็กไอที พ่อแม่ไม่มีแล้วครับ ประสบอุบัติเหตุโดนคนเมาแล้วขับมาเสยท้ายตายไปแล้ว
ผมก็ได้ญาติๆ คอยดูแลห่างๆ ขอบอกว่าห่างๆ นะครับ เพราะกรมธรรม์ที่ได้จากทั้งคู่มาก พอที่ผมจะอยู่โดยไม่พึ่งเงินคนอื่น
ตอนอยู่ ตจว. ผมก็มีบ้านเป็นของตัวเอง พอมาอยู่ กทม. ผมก็มาเช่าห้องอยู่คนเดียว เอาให้มันใกล้ ม. ที่สุด
เพราะไม่อยากตื่นเช้า วันนี้ย้ายเข้ามาอยู่วันแรกก็เจอดีเลยครับ ก็ไอ้คนตรงหน้านี่ไง
   เฮ้ยๆ คนนั้นน่ะ ถามไรหน่อยดิผมเรียกไอ้คนที่เดินผ่านหน้าผมไป ผมคิดว่ามันคงจะอยู่หอนี้เหมือนกัน
เพราะมันเดินออกมาจากลิฟต์
   มีไรดูมันถาม หน้าตามันกวนบาทาอย่างมาก
   คนคุมหออยู่ไหนรู้ป่ะ ตามให้หน่อยดิ
   อยู่ร้านข้าวข้างหน้ามั้ง เที่ยงแล้วคงไปซื้อข้าว เดินไปตามเองนะ ไม่ว่างมันพูดจบก็เดินไปเลยครับ ผมเรียกมันเท่าไหร่ก็ไม่หันมา
แล้วผมจะรู้ไหมเนี่ยว่าใครคือคนคุมหอ ตอนมาติดต่อจ่ายตังค์ก็ให้น้าชายผมมาจัดการให้ ผมแค่มาดูๆ ตอนแรกเฉยๆ นี่แหล่ะเขาว่าคน
กทม.ไม่มีน้ำใจ ท่าจะจริงมั้งครับ
   
   ผมก็ไม่สนใจมัน เดินไปร้านข้าวหน้าหอ มีอยู่ร้านเดียวครับ ถามป้าคนขายว่าใครเป็นคนคุมหอนั้น ป้าเขาก็ชี้ไปที่ผู้ชายตัวใหญ่ๆ
อายุน่าจะราวๆ สามสิบกว่าๆ นั่งกินข้าวอยู่
   พี่ครับๆ ผมห้อง 909 ย้ายมาวันนี้ เอาค่าประกันที่เหลือมาจ่ายอ่ะผมควักเงินสามพันให้พี่แกรับไป
   เออดี พี่ชื่อคมนะ มีอะไรก็ลงมาบอกชั้นล่างน่ะ ห้องกระจก แล้วนี่กินข้าวยัง มากินด้วยกันมาพี่แกเป็นกันเองดีครับ
ตบเก้าอี้ให้ผมนั่งด้วย แต่ผมไม่หิว เลยปฏิเสธแกไปแล้วรีบเดินขึ้นห้องทันที
   ห้องผมอยู่ติดบันไดหนีไฟครับ เปิดประตูเข้าห้องก็รีบสำรวจข้าวของทันที ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ เตียง คอมพิวเตอร์
(อันนี้ขาดไม่ได้ครับ ก็ผมเรียนคอมขาดคอมผมก็ตายสิ[/img]
ของทุกอย่างผมให้น้าเลือกให้ แค่บอกไปว่าเอาสีเรียบๆ แกก็จัดการให้
ถูกใจผมหมดครับ ข้าวของส่วนตัวยังอยู่ในกล่องกระดาษ มีแต่เสื้อผ้าที่ถูกจัดเข้าตู้เรียบร้อย หอนี้ดีครับ แบ่งห้องนอน ห้องน้ำ
ห้องรับแขกเป็นสัดเป็นส่วน ค่าเช่าไม่ต้องพูดถึง แพงมาก แต่อย่างว่าอยากได้ของดีก็ต้องยอมของดีของผมก็นี่เลยครับ
ถูกใจผมตั้งแต่มาครั้งแรกห้องนี้มีระเบียงอยู่ติดกับห้องน้ำ มองออกไปก็เห็น...แต่ตึกอ่ะ ยังดีที่อยู่สูง ไม่ได้เปิดไป
แล้วเจอหอฝั่งตรงข้ามเหมือนหออื่นผมรีบโทรไปหาน้าชายผมทันทีเลย ต้องขอบคุณเขาเสียหน่อย
---------------------------------------------------------
ที่โรงอาหารของมหาลัย กลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวอยู่ที่โต๊ะยาว ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอมอยู่
แต่ก็พอมีนักศึกษานั่งทานอาหารอยู่บ้างประปราย ร้านอาหารก็เปิดอยู่บางร้าน
   ว่าไงมึง มาสายเลยนะไอ้เอ็กซ์
   เออดีกว่ากูไม่มาแล้วกัน มาถึงแล้วแขว่ะ เดี๋ยวกูก็กลับเลยนิ ไอ้โมทย์ผมนายเอ็กซ์ รีบวิ่งมา มาถึงปุ๊ป โดนเพื่อนด่าปั๊ป
   อ้าวไอ้นี่ประชดอีก มานั่งๆ เขารอคุณชายอยู่คนเดียวแหล่ะค้าบบบบโมทย์ขยับตัวพอให้เพื่อนแทรกเข้าไปนั่งได้
   เออคุยกันถึงไหนล่ะ ว่ามาดิผมรีบพูดให้เข้าเรื่อง ก่อนคนอื่นจะว่าเรื่องผมมาสายอีก
   ก็เรื่องรับน้องไง จะไปที่ไหนล่ะ พรุ่งนี้จะได้บอกเพื่อนๆ ตอนประชุมกันเศกที่มีตำแหน่งเป็นประธานคณะตอบมา
   ก็ไหนจะไปรีสอร์ตแม่เราไง จะเปลี่ยนที่เหรอผมถามเสียงดัง ทั้งๆ ที่ติดต่อสถานที่ไว้แล้ว ถ้าเบี้ยวก็แย่น่ะสิ
   เปล่า ก็นึกว่านายลืม ไม่เห็นโทรมาบอกเลยว่าจองที่พักยังเศกรีบพูดเพราะกลัวเพื่อนสนิทโกรธ แต่ผมทำหน้างงใส่
พร้อมกับหันมามองเพื่อนข้างตัวที่นั่งส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้
   โทษที เราลืมบอกนายว่ะเศก ไอ้เอ็กซ์มันโทรบอกเราหลายวันแร่ะ
   สิ้นคำอธิบายก็ตามด้วยเสียงหมัดที่ทุบที่หลัง กับเขกที่หัวหนักๆ หนึ่งที จากทุกคนในโต๊ะ สรุปวันนี้ทุกคนมารวมกันกินข้าวเฉยๆ
เลยนะเนี่ย
   เสียเวลานอนว่ะ คนยิ่งง่วงๆ อยู่
   เออน่า ถือว่ามาเจอเพื่อนเจอฝูง มึงนี่กลับบ้านไม่กี่เดือน บ่นเหมือนแม่มึงทุกทีแล้วนะโมทย์ได้ทีแขว่ะเพื่อนสนิทอีกรอบ
   เล่นถึงแม่กูเลยนะมึง ยังไม่สำนึกอีก ไปซื้อข้าวมาเลี้ยงกูเลย เอาน้ำแป๊ปซี่ด้วย กูหิว ด่วน
   โหรัยวะ ไอ้คุณชายไอ้โมทย์จำใจลุกขึ้นเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งแต่ก็ไปซื้อข้าวมาให้โดยดี ไม่ดีก็ตอนที่มันวางจานข้าวราดแกงแรงๆ
จนแทบจะมาราดหน้าผมนี่แหล่ะ
   แล้วไงต่อล่ะ ตกลงก็ไปรีสอร์ทแม่เราอีกสองอาทิตย์นะ เราจองเป็นบ้านไว้ติดทะเล ห่างจากหลังอื่นๆ เยอะพอสมควร อยู่ท้ายๆ หาดน่ะ
เสียงดังได้ผมรีบแจงรายละเอียดที่พัก เพราะเดาว่าไอ้โมทย์เพื่อนตัวดีคงจำที่ผมบอกมันไม่ได้เหมือนเคย
   เออตามนั้นแหล่ะ แล้วนี่ไปไหนกันต่อดี นานๆ เจอกัน ไปหาที่เที่ยวเหอะเศกรับคำและรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ไม่รู้ว่าเพราะหน้าตาคุณหนู
 หรือเพราะการวางตัวของเศกที่มันทำให้ผมไม่ค่อยอยากใช้คำพูดหยาบคายด้วยเท่าไหร่ ตรงข้ามกับไอ้โมทย์ที่ไม่อยากพูดดีด้วยเลย
   ไปเที่ยวเหอะ อยากดูหนัง ไม่ก็ไม่ร้องเกะ(คาราโอเกะ[/img]
กันเสียงหวานใสของหน่อย เพื่อนสาวในกลุ่ม พ่วงตำแหน่งดาวคณะอีกด้วย
   ไปด้วยๆ อยากดูหนังนี่ก็เพื่อนสาวอีกคน เจนเพื่อนสนิทหน่อย
   เมื่อผู้หญิงคะยั้นคะยอขนาดนี้ คนอื่นๆ ก็ต้องตามใจ หลังจากรอให้เอ็กซ์กินข้าวตรงหน้าด้วยความเร็วสูงเสร็จ ก็เกาะกลุ่มเดินกลับ
มาที่หอเอ็กซ์ เพื่อขับรถไป
   พอเดินผ่านร้านอาหารหน้าหอเอ็กซ์ ความเจ้าชู้ของไอ้โมทย์เพื่อนรักก็บังเกิด มันส่งเสียงผิวปากแซวคนที่นั่งกินข้าวในร้านทันที
   แมร่งน่ารักว่ะมึง อยู่หอมึงป่ะเนี่ย น้องที่ตาโตๆ น่ะ
   เออ สงสัยเพิ่งย้ายมา เพิ่งเจอก่อนออกไปหาพวกมรึงนี่แหล่ะผมมองไปตามที่โมทย์ชี้ แล้วพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่
ก็นั่นมันไอ้เด็กไร้มารยาทเมื่อเช้า พูดกับคนอื่นนี่ไม่มีหางเสียงเลย หน้าตาน่ารักซะเปล่า ดูดิโดนเพื่อนเขาแซวหน่อย ทำหน้าตาหาเรื่องเชียว
ตัวก็นิดเนียวทำเก่งอีก
   ไปเหอะ จะได้ไปดูรอบหนังผมลากเพื่อนถูลู่ถูกังเพื่อนไปที่รถ เปิดประตูข้างคนขับแล้วยัดเพื่อนที่พยายามโบกไม้โบกมือ
ให้คนในร้านเข้าไปนั่ง แล้วขับออกไปทันที
‘เซร็งโว้ยยยยย  แมร่งไอ้บ้า ไอ้หน้าด้าน เดี๋ยวเหอะเจอกันข้างนอกได้ฟาดปากกันบ้างล่ะ’
ผมเดินกลับห้องอย่างหัวเสีย กินข้าวอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายมาแซว แถมส่งจูบให้อีก เห็นแล้วอยากจะอ้วก พาลกินข้าวไม่ลง
เสียดายตังค์ชะมัดเลย
   
   ผมกลับมาที่ห้องล้มตัวลงนอนที่เตียง มองกล่องกระดาษที่ยังไม่ได้แกะ น้าชายแกชื่อเต็มๆ ว่าสมชาย แกทำงานรับเหมาก่อสร้าง
 แต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก แกก็เลยเอ็นดูผม อยากให้ผมเป็นลูกบุญธรรม แต่ผมยังอยากมีพ่อเดียวแม่เดียวอยู่เลยปฏิเสธไป
แต่ถ้ามีเอกสารอะไรต้องให้ผู้ปกครองเซ็นก็ได้แกนี่แหล่ะคอยช่วย พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรกแล้ว ไม่รู้อนาคตผมจะเป็นยังไงต่อไป
   
   รุ่งเช้าผมรีบตื่นไปมหาลัย เดินไปนะครับ ไม่มีรถอะไรทั้งนั้น ใกล้ๆ ด้วย เดินไปถึงก็โทรหาเพื่อนที่มาจากที่เดียวกันเลยครับ
พอมันรับสายก็สวดอวยพรแต่เช้า ก่อนจะบอกว่าอยู่ที่โรงอาหารให้เดินไปหา ผมก็เดินไปเห็นพวกมันนั่งเป็นกลุ่ม มีบางคนที่ผมไม่รู้จัก
แต่เดี๋ยวก็รู้
   “ไงล่ะไอ้เจ มาถึงเมื่อไหร่ไม่บอกเพื่อนเลยนะ”ไอ้โก้เพื่อนรักผมที่อวยพรตามสายเมื่อกี้ ผมเดินไปนั่งลงข้างๆ
มัน พร้อมแย่งข้าวในจานมันมากินด้วยความเคยชิน
   “อ้าวไอ้เวรนี่ หิวก็ไปซื้อดิว่ะ กูกินไม่อิ่มนะมึงเนี่ย”มันตบหัวผมแทบจะติดจานข้าว แล้วมันก็แย่งจานแย่งช้อนของมันคืนไป
ผมก็ได้แต่ลูบหัวตัวเองป้อยๆ จะตบหัวมันคืนก็ไม่กล้าครับ ตัวมันใหญ่เวลามันโมโหหิวเดี๋ยวมันต่อยเอา
   “กูเจ็บนะมึง ตบหัวกูแบบนี้ มึงเอาตรีนถีบเลยดีกว่า”
   “เจมาถึงเมื่อไหร่ พักหอไหนล่ะ”แก้วครับ สาวสวยประจำกลุ่มผม แต่มันมีแฟนแล้ว
   “มาถึงเมื่อวานน่ะแก้ว หอเลยม.ไปสองซอยน่ะ ว่างๆ ไปหอเรานะ ไปคนเดียวนะจ๊ะ”
   “ทะลึ่งแล้วไอ้เจ ชวนมันไปไม่ชวนแฟนมันรึไง”ไอ้เก่งครับ แฟนแก้วมัน หนุ่มหล่อสาวสวย เห็นแล้วน่าอิจฉา
แรกๆ ผมก็กะจะจีบแก้วเหมือนกัน แต่แก้วมันบอกว่าผมน่ารักกว่ามัน มันไม่เอาเป็นแฟนหรอก เจ็บดีไหมล่ะครับ
   “ก็พูดเล่นเฉยๆ เผื่อฟลุ๊ค”ผมแกล้งส่งยิ้มหวานให้แก้ว แต่ไอ้เก่งมันไม่หึงหรอกครับ มันรู้ว่าผมแกล้ง
   “แล้วไม่กินข้าวเหรอมึง เดี๋ยวจะเข้าเรียนแล้วนะ”คนนี้ไอ้ตี๋ครับ ตี๋สมชื่อ สูงยาวเข่าดี สาวแท้สาวเทียมตอมกันให้วุ่น
มันก็เล่นด้วยหมดตามความคะนอง มันบอกว่ามันเป็นไบฯ พวกผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรมันหรอก ตราบใดที่มันไม่คิดจะจิ้มผม
เราก็ยังคบกันได้ และเป็นเพื่อนรักผมด้วย
   “ไม่หิวน่ะ เดี๋ยวซื้อนมกินก็พอ”
   “เออเจ นี่เพื่อนใหม่นะ ห้องเดียวกัน ชื่อก้องกับเก๋”ตี๋มันแนะนำเพื่อนชายหญิงที่นั่งมองพวกผมตาแป๋วอยู่ครับ
เก๋เนี่ยน่ารักนะครับเห็นแล้วอยากจีบเลย แต่ผมถือคติไม่จีบเพื่อนอ่ะ อดปายยยย
   “ดีครับ เจนะครับ ไอ้ตี๋มึงไม่คิดจะหาเพื่อนชื่ออื่นบ้างเหรอวะ”ผมส่งยิ้มให้ เน้นนานๆ ที่เก๋โดยเฉพาะจนเพื่อนๆ
หัวเราะกันในความทะเล้นของผม กลุ่มผมเนี่ยส่วนมากมีแต่ ก.ไก่ ครับ
   “ไม่หาหรอกว่ะ แต่กูว่าจะคัดเพื่อนที่ชื่อมันไม่เข้ากลุ่มออกว่ะ”
   “สาดดดด มึงก็ด้วยแหล่ะ แต่เก๋ครับ ผมไม่ได้รังเกียจนะครับ ชื่ออะไรก็ยินดีครับ ชื่อเก๋ก็น่ารักดี”ผมด่าตี๋
แล้วก็หันไปยิ้มหวานให้เก๋อีกรอบครับ เธอคงขำผมกับตี๋มัน หัวเราะไม่หยุดเลย น่ารักนะครับ
   “ไปได้แล้วมรึง นั่งหม้อเพื่อนอยู่ได้”ไอ้โก้มันอิ่ม มันก็ลุกขึ้นคว้าคอผมให้ลุกตาม แล้วเราก็เดินไปเข้าห้องเรียน
   วันแรกไม่มีอะไรครับ แนะนำเนื้อหาวิชา การให้คะแนน แล้วก็ปล่อย ตอนบ่ายก็เหมือนกันเพียงแต่เพิ่มมาตรงที่มีทดสอบ
วัดความรู้พื้นฐานกันด้วย จากนั้นพวกเราก็มานั่งฆ่าเวลารอรับน้องตอนเย็นที่ใต้ตึกศิลป์ครับ
ตอนนี้พวกผู้หญิงไปเปลี่ยนมาใส่กางเกงกันหมดแล้วเพราะรุ่นพี่มาบอกไว้ตอนเรียนเมื่อเช้า ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่เยอะ
กลุ่มผมก็เด่นพอสมควร อย่างว่าหนุ่มหล่อสาวสวย(ไม่ค่อยชมตัวเองเลย[/img]
แถมแก้วยังได้เป็นหัวหน้าห้องอีก
เพิ่มระดับความเด่นเป็นสองเท่า
   นั่งรอไม่นานกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มใหญ่ก็เดินมาเลยครับ พวกผมน่ะมันเด็กช่างกันทั้งนั้น เรื่องรับน้องไม่มีกลัว ขอแค่อย่าน่าเบื่อก็พอ
   “น้องๆ ครับ ตั้งแถวสลับหญิงชายนะครับ สลับกันนะครับ”รุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นประธานคณะออกมายืนพูดข้างหน้า
แล้วก็มีรุ่นพี่บางคนยืนอยู่ข้างๆ นอกนั้นก็กระจายกันไปเป็นกลุ่มๆ พอพี่เขาเห็นว่ารุ่นน้องจัดแถวกันเสร็จแล้วก็ให้นั่งลง
แล้วพี่เขาก็แนะนำตัวว่าชื่อเศก เป็นประธานอย่างที่ผมคิดไว้ เก๋ที่นั่งอยู่หน้าผมหันมากระซิบบอกผมเลยเชียวแหล่ะว่าพี่คนนี้
เป็นรุ่นพี่เธอมาก่อน ดังและหล่อมาก ผมก็พยักหน้ารับคำบอกเล่าเธอไป แต่สายตาผมน่ะมองไอ้สองคนที่ยืนข้างๆ มันมากกว่า
คนแรกก็ไอ้คนไร้น้ำใจที่หอผม อีกคนก็ไอ้ปากเสียที่มันแซวผม ผมว่ามันก็มองผมมาเหมือนกัน
   ตามฉบับรับน้องครับ พี่เขาก็ให้แนะนำตัวก่อนเป็นอย่างแรก ก็แนะนำกันมาเรื่อยๆ จนถึงผมนี่แหล่ะครับ แจ็คพ็อตแตกเลย
   “อ้าวน้อง พี่บอกให้สลับชายหญิงไง ไม่ได้ยินหรือตั้งใจไม่ฟังกัน”ไอ้คนไร้น้ำใจมันพูดขึ้นครับ ผมกำมือแน่น ได้ยินเสียงเพื่อนกลุ่มผมกลั้นหัวเราะกันสุดฤทธิ์
   “ว่าไงน้อง พี่สั่งน่ะ เปลี่ยนที่นั่งกับเพื่อนซะ”มันยังไม่หยุดครับ ผมก็ใส่กางเกงยีนส์ตัวใหญ่นะครับ(ที่นี่ให้ใส่ยีนส์ได้ครับ[/img]
   “ได้ยินครับ แล้วพี่จะให้ผมเปลี่ยนไปไหนเหรอครับ ผมก็นั่งตามที่พี่บอกแล้วไง”ไอ้คนนั้นยังทำหน้างง พวกพี่คนอื่นๆ ก้อด้วย
รวมทั้งไอ้โรคจิตที่พยายามส่งยิ้มหวานจ๋อยให้ผมอีก
   “น้องครับ ถึงเป็นทอมก็ยังถือว่าเป็นผู้หญิงนะครับ เปลี่ยนที่นั่งซะอย่าให้คนอื่นเขาเสียเวลากับการนั่งรอน้องคนเดียวเลย
พี่ไม่อยากพูดอะไรซ้ำๆ นะ”นั่นไงครับ ประโยคเด็ด จี๊ดดีไหมล่ะ เสียงไอ้เพื่อนกลุ่มผมหัวเราะลั่นเลยครับ โดยเฉพาะเสียงไอ้โก
้ดังกว่าใครเพื่อน อารมณ์ผมคุมไม่อยู่แล้วครับ ก้าวแทรกขอทางเพื่อนเดินออกไปประจันหน้ามันเลย เพื่อนผมจะห้ามก็ไม่ทันแล้วครับตอนนี้
   “มีปัญหาอะไรน้อง บอกไว้ก่อนนะพี่ไม่ทำผู้หญิง”มันพูดจบผมไม่รอช้า คว้ามือมันได้ก็จับมาทาบบนหน้าอกผมทันที
ตอนแรกมันขืนมือไว้แต่ผมยกอีกมือกดลงมา
“เฮ้ย!!!”หน้าตามันตกใจมากครับ แล้วมันก็ส่งยิ้มแหยๆ ให้ผม
“ผมนั่งที่เดิมได้รึยัง”ผมพูดเน้นๆ คำเลยครับ มันก็พยักหน้าให้ ผมก็เดินแทรกเพื่อนๆ กลับมานั่งที่ เพื่อนมันบางคนก็เดินเข้ามากระซิบถามมันว่าเป็นอะไร หรือเป็นไงนี่แหล่ะ
“เอ่อ...น้อง...แนะนำตัวด้วย”มันพูดเสียงอ่อยๆ ลง ผมก็เลยต้องยืนขึ้น ตอนนี้ทุกคนเงียบหมดแล้วครับ
“ผมชื่อนายเจษฎา ชื่อเล่นเจ จบจาก..... ครับ”ผมพูดเน้นๆ ให้ได้ยินกันชัดๆ ตรงคำว่านายและครับ
จนทั้งเพื่อนและรุ่นพี่หัวเราะกันเสียงดังเลยครับ ตอนนั้นทั้งอายทั้งโมโห ไอ้โรคจิตที่คอยส่งยิ้มให้ผมหน้าเหวอไปแล้วครับ
สะใจผมมากกกกกก
------------------------------------
หลังจากปล่อยให้เศกมันคุมน้องทำกิจกรรม ผมก็มานั่งรวมกับกลุ่มเพื่อน ยังเสียหน้าเมื่อกี้ไม่หาย
ก็รูปร่างหน้าตารวมทั้งเสียงมันบ่งบอกที่ไหนล่ะว่าเป็นผู้ชาย(เอ่อ ถ้าดูดีๆ ก็รู้นะ[/img]
ถ้าไม่ได้พิสูจน์ด้วยมือตัวเองก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน
แต่ที่อาการหนักกว่าผมก็คงเป็นไอ้โมทย์นี่แหล่ะ โบกไม้โบกมือส่งยิ้มให้น้องเขาดีนัก
          “ไงล่ะมึง น้องน่ารักตาโตของมึงน่ะ ไปจีบเด่ะ”
          “ไอ้บ้านี่ คนกำลังเสียขวัญ อกหักเลยกู”มันแกล้งทำหน้าเศร้าหรือมันเศร้าจริงก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ผมเนี่ยยังไม่หายอึ้งเลย
ไม่มีแรงใจจะไปช่วยไอ้เศกมันแล้ว ขอนั่งทำใจตรงนี้ดีกว่า ดูดินั่งมองด้านหลังยังดูไม่ออกเลย ทรงผมที่ยาวระต้นคอขาวๆ กับร่างบางๆ
เนี่ยมันมีตรงไหนให้คนอื่นมองว่าเป็นผู้ชายวะ ถามหน่อยเหอะ ทำมาเป็นจ้องหน้า ตาขวางใส่ ไอ้เปี๊ยกเอ๊ยยยย
           หลังจากปล่อยน้องๆ กลับแล้วพวกผมก็คุยเรื่องงานรับน้องกันต่ออีกหน่อย แล้วก็แยกย้ายกัน เดินออกจากม.
ก็เห็นไอ้เปี๊ยกมันล่ำลาเพื่อนมันตรงป้ายรถเมถ์พอดี ยังไงผมก็ผิดที่ไปดูว่ามันเป็นทอม มันคงอายเพื่อนเหมือนกัน
ผมเองก็ควรจะขอโทษมันเป็นทางการเสียหน่อย
            “เจๆ”ผมตะโกนเรียกมันครับ มันก็หันมามองผมแล้วหน้าก็บึ้งขึ้นมาเลย ท่าจะยังโกรธไม่หาย
            “กลับหอใช่ป่ะ ไปกับพี่สิ ยังไงก็หอเดียวกัน”ผมเอาจักรยานมาครับวันนี้
            “ไม่เป็นไร ใกล้ๆ เดินไปก็ได้”ดูมันพูดไม่มีหางเสียงเลย มันน่าขอโทษมั้ยนี่
            “ไปด้วยกันนี่แหล่ะ พี่มีเรื่องคุยด้วย”มันทำตาโตมองผมอีกแล้วครับ
            “เรื่องอะไร จะคุยก็คุยตรงนี้แหล่ะ”
             “เอ่อ...เรื่องที่...พี่เข้าใจผิดน่ะ พี่ขอโทษนะ”ผมขอโทษไปแล้วนะ แต่ไอ้เปี๊ยกนี่มันยังจ้องหน้าผมอยู่เลย
มันทำตาโตมากกว่าเก่าอีกนะนี่
             “ช่างมันเหอะ ไม่อะไรแล้วผมกลับนะ”มันพูดจบแล้วก็จะเดินไปเลย ผมต้องรีบปั่นจักรยานไปดักหน้ามันไว้
             “ขึ้นมา หอเดียวกันจะเดินให้เหนื่อยทำไม เร็วดึกแล้ว”ผมต้องคะยั้นคะยอมัน จนมันยอมขึ้นมานั่งเบาะหลังนี่แหล่ะ
แล้วผมก็ปั่นจักรยานที่ไปฝากเพื่อนไว้กลับหอตัวเอง ตลอดทางไม่มีเสียงใดหลุดออกมาทั้งจากปากผมและมัน
จนจอดจักรยานคล้องโซ่เสร็จมันก็ยังยืนรอผมอยู่
              “ขอบคุณที่มาส่ง”มันพูดจบก็เดินไป ไม่รอฟังคำว่าไม่เป็นไรของผมเลย ผมก็เลยเดินไปซื้อมาม่ามาต้มกินเหมือนเดิม
หิวครับ ดึกแล้วข้าวเย็นยังไม่ตกถึงท้องเลย
             
‘หึ ไอ้บ้านั่นมันก็ดีเหมือนกันนี่หว่า กล้ามาขอโทษตรงๆ ด้วย นึกว่าจะถือว่าเป็นรุ่นพี่เสียอีก’หลังจากที่อาบน้ำแล้วมานอนแผ่กลางเตียงก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ยังไงมีมิตรก็ดีกว่ามีศัตรู จะโทษมันฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะมีหลายรายแล้วที่ทักผิดๆ แบบนี้
   วันนี้พวกผมก็เรียนและรับน้องตามปกติ ตกเย็นก็ไปกินเหล้าตามหอเพื่อนกว่าจะกลับห้องก็เข้าวันใหม่เรียบร้อย ตอนนี้พวกผมกำลังเข้ากิจกรรมตามกลุ่มพี่รหัสครับ จับพี่รหัสกันแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ส่วนมากเขาก็เริ่มรู้กันแล้วแต่ผมขี้เกียจ ไม่สนใจเรื่องพวกนี้นัก ยังไงใกล้วันพี่เขาก็ต้องมาเฉลยอยู่ดี ไปตื้อตอนนี้ยังไงเขาก็ไม่ยอมรับหรอก
   “มึงไม่คิดจะตามหาพี่รหัสบ้างเหรอไงวะ”เสียงไอ้ตี๋ครับ นั่งกระซิบผมอยู่ข้างๆ เพื่อนกลุ่มผมที่อยู่รวมกลุ่มเดียวกันก็มีไอ้ตี๋ แล้วก็เก๋ นอกนั้นกระจายกันไปกลุ่มอื่นๆ
   “ไม่ว่ะ เดี๋ยวอีกสองวันพี่แกก็เฉลยเอง ไม่ว่างหาหรอก”
   
                “เออ อยากได้พี่ผู้หญิงว่ะ พี่หน่อยหรือพี่เจนก็ได้ น่ารักดี”ดูมันพูดครับ พี่รหัสน่ะมึงไม่ใช่แฟน เข้าใจไรผิดเปล่าวะเนี่ย
   
                “เออกูก็อยากได้ พี่เจนแมร่งน่ารักว่ะ”แฮะๆ น่ารักจริงๆ นะ พี่แกยิ้มเก่ง ยิ้มให้ผมตลอดเลย
   “แต่ถ้าได้พี่เอ็กซ์กูก็เอาน่ะ พี่แกเท่ห์ดีว่ะ”เอาแล้วไง ไอ้เสือไบเอ้ยยยย
   “เอาของมึงนี่คือไรวะ พูดกำกวมนะมึง”
   “ไอ้เพื่อนเวร พี่รหัสโว้ย กูไม่ได้พิศวาสพี่เขาหรอกมึง ขืนไปทำแบบนั้นกูก็ตายพอดี ตัวใหญ่กว่ากูอีก”ใช่ครับ ไอ้พี่เอ็กซ์มันสูงกว่าไอ้ตี๋นิดหน่อย ไม่มากหรอก แต่ตัวหนากว่า หุ่นแบบพวกนักกีฬาน่ะครับ เห็นพวกเพื่อนๆ ผู้หญิงบอกแกเป็นนักบาสมหาลัย  มิน่าสูงชิหายเลย
------------------------------------------------
เอาอีกแล้วครับไอ้เปี๊ยก วันแรกก็ทำตัวเด่น(เอ่อ ผมทำให้มันเด่นเอง[/img]
วันหลังๆ ถึงรู้ว่ามันเป็นเด็กคุยเก่ง เพื่อนๆ พี่ๆ ยกให้มันเป็นขวัญใจในหลายๆ เรื่อง แต่ตอนนี้มันคุยเก่งเกินไปแล้วครับ เพื่อนๆ ในกลุ่มหยุดร้องเพลงแล้วมันสองคนยังไม่รู้ตัวเลย
   “นี่สองคนนั่นน่ะ จะคุยกันอีกนานไหมวะ ออกมาด้านหน้านี่มา มาคุยให้เพื่อนๆ พี่ๆ ได้ยินด้วย”ผมเรียกพวกมันที่นั่งอยู่ให้ออกมายืนหน้าพวกผม พวกผมนั่งกันอยู่บนเก้าอี้ ส่วนน้องๆ นั่งจับกลุ่มกันอยู่ กลุ่มนึงก็ประมาณสิบกว่าคน มันหันไปเถียงอะไรกันนิดหน่อยแต่ก็ยอมลุกออกครับ
   “นั่งลงหันหน้าไปหาเพื่อนแล้วคุยกันต่อสิ เมื่อกี้คุยไรกัน”ผมบอกพวกมันก็ทำตามนะครับ
   “เอ้าว่าไงล่ะ เมื่อกี้คุยไรกัน บอกให้เพื่อนฟังด้วย”ไอ้โมทย์มันเริ่มพูดบ้างแล้วครับ หลังจากมันไม่กล้าพูดกับไอ้เปี๊ยกหลายวัน
   “ไอ้เจมันชวนคุยเรื่องพี่รหัสครับ”ไอ้น้องตี๋สุดหล่อของคณะพูดก่อนครับ อีกคนยังเงียบอยู่
   “อ้าวมึงน่ะแหล่ะชวนกูคุย ไอ้ตี๋มันอยากได้พี่รหัสผู้หญิงครับ มันอยากได้พี่เจนกับพี่หน่อย”เจมันไม่ยอมแพ้ ก็ฝ่ายที่ชวนคุยมันไอ้ตี๋ชัดๆ โยนความผิดให้กันหน้าตาเฉย
   “มึงก็ด้วยแหล่ะ บอกพี่เจนน่ารัก อยากได้พี่เจน โอ้ย!”ตี๋ยังพูดไม่จบ เจมันก็ตบหัวเพื่อนมันเสียงดังเลยครับ ส่วนเพื่อนผมยัยเจนนี่นั่งอายน้องหน้าแดงกว่ายัยหน่อยอีก แค่น้องเขาแซวเล่นทำเป็นอายนะพวกมึง
   “มึงก็อยากได้พี่เอ็กซ์เหมือนกัน พี่เอ็กซ์สุดหล่อของมึงไง”อ้าวเวร ตอนนี้ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่นั่งใกล้ๆ กับผมมองผมตาเดียวเลย ไอ้โมทย์มันขยับหนีผมด้วย ไอ้เปี๊ยกบ้านี่มันพูดไรวะ
   “นี่แน่ะไอ้ตาโต กูบอกว่าพี่เขาเท่ห์ดี ไม่ได้บอกเลยว่าหล่อ มึงอ่ะ ชอบอ่ะดิ๊ ถึงชมพี่เขาว่าหล่อ มิน่าวันแรกถึงให้พี่เขาจับหน้าอกมึง”ยังครับ มันสองตัวยังไม่หยุดตบหัวเล่นกัน แต่ตอนนี้ผมสนุกไปด้วยแล้ว ก็ไอ้เปี๊ยกมันหน้าซับสีแดงไปหมด ไม่รู้ว่าแดงเพราะโกรธหรืออาย
   “เฮ้ยพวกมึงสองตัวหยุดเลยๆ  เอารุ่นพี่มาแซวเล่นสนุกปากกันเลยนะ อยากได้พี่รหัสผู้หญิงนักใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้”ผมหันไปหากลุ่มเพื่อนกระซิบถามพวกมันว่าใครเป็นพี่รหัสไอ้สองตัวนี้ ยัยเจนกับหน่อยจริงๆ ด้วย ผมไม่ให้มันโชคดีขนาดนั้นหรอก
   “พวกแกสองคนเปลี่ยนน้องรหัสหน่อยดิ เอาน้องเรากับไอ้โมทย์ไปนะ”เพื่อนผมก็หัวเราะชอบใจครับ มันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะมันรู้ว่าพวกผมน่ะชอบแกล้ง ผมปล่อยเจกับตี๋ไปนั่งเหมือนเดิมซ้อมร้องเพลงกันนิดหน่อย แล้วก็เศกมันก็เรียกน้องๆ ไปรวมกันร้องเพลงอีกรอบแล้วก็ปล่อย ใครอยากหาพี่รหัสก็หาตอนนี้แหล่ะครับ แต่ผมกับไอ้โมทย์ไม่ต้องรอให้น้องรหัสมาหาครับ ดูจากหลายวันมันสองตัวไม่เคยหาเลย เลิกปุ๊ปกลับปั๊ป
   “สองคนนั้นน่ะ อย่าเพิ่งกลับ”ไอ้โมทย์มันเดินไปดักไว้ครับ มันสองคนก็ทำหน้างงๆ
   “ไม่คิดจะหาพี่รหัสบ้างเหรอเราน่ะ”
   “ยังน่ะครับ เดี๋ยวอีกสองวันก็รู้แล้ว พี่มีอะไรอีกเปล่าครับ พอดีผมรีบ”ไอ้เปี๊ยกนี่มันกล้าดีแฮะ
   “มี พี่รหัสพวกน้องน่ะพวกพี่สองคนเอง ไม่อยากได้ลายเซ็นหรือไง”ผมเริ่มพูดบ้างครับ เห็นไอ้สองตัวนี้หน้าเหวอไปพักนึง แล้วก็ซุบซิบกันเบาๆ ว่า ‘กูว่าแล้ว’ แต่ใกล้ๆ แค่นี้ผมได้ยินอยู่แล้ว
   “แล้วพวกพี่จะให้ผมทำไรอ่ะ ต้องตอนนี้เลยเหรอ”ท่าทางไอ้เปี๊ยกมันรีบๆ ชอบกล แต่ยังไงก็ไม่รอดเสียหล่ะ ทำเอาผมขายหน้าหลายครั้งแล้ว
   “ไม่มีรัยหรอก จะชวนไปกินเหล้า ไปเปล่า แต่ไม่ไปก็ต้องไปน่ะแหล่ะ ไปเร็วเดี๋ยวพี่ๆ คนอื่นเขาจะรอ”ผมรีบเดินนำมันสองคนครับ เห็นมันกระซิบกันอีกแล้ว แต่ก็ยอมเดินตามมาโดยดี ความจริงวันนี้กลุ่มผมก็จะไปกินเหล้าที่หอไอ้เศกอยู่แล้วครับ ฉลองส่งโปรเจ็คครั้งแรกผ่านไม่ต้องแก้ หอไอ้เศกเดินไปทางหลัง ม.ครับ ใกล้ๆ ผมปั่นจักรยาน ไอ้โมทย์ซ้อน ให้ไอ้น้องสองตัวเดินกึ่งวิ่งตามมาได้ยินมันบ่นเบาๆ ตามหลังว่า ‘แมร่งเอ้ย ขี้โกงว่ะ’
ตอนแรกผมก็กะจะญาติดีกับไอ้พี่สองคนนี้แล้วนะ แต่แมร่งแกล้งปั่นจักรยานอ้อมนี่หว่า
นี่มันกลับมาแยกเดิมเมื่อกี้นี่ เห็นเป็นเด็กตจว.แต่ไม่ได้โง่นะเว้ย
   “กูว่ามันสองคนแกล้งเราว่ะไอ้ตี๋”
   “เออ กูรู้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่มึงก็เฉยๆ ไว้เหอะ ยังไงเราก็ผิดที่นั่งนินทาพี่เขา”
   “เออก็ได้วะ แต่ถ้ามันยังไม่เลี้ยวออกประตูหลังนะ มึงคอยดู มีเรื่องแน่”ฮิฮิ พูดไปงั้นแหล่ะครับ ไม่กล้าหรอก
แล้วพวกผมก็ผิดอย่างที่มันบอก ถึงจะดูเกเรบ้าง แต่เรื่องผิดถูกผมแยกแยะออก
   โชคดีหน่อยมันวนแค่รอบเดียว พอออกหลังม. มันก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ไปทะลุอีกซอยหนึ่ง เลี้ยวไปเลี้ยวมา
ก็หยุดหน้าทาวเฮ้าส์สามชั้นครับ มีดาดฟ้าด้วย มองจากข้างนอกก็เห็นพวกรุ่นพี่นั่งล้อมวงกันอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้พวกผมไม่มีสายตาจะสอดส่ายดูว่าใครเป็นใครหรอก หอบเป็นหมาหอบแดดเลยล่ะครับ ขนาดไอ้ตี๋ขายาวๆ
มันยังหอบเลย ผมนี่วิ่งแทบตาย จำไว้นะเดี๋ยวจะเอาคืนให้หายแค้นเลย
   “ไปๆ เข้าบ้านกัน”พี่โมทย์ครับ เดินมาตบไหล่พวกผมสองคนให้เดินตาม เข้าไปถึงพี่เขาก็ส่งเสียงแซวกันระงมเลย
เขารู้ครับว่าพวกผมโดนลงโทษที่คุยกันตอนซ้อมเชียร์ อีกอย่างคือนินทารุ่นพี่
   “ไงล่ะ เหงื่อซกกันมาเลย มานั่งๆ ดื่มๆ”รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งพูดครับ คนนี้ผมไม่ค่อยสนิท พวกพี่ๆ เขาก็ขยายวงกว้างกว่าเดิมอีก
   “พี่ครับ ห้องน้ำอยู่ไหนครับ”เหนียวตัวครับ เหม็นเหงื่อตัวเองชิหายเลย
   “เดินเข้าไปทะลุห้องนั้นน่ะ หรือไม่ก็ไปชั้นสองก็ได้ขึ้นบันไดก็เจอเลย”พี่เศกบอกครับ เจ้าบ้านครับ บ้านนี้ก็มีพวกพี่เศก พี่โมทย์ พี่กร
นอกนั้นก็พี่ฟ้ากับพี่เปา คนละคณะครับแต่เป็นเพื่อนพวกพี่เขา ผมเดินขึ้นมาเข้าห้องน้ำชั้นสองครับ ไม่กล้าเดินเข้าห้องพวกพี่เขา ยังเกรงใจอยู่
เข้าห้องน้ำได้ก็ถอดเสื้อออกเลยครับ เหงื่อชุ่มเลย ยังไม่ทันจะเปิดฟักบัวราดตัว ก็มีคนเคาะประตูห้องน้ำขัดจังหวะเลย
   “เฮ้ยไอ้เจ เปิดประตูกูล้างตัวด้วย”ผมเปิดประตูให้ไอ้ตี๋เข้ามา มันถอดเสื้อรอแล้วครับ
   “มึงก้มตัวลง เดี๋ยวกูราดน้ำให้”มันบอก ผมก็ทำตามครับ พอผมล้างตัวเสร็จ ก็ทำให้มันคืนบ้าง พยายามไม่ให้โดนกางเกงครับ
ผ้าเช็ดตัวก็ไม่มี รอให้ตัวแห้งอย่างเดียวครับ เอาเสื้อมาพาดบ่าไว้กันอุจาด เพราะมีพี่ๆ ผู้หญิงอยู่ด้วย
   เดินลงมาจากชั้นสองก็นั่งข้างๆ พี่เอ็กซ์ครับติดกับไอ้ตี๋เป็นพี่เศก
   “โอ้วววว น้องเราไปทำอะไรกันมาครับ ถอดเสื้อกันมาเลย พี่ให้ยืมห้องได้นะครับ”พี่ผู้ชายคนหนึ่งครับ แซวมาก่อนใครเลย
   “พี่อย่าพูดงี้ดิ ผมจะอ้วกเอาตั้งแต่ยังไม่เมานะ”ผมทำหน้าปูเลี่ยนใส่ไอ้ตี๋มัน มันก็ตบหัวผมอีกเหมือนเดิม
   “โอ้ยยย ไอ้ตี๋มึงตบหัวกูหลายครั้งแล้วนะวันนี้ กูยิ่งโง่ๆ อยู่”
   “โง่บ้านมึงสิ สอบได้ที่ดีกว่ากูอีก แดกๆ ไปเลยเหล้าเนี่ยจะได้ไม่ต้องพูดมาก”มันยกแก้วจ่อปากผม ผมก็รับสิครับ
เหล้าฟรีชอบอยู่แล้วครับ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรครับ ปกติอยู่กับเพื่อนก็ถอดเสื้อกินเหล้ากันบ้างไม่บ่อย กินไปเรื่อยจนสังเกตเห็นพวกพี่ๆ
บางคนเขามองแปลกๆ เห็นแล้วขนลุกครับ
   “กูว่ามึงใส่เสื้อเหอะว่ะ”ไอ้ตี๋มันกระซิบผมครับ
   “ทำไมวะ”
   “มึงใส่เหอะน่า เดี๋ยวกินเหล้าไปตัวก็แดงอีก ไม่เห็นพี่ฟ้าหรือไง มองจนจะกินมึงอยู่แล้ว กูว่าพี่เขาเป็นเกย์ชัวร์”จริงของมันครับ
พี่ฟ้าเป็นเพื่อนพี่เศก อยู่คณะวิศวะ ตอนผมมานั่งเขาจะยิ้มให้ผมแต่ผมไม่ได้ยิ้มตอบ ไม่แน่ใจครับว่ายิ้มให้ผมหรือเปล่า
ส่วนตอนนี้มองผมตาเยิ้มเลย ไม่รู้เยิ้มเพราะเหล้าหรือเพราะอะไร แต่ไม่เสี่ยงครับ หุหุ เคยเกือบโดนลักหลับตอนเมาแล้ว
ไม่กล้าอ่ะครับ ผมรีบเอาเสื้อที่พาดมาสะบัดสองสามทีแล้วใส่อย่างรวดเร็วเลยครับ
   ผมนั่งดื่มต่อสักพักโทรศัพท์ในกระเป๋าผมก็สั่น เห็นเบอร์เท่านั้นแหล่ะครับรู้เลยว่าลืมอะไร ลืมไปว่ามีธุระไงครับ
   “ครับ ว่าไงครับพี่”ผมหยิบมาพูด พี่เอ็กซ์ที่นั่งข้างผมก็หันมามองแว้บนึง แล้วก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อ ปลายสายไม่ใช่ใครครับ
คนรู้จักผมเอง ผมทำงานกราฟิคดีไซน์ให้เขาอยู่ คืนนี้เขาจะมาเอาไฟลล์งานที่หอ ผมก็ลืมครับ กินเหล้าสบายใจเชียว
พี่แกก็ไม่ว่าอะไรนะครับ เพราะแกเพิ่งเลิกงาน ผมเลยบอกว่าให้มาเอาไฟลล์ที่ผมแล้วกัน เพราะผมไรท์ใส่แผ่นมาเก็บในกระเป๋าไว้แล้ว
   “พี่เอ็กซ์ครับนี่ซอยอะไรครับ เข้ามายังไงจากหน้าม.อ่ะ”พี่เขาก็หันมาบอกทางให้ผมบอกปลายสายต่อ
พอวางสายไม่นานเสียงแซวก็มาอีกครั้งเลยครับ คราวนี้จากไอ้พี่ฟ้าครับ เห็นมันจ้องผมตั้งแต่คุยแล้ว
   “แฟนจะมาตามเหรอครับน้องเจ หน้าตาแบบนี้ท่าทางแฟนจะหวงนะเนี่ย”
   “แฟนที่ไหนกัน คนรู้จักน่ะครับ แฟนผมเขาอยู่ไกลมาไม่ได้หรอก”คร้าบบบบ แฟนผมเรียนอยู่บ้านเกิดผมน่ะแหล่ะ
สอบไม่ติดเลยเรียนต่อที่เดิม
   “นั่นไงมีแฟนแล้วจริงๆ ด้วย อย่างนี้คนอื่นก็อกหักสิเนี่ย”คนอื่นหรือมรึงคร้าบบบ ไอ้คุณพี่ฟ้า
   “ใครจะมาชอบผมกันครับพี่ก็พูดไปนั่น”
   “แหม ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันครับเนี่ย”นั่นไง ชัวร์เลย ไอ้ตี๋มันหันมายักคิ้วให้ผมด้วย ประมาณว่า กูว่าแล้วววว
แต่ผมก็ไม่ได้ต่อความอะไรหรอกนะ เพราะได้ยินเสียงแตรรถหน้าบ้าน พอลุกขึ้นดูก็เห็นรถคุ้นตาเลยรีบหยิบซองกระดาษที่มีซีดี
ภาพงานตัวอย่างกับโมเดลจำลองเดินไปหน้าบ้าน
   “ดีคับพี่นุ แหมหน้าแดงมาเลยนะครับ ไหนบอกเพิ่งเลิกงาน  อ่ะนี่ซีดีงานกับตัวอย่างอยู่ในซองนะครับ”พี่นุครับ
อายุก็เกือบๆ สามสิบอีกไม่กี่ปี ผมเคยส่งงานเข้าประกวดแล้วได้รางวัล เขาชอบสไตล์งานผมก็คอยส่งงานมาให้ทำเรื่อยๆ
ถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ส่งงานกันทางเมลล์ บางครั้งก็ขึ้นมาทำงานที่นี่ เงินดีครับ
   “เออน่า งานเลี้ยงลูกค้า

8 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / ไม่ง่ายนัก ... รักนี้ (This Love Impossible) : บทสรุปของความรัก

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:08:47 AM


1 ... แรกเจอ
นาย เอกรินทร์ พิพัฒนพงษ์ กรุณานำสัมภาระมาพบผู้ปกครองด้วยค่ะ
“ไอ้นัท กูไปก่อนนะโว้ย ... พ่อกะแม่มารับแล้วว่ะ”
เอกรินทร์ เด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย หันมาบอกนัท ที่ตอนนี้ตาแดงก่ำ เหมือนกำลังจะร้องไห้
“เฮ้ย อย่าทำขี้แยเป็นเด็กผู้หญิงซิว่ะ เชื่อเหอะ ว่าเดี๋ยวแม่มึงต้องมารับแน่ กูไปก่อนนะ อ่ะ! นี่เบอร์ที่บ้านกูเองแล้วโทรหากันบ้างนะ”
เอกเพื่อนที่สนิทที่สุดของนัทพูดปลอบใจพร้อมกับยื่นเบอร์โทรศัพท์ใส่มือ และกุมมือเพื่อนที่ตอนนี้มันเย็นเชียบมากๆ ทั้งที่เอกก็ไม่อยากจะทิ้งเพื่อนไว้คนเดียว แต่พ่อกับแม่ของเค้านะซิ นึกแล้วเอกยังหวั่นๆ
“ไปเถอะเอก กูไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวแม่กูก็คงมาแหละ”
นัทมองเอกอย่างเข้าใจ จึงบอกกับเพื่อนทั้งๆ ที่เสียงยังสั่นเครือ นัทมองเพื่อนที่ลากกระเป๋าออกไป ตามเสียงเรียกเป็นครั้งที่สอง นัทสนิทกับเอกมากจนรู้ว่าที่บ้านของเอกเข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยมากขนาดไหน เพราะพ่อเอกเป็นนายพลของกองทัพอากาศนั่นเอง
“เอาละซิไอ้นัท เป็นคนสุดท้ายจนได้ แม่ครับ…เมื่อไหร่แม่จะมารับนัทสักทีนะ”
นัทมองซ้ายทีขวาที พร้อมกับใจหวิวๆ เพราะตอนนี้ในหอนอนไม่เหลือใครอีกแล้ว หันกลับไปมองเอกอีกทีก็เดินลับตาไปแล้ว ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกันมา เอกจะคอยปลอบใจนัทเวลาที่คิดถึงแม่ จริงๆ นัทก็ไม่ใช่คนอ่อนแอเลย เค้าไม่เคยยอมแพ้ใครและไม่เคยให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เพราะแม่เฝ้าพร่ำสอนเค้าเสมอเวลาที่เจอกันว่าต้องดูแลตัวเองให้ดีแม้เวลาที่แม่ไม่ได้อยู่ด้วย และนัทก็ไม่เคยผิดสัญญากับแม่สักครั้ง
แม่ส่งนัทมาอยู่โรงเรียนกินนอนที่เมืองไทยตั้งแต่เข้า ม.1 แม่ก็แทบไม่เคยจะมาเยี่ยมเค้าเลย เพราะแม่ทำงานอยู่ต่างประเทศ จึงไม่ค่อยมีเวลาว่างกลับมาเมืองไทยสักเท่าไหร่ ทุกครั้งที่เจอกันแม่ของเค้าจะดูโทรมลงเสมอ นัทรู้แค่ว่าแม่ของเค้าหนื่อยเพราะแม่ต้องทำงานหนักนับตั้งแต่ที่พ่อของเค้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แม่เลี้ยงเค้ามาเพียงลำพังนับตั้งแต่นั้น นัทจึงรักแม่ของเค้ามากและพยายามตั้งใจเรียนเพื่อให้แม่ภูมิใจ และเค้าก็ทำได้เสมอ นัทสอบได้ที่ 1 และได้ทุนการศึกษาจากโรงเรียนทุกปี นัทไม่เคยเรียกร้องอะไรจากแม่ เพราะเค้ารู้ว่าแม่ลำบากและทำงานหนักเพื่อเค้า นัทได้เจอหน้าแม่แค่ปีละ 2 ครั้งเท่านั้นในช่วงปิดเทอม เพราะแม่จะบินกลับมาเยี่ยมเค้าได้แค่นั้น
ตอนนี้ นัท จบชั้น ม.6 แล้ว และวันนี้เป็นวันที่ผู้ปกครองจะต้องมารับกลับบ้าน นัทเฝ้ารอวันนี้มานาน เพราะจะเป็นวันที่นัทได้กลับไปอยู่กับแม่ ตอนนี้นัทได้แต่คิดว่าแม่จะได้รับจดหมายของเค้าหรือเปล่า  เค้าได้เขียนบอกแม่ไหมนะว่าวันนี้เป็นวันที่แม่ต้องมารับเค้ากลับบ้าน
นัทพยายามนึกทบทวนถึงจดหมายที่เค้าส่งให้แม่ แล้วถ้าเกิดแม่ไม่ได้รับจดหมายเค้าจะทำยังไงดี เพราะเด็กที่ผู้ปกครองยังไม่มารับ ก็ต้องอยู่ที่หอต่อไปจนกว่าจะมีผู้ปกครองมาติดต่อกับทางโรงเรียน ตอนนี้น้ำตาที่กลั้นมานานกำลังจะไหลออกมาอยู่แล้ว ก็พอดีกับที่มีเสียงประกาศเรียกจากห้องปกครอง
“นาย ณัฐภูมิ รัตนปัญญา ให้นำกระเป๋าลงมาพบผู้ปกครองด้วยค่ะ”
“แม่มาแล้ว แม่มาแล้ว” เด็กหนุ่มลากกระเป๋าวิ่งไปที่ห้องปกครองทันที เพราะอยากเจอแม่เหลือเกิน นัทอยากกลับไปอยู่อเมริกากับแม่ กลับไปที่บ้านของพ่อ บ้านของพวกเรา นัทพูดกับตัวเองไปตลอดทางที่วิ่งไป และเมื่อไปถึงห้องปกครอง เค้าจึงรีบวางกระเป๋า พร้อมกับเข้าไปในห้องปกครองด้วยความดีใจ
“โอ๊ย…”
ใครกันเนี่ย นัทที่ล้มลงไปกองกับพื้นเหลือบสายตาขึ้นมามอง ร่างสูงเพรียวที่ยืนอยู่หันหลังอยู่ตรงหน้าเค้า
เห้อ … แต่งตัวแบบนี้ ค่อยโล่งอกหน่อยที่ไม่ใช่อาจารย์ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นอาจารย์ที่มองมาเค้าต้องรีบลุกขึ้นทันที และยกมือไหว้คนตรงหน้า ที่ดูว่าไม่สะทกสะท้านอะไรเลยที่เค้าวิ่งมาชน
“เอ๊อ..ขอโทษครับ คือ ผมรีบน่ะครับไม่ได้ตั้งใจ”
ชายหนุ่มที่นัทวิ่งชน หันมามองเค้าด้วยหางตาพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก แล้วหันกลับไปพูดกับอาจารย์โดยทำเหมือนไม่สนใจคำขอโทษของเค้าสักนิด
ทำให้นัทยิ่งฉุนกึกขึ้นมาในใจ ยิ้มกวนประสาทชิบเป๋ง หน้าตาก็ดี แต่งตัวก็ดี เหมือนลูกคุณหญิงคุณนายแต่มองคนอื่นด้วยหางตาแบบนี้เสียมารยาทจริงๆ
“โรงเรียนนี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องมารยาทของนักเรียนไม่ใช่หรือครับอาจารย์ ไม่น่าจะมีเด็กวิ่งตึงตัง ไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้นี่ครับ”
นัทรู้สึกหน้าชาขึ้นมาทันที ที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า
ขอโทษไปแล้ว ยังไม่พอใจอีกหรือไงกัน นัทได้แต่ฉุนในใจ เพราะอยู่ต่อหน้าอาจารย์
“ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ คือปกติ ณัฐภูมิ เค้าก็เป็นเด็กมารยาทดีคนนึงเลยค่ะ แถมยังเป็นนักเรียนดีเด่นของเราด้วย แกคงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”
“เนี่ยเหรอครับ… นักเรียนดีเด่น… มารยาทดีอีกด้วย…”
ชายหนุ่มหันมามองนัท อย่างไม่เชื่อสายตา พร้อมกับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่นัทไม่ชอบเอามากๆ
ถ้าเป็นเวลาปกตินัทคงคิดว่าคนแปลกหน้าคนนี้ยิ้มมีเสน่ห์แน่ๆ เพราะเค้ามีลักยิ้ม แถมมีเขี้ยวเล็กๆ น่ารักดี สาวๆที่เห็นคงจะชอบไม่น้อย แต่ตอนนี้นัทไม่มีอารมณ์จะคิดแบบนั้นเลย เมื่อท่าทางของเค้ารวมถึงคำพูดมันดูถูกกันเห็นๆ
“ทำไมเหรอครับ นักเรียนดีเด่นต้องเป็นยังไงเหรอครับ”
นัทพยายามควบคุมอารมณ์พร้อมกับถามออกไป
“ก็ถ้าเป็นนักเรียนดีเด่น ที่มารยาทดีๆ เค้าคงไม่ย้อนผู้ใหญ่แบบนี้หรอกนะ”
ชายหนุ่มแปลกหน้าพูดพร้อมกับยิ้มเยาะในท่าทางไม่ยอมคนของนัท คงจะปากเก่งไม่น้อยเลยนะเด็กคนนี้ หน้าตาก็น่ารักดี เหมือนคนไทยมากกว่าจนไม่อยากจะเชื่อที่คุณแม่บอกว่า เด็กคนนี้เป็นลูกครึ่ง คนจะมีแต่ผิวที่ขาวมากนั่นละมั้ง ที่พอจะบอกได้ ขาวยังกะตุ๊กตา หึหึ … แปลกดี
ผู้ใหญ่อะไรว่ะ ดูหน้าตาแล้ว อายุก็ไม่น่าจะแก่กว่าเค้าสักกี่ปีหรอก แถมที่หัวเราะในคอนั่นอีก คนอะไรกัน ท่าจะบ้า … ได้แต่บ่นในใจ ในเมื่อนัทไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าอาจารย์
นัทเริ่มนึกได้ว่าเค้ากำลังมาหาแม่นี่นา แล้วเค้าก็มองไปรอบๆ ห้อง เมื่อไม่เห็นใครอีก จึงเอ่ยถามอาจารย์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ …
 “อาจารย์ครับ แล้วคุณแม่ของผมล่ะครับ”
 “คุณแม่ของเธอ ไม่ได้มารับหรอกนะ ณัฐภูมิ”
“อ้าว … ก็ไหนอาจารย์ประกาศว่า …”
“เธอก็ฟังครูพูดก่อนซิ นายณัฐภูมิ … ใจร้อนจริงเลยนะเรา”
เด็กหนุ่มก้มหน้า พร้อมกับเหลือบไปเห็นว่าใครอีกคน กำลังยิ้มเหมือนจะหัวเราะเค้าอยู่
นัทส่งสายตาท้าทาย เหมือนจะถามว่ายิ้มทำไม... แต่ตอนนี้เค้าไม่อยากจะสนใจแล้ว เพราะตอนนี้เรื่องของแม่สำคัญกว่า
“คุณแม่ของเธอแจ้งทางโรงเรียนไว้แล้วว่า ไม่สามารถมารับเธอได้น่ะ”
“แล้วผมจะต้องอยู่ที่โรงเรียนต่อไปหรือครับอาจารย์”
“ไม่หรอก … ว่าแต่เธอรู้จัก คุณหญิง ศศิกานต์ หรือเปล่าล่ะ”
แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะเนี้ย นัทได้แต่นึกสงสัย แต่ชื่อมันก็คุ้นๆ อยู่นี่นา … พยายามนึกถึงเพื่อนที่คุณแม่มักพูดถึงเสมอ แต่คุณแม่ก็ไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหนนี่นา นอกจาก ...
“อ๋อ จำได้แล้วครับ คุณหญิง ศศิกานต์ เป็นเพื่อนรักของคุณแม่ผมน่ะครับ”
“อืม งั้นดีเลยที่เธอจำได้ คุณหญิงศศิกานต์ นอกจากจะเป็นเพื่อนของคุณแม่เธอแล้วนะ ท่านยังเป็นผู้อุปถัมภ์ของโรงเรียนเราด้วย และ คุณแม่ของเธอได้แจ้งกับทางโรงเรียนว่าจะฝากฝังให้เธอไปอยู่ที่บ้านคุณหญิง สักระยะหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะมารับเธอ”
“อ้าว … ทำไม่ล่ะครับ ทำไมคุณแม่ถึงไม่มารับผม เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณแม่ผมหรือเปล่าครับ”
นัทรู้สึกผิดหวังขึ้นมา เมื่อความตั้งใจที่จะได้เจอ และได้กลับไปอยู่กับแม่ของเค้าต้องพังทลายลง
“ใจเย็นๆ ซิ ณัฐภูมิ คุณแม่ของเธอไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ เพียงแต่ท่านติดธุระสำคัญมากจึงยังมารับเธอตอนนี้ไม่ได้เท่านั้นเอง”
“งั้นเหรอครับ ถ้าคุณแม่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะครับ”
นัทก้มหน้ารับ แต่ในใจก็ยังมีคำถามมากมาย แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามเซ้าซี่อาจารย์ไปมากกว่านี้อีก
 “อาจารย์ครับ … แล้วคุณหญิงท่าน จะมารับผมวันไหนหรือครับอาจารย์”
“อ๋อ คุณหญิงท่านติดงานการกุศลน่ะ นี่ไงจ๊ะ คุณธวัฒน์เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคุณหญิง ท่านวานให้คุณธวัฒน์มารับแทน”
“เหวอ…เนี่ยเหรอครับอาจารย์ลูกคุณหญิง แล้วผมต้องไป ไป … เอ้อ … ไปกับเค้าหรอครับ”
“ใช่จ๊ะ ทำไมเหรอเธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ณัฐภูมิ”
ธวัฒน์หันมามองท่าทางตกใจของนัท แล้วก็อดขำไม่ได้ สงสัยจะกลัวเค้าเอาไปฆ่าละมั้ง ตกใจซะออกนอกหน้าเชียว
“เอ้อ...เปล่า เปล่า...ครับอาจารย์”
แล้วตูจะตายกลางทางไหมเนี่ย เฮ้อ...แต่เป็นไงเป็นกันว่ะ ในเมื่อแม่ต้องการแบบนี้นี่นา
“ถ้าพร้อม ก็ไปกันได้แล้ว ฉันเสียเวลามามากแล้วนะ”
เสียงธวัฒน์ เหมือนกับกำลังออกคำสั่งให้นัทต้องปฏิบัติตาม
ชิส์ ... พวกลูกคุณหญิงเค้าชอบออกคำสั่งกันนักหรือไง เราไม่ใช่คนใช้สักหน่อย ไม่อยากมารับ ก็ไม่ต้องมาไม่ได้ง้อซะหน่อย
“ว่าไง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปซิ จะให้ฉันอุ้มเธอไปที่รถหรือไง เด็กน้อย”
“เอ้อ...ครับ ครับ ไปครับ”
ใครว่ะเด็กน้อย ตัวเองแก่ตายล่ะมาเรียกเค้าเด็กน้อย ขี้เก็ก หยิ่ง ถือตัว คนอะไรว่ะ นัทไม่ชอบเลยที่จะโดนว่าเป็นเด็ก ก็ในเมื่อเค้าอายุจา 18 แล้วนะ
นัทหันไปสวัสดีและกล่าวลาอาจารย์ พร้อมกับเดินออกไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่หน้าห้อง
เมื่อธวัฒน์เห็นว่านัทเดินออกไปแล้ว จึงกล่าวลาอาจารย์บ้าง
“ยังไงก็ฝากดูแลตา นัท แกด้วยนะค่ะคุณธวัฒน์ แกเป็นเด็กน่าสงสาร และฝากความรำลึกถึงคุณหญิงด้วยนะค่ะ”
“ครับ แล้วผมจะเรียนคุณแม่ให้ แต่ท่าทาง เด็กนัท นั่นคงจะไม่ค่อยน่าห่วงมั้งครับ รู้สึกจะเก่งพอตัว หึหึ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
อาจารย์ได้แต่มองตามหลัง คนทั้งคู่ที่เดินจากไป โดยไม่รู้เลยว่า อนาคตของนัท กำลังมีอะไรรออยู่ข้างหน้า
presented by :
เจ้าแทนถ้าไม่อยากอ่านก็ปายไกลๆ เลย ... ยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นคนแต่ง เดี๋ยวจาโดนมิใช่น้อย อิอิ ... :001:
แต่ต้องขอบคุง ทุกคนนะค้าบบบ ... ที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ครับผม

<
แหะๆๆๆ ... ขาประจำมา ต้องต้อนรับขับสู้ซะหน่อย  :036: ขอบคุงคุณ ๐K_U_R_a_M_A๐ ที่เข้ามาน่ะครับ :020:แต่อยากให้ลองอ่านดูก่องนะครับ แบบว่าเรื่องนี้บอกตรงๆ ไม่รับประกันอ่ะครับ ว่าจามันส์ ถูกจายอ่ะเปล่า อิอิ ...  :022:
4...
“สั่งเท่านี้ก่อนนะครับ”
หลังจากที่ธวัฒน์สั่งอาหารเสร็จ ก็หันมามองคนที่นั่งตรงข้ามซึ่งเอาแต่เหลียวมองรอบๆ ร้านไม่ยอมหยุด
“เอ้า…มองเข้าไป ไม่เคยเห็นหรือไงมองอยู่นั่นแหละ อย่าไปจ้องคนอื่นเค้าล่ะมันเสียมารยาท”
“แล้วนี่…เธอแน่ใจน่ะว่าจะสั่งแต่ไอศครีม”
“ครับ…ก็ผมไม่หิวนี่นา”
“อีกอย่างผมไม่ค่อยได้ออกไปไหนหรอกครับ อยู่แต่ที่หอ พอปิดเทอมทีนึงคุณแม่ถึงจะมารับไปเที่ยวบ้าง”
สีหน้าท่าทางตื่นเต้นของนัท เมื่อกี้หายไป เมื่อนัทกลับไปนึกถึงแม่อีกครั้ง …
ธวัฒน์ที่สังเกตท่าทางที่เปลี่ยนไปของนัท เอื้อมมือจะไปสัมผัสมือของนัทที่วางอยู่อย่างลืมตัว… แต่…เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้จึงชักมือกลับอย่างเร็ว
เฮ้อ…เราชักจะแปลกๆ ไปทุกที ไม่เคยปลอบผู้ชายสักกะคน ทำไมกับเด็กคนนี่ มันถึง….เป็นแบบนี้นะ ธวัฒน์ได้แต่บ่นกับตัวเองที่แปลกไป และพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้นัทหายคิดถึงแม่แทน แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
“แล้ว…แล้วนี่เธออยากจะซื้อ… พวกของใช้ส่วนตัวหรือเสื้อผ้าบ้างไหมล่ะ คุณแม่สั่งให้พาเธอออกมาซื้อของที่อยากได้ ฉะนั้นถ้าอยากได้อะไรก็บอก… ไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่เลยครับ ผมไม่อยากได้อะไร…ที่จัดไว้ให้ก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างผมอยากไปหาซื้อหนังสือมากกว่า”
“ก็ตามใจเธอนะ…”
บทสนทนาจบลงพอดีกับที่พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ
“ข้าวผัดหนึ่งที่ และไอศครีมซันเดย์หนึ่งที่ได้แล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ธวัฒน์เอ่ยกับพนักงาน พร้อมกับทำท่าทางให้นัทลงมือทานได้ตามสบาย โดยไม่รู้สึกถึงสายตาสองคู่ที่มองพวกเค้าอยู่
“นี่ยายอร แกว่าสองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ คนนึงใช่…คุณธวัฒน์คู่ควงของยัย ภัทร… หรือเปล่าย่ะ”
“ฉันว่าใช่นะ แต่เอ…ไหงวันนี้มากะเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะ หน้าตาดีใช้ได้น่ะเธอ หรือว่า คุณวัฒน์เค้าจาเป็น…”
“Stop Stop…เลยเธอ หยุดความคิดอุบาท อุบาทของหล่อนไว้ก่อนย่ะ คุณวัฒน์น่ะแมนจะตาย… รวยก็รวย ใครๆ ก็อยากได้… ไม่งั้นยัยภัทรคงไม่ลงทุนทิ้งลูกชายเจ้าของห้างดังที่คั่วมาเป็นปี ไปตามออดตามอ้อนจนได้เป็นคู่ควงเบอร์หนึ่งหรอกย่ะ”
“เหรอย่ะยัยมล … แต่ฉันว่าแกลองดูก่อนดีกว่าม่ะว่าคุณธวัฒน์สุภาพบุรุษมาดแมนของแกน่ะ กำลังหวานกะเด็กนั้นยังไง”
ธวัฒน์ที่แอบมองการกินไอศครีมของนัทอย่างขำ ๆ จนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นก่อน …
“นี่เธอไม่เคยกินไอศครีมมาก่อนหรือไง ถึงได้รีบกินขนาดนั้นน่ะ ดูซิ…เลอะขอบปากไปหมดแล้ว ทำเป็นเด็กไปได้”
“ก็นานๆ จะได้กินนี่ครับ เลอะเดี๋ยวก็เช็ดได้นี่ครับไม่เห็นเป้นไรเลย…”
“แล้วเธอจะกรุณาเช็ดมันก่อนจะได้ไหมล่ะ เธอไม่เห็นหรือไงว่าคนมันเยอะแค่ไหน อายคนเค้ามั้งซิ”
เชอะ … มารยาทจัดแล้วยังหน้าบางอีก คุณหนูจริงๆ นัทตักไอศครีมคำสุดท้ายเข้าปาก พร้อมกับหยิบกระดาษมาเช็ดปากอย่างหงุดหงิด พยายามจะแกล้งกวนโมโห คนหน้าบางให้อายเล่นซะหน่อย โดยเช็ดยังไง ก็ยังมีไอศครีมติดที่ขอบปากไม่หมดซะที
“เธอจะแกล้งฉันเล่นหรือไงเนี่ย … อ่ะ … เอานี่ …”
ธวัฒน์ที่หยิบกระดาษส่งให้นัทอีก แต่กลับเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นนัทโน้มตัวจะมาหยิบกระดาษจากมือเค้า ธวัฒน์จึงลุกและก้มตัวไปเช็ดขอบปากที่ยังเลอะอยู่ของนัทแทน เสร็จแล้วธวัฒน์ก็กลับมานั่งตามปกติยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจกับอาการหน้าตื่นของอีกคน
“นี่…นี่คุณทำอะไรเนี่ย ไม่อายคนบ้างหรือไงอ่ะ คนตั้งเยอะตั้งแยะ”
บ้าที่สุด ทำให้คนอื่นเค้าอับอายขายขี้หน้า คนในร้านเค้าจะคิดยังไง ที่ผู้ชายมาเช็ดปากให้ผู้ชายด้วยกันเนี่ย … อยากจะเอาหน้ามุดลงไปใต้โต๊ะจริงๆ เล๊ย … ไอ้นัทนะไอ้นัท … ทำไมต้องมาเจอคนอย่างนี้นะ
นัทที่ตอนนี้หน้าแดงกร่ำ ก้มหน้าก้มตาโดยไม่หันไปมองรอบๆ เลย เพราะกลัวจะมีใครกำลังหัวเราะหรือซุบซิบกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่…
“นี่เธอเพิ่งรู้เหรอว่าร้านนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย อายเป็นเหมือนกันเหรอเรา หีหึ … อีกอย่างฉันไม่ได้คิดอะไรแล้วทำไมฉันจะต้องอายด้วย”
ธวัฒน์หัวเราะอย่างพอใจในท่าทางอายสุดขีดของนัท จะอายอะไรกันนักนะกะแค่เช็ดปากเนี่ย…
“ว้าย…ตายแล้ว นี่มันอะไรกันเนี่ย ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่า ว่า … คุณวัฒน์จะเป้นแบบเนี่ย”
กมลวรรณ ที่มองเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ถึงกับตาค้าง เมื่อไม่คิดว่าคู่ควงของเพื่อนสนิทจะเป็นไปได้แบบนี้
“ดูซิแก เด็กนั่นเขินน่าดูเลยล่ะ หน้าตาก็ดีนะ หล่อด้วย ท่าทางก็ไม่น่าจะใช่พวกตุ๊ด พวกแต๋ว แล้วคุณวัฒน์ไปคว้ามาจากไหนกัน”
“นั่นนะซิ ฉันว่า … ฉันโทรไปรายงานยัยภัทรก่อนดีกว่า”
“เอาเลย เอาเลย โทรเลยแก … “ อรปรียา เห็นด้วยกับเพื่อนจนออกนอกหน้า
“แหม…น้อยๆ หน่อยย่ะยัยอร ทำไมยะ ทำให้แฟนเค้าร้าวฉานกัน มันเป็นงานอดิเรกของแกหรือไง … ยังไงๆ ยัยภัทรมันก็เพื่อนของพวกเรานะ”
“เออน๊า … ฉันรู้ว่ามันเป็นเพื่อนพวกเรา ว่าแต่แกจะโทรไม่โทรเนี่ย … ไม่งั้นฉันโทรเองนะ”
“ไม่ต้อง…ไม่ต้อง ฉันโทรเองยะ”
กมลวรรณที่รำคาญ อาการระริกระรี้ของอรเต็มแก่ รีบกดโทรศัพท์มือถือในมือโทรหาเพื่อนรักทันที
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่อย่างสบายใจหยิบขึ้นมาดูชื่อที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ
“อร … โทรมาทำไมกันนะ”
หญิงสาวกดรับและแนบหูเพื่อฟังเสียงของเพื่อนรักที่โทรเข้ามา
“ว่าไงยัยอร นึกยังไงถึงโทรมาหาฉันยะ จะชวนฉันไปชอปปิ้งที่ไหนอีกล่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะฉันอยู่บ้านและไม่ว่างจะไปด้วย”
“โอ๊ย … ฉันช๊อปจนเมื่อยแล้วล่ะยะ กำลังหาอะไรกินอยู่กับยัยมล ว่าแต่แกเถอะคุณวัฒน์หวานใจแกไปไหนซะล่ะถึงได้สถิตย์อยู่ที่บ้านได้น่ะวันนี้”
“อ๋อ คุณวัฒน์เค้าไปทำธุระให้คุณแม่เค้าน่ะ แต่เรานัดดินเนอร์กันย็นนี่แหละ ฉันถึงไม่อยากไปไหนไงละ”
“ธุรง ธุระอะไรก๊าน… ธุระพาใครก็ไม่รู้ มากินข้าว เที่ยวห้างงั้นเหรอยะ”
“แกหมายความว่าไง คุณวัฒน์เค้ามีใครนอกจากฉันอีกหรือไง เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถึงจะมีฉันก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งอยู่ดี คุณวัฒน์เค้าไม่จริงจังกับใครหรอกยะ นอกจากฉันคนเดียว…”
“จ๊ะ…แม่คนสวย ฉันแค่โทรมาเตือนด้วยความหวังดีนะ ว่าคุณวัฒน์ของเธอน่ะ เค้าพาเด็กหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้ … แต่ที่รู้คือหล่อไม่แพ้กันเลยล่ะ … มานั่งกินข้าว กระหนุง…กระหนิง กัน … จนมดยังอายเลยแก … ว่าแต่คุณวัฒน์ของแกเนี่ยชายแท้หรือเปล่ายะ พวกฉันชักไม่มั่นใจแล้วซิ”
“เป็นไปไม่ได้ยะ คุณวัฒน์เค้าไม่มีรสนิยมแบบนั้นหรอก เค้าคบกับฉันมาเกือบปีแล้วนะ ไม่เคยจะเห็นเค้าจะมีพฤติกรรมแปลกๆ แบบ … แบบนั้นสักนิด”
“โอเค งั้นก็แล้วแต่แกล่ะกัน ฉันน่ะโทรมาเตือนด้วยความหวังดีน่ะยะ แค่นี้แหละ แล้วเจอกัน”
อรวางสายไปแล้ว … แต่ นภัทร ที่ยังนั่งนิ่งถือโทรศัพท์ไว้ในมืออยู่ ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เพื่อนเล่ามา แต่อรก็เป็นเพื่อนรักของเธอ จึงไม่คิดสักนิดว่าเพื่อนจะโกหก … ได้แต่ถามตัวเองในใจ
“แล้วเด็กนั่น … เป็นใครกัน”
presented by :
มาต่อล่ะครับ ... ตอนนี้อาจสั้นไปหน่อยแต่เพราะกลัวจารอกันจนเบื่อ ก็เลยเอามาให้อ่านก่อนครับผม
ขอบคุณทุกๆ คนครับ ที่เข้ามาติดตาม ทั้งเพื่อนๆ และน้องๆ ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ทุกคนเลยคร้าบบบ.. ดึกๆ หน่อยจะมาเพิ่มให้อีกครับผม
เอาตอนที่ 5... มาเพิ่มให้เต็มแล้วนะครับ ต่อเพิ่มไปใน Re.# 33 แล้วนะครับ อ่านกานได้ตามอัธยาศัยเลย ... ขอบคุณที่ติดตามอีกครั้งนะครับ :002:
มาแล้วครับ ตอนต่อไป ... ขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนที่ติดตามนะคร้าบบบ ...  :036:
6...
ธวัฒน์เดินเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังนานแล้ว แต่คนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็เหมือนจะไม่รู้สึกตัวเอาซะเลย ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาทันใด เค้าจึงก้มลงไปข้างหูเด็กหนุ่ม และ ... และ ... เป่าลมเข้าไปในหูของเด็กหนุ่ม โดยที่นัทไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อหันมาด้วยความตกใจ แก้มขาวๆ เฉี่ยวปลายจมูกโด่งงามกำลังดีของธวัฒน์ไปแค่เสี้ยววินาที
“คุณ ... คุณธวัฒน์ ผมตกใจหมดเลยนะครับ เล่นอะไรก็ไม่รู้เนี่ย”
ด้วยความตกใจหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่หน้าขาวๆ กลับเปลี่ยนเป็นแดงจัด นี่ถ้าไฟสว่างกว่านี้ ธวัฒน์คงมองเห็นแน่ๆ
“แล้วเธอทำไมถึงยังไม่นอนล่ะ มานั่งทำซึ้งอะไรแถวนี้ หรืออยากแสดงพระเอก MV”
“พูดอะไรครับ ... ใครมานั่งทำซึ้ง ผมมานั่งเล่นเฉยๆ เท่านั้นเอง”
“อยากบอกนะว่าเธอมานั่งรอฉันน่ะ”
“อันนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย ความจริงผมรอพบคุณหญิงต่างหาก ... งั้นผมไปดีกว่า...”
มือไวกว่าความคิด ธวัฒน์คว้ามือของนัทก่อนที่จะเดินหนีไป
“เดี๋ยว...จะรีบไปไหน ฉันไม่ใช่ผีสางที่ไหนนะ พอเจอปุ๊บก็จะรีบหนีน่ะ”
“ใครว่าผมหนีคุณละครับ ผมแค่...ง่วงนอนเท่านั้นเอง และจาไปนอนแล้วครับ เข้าใจแล้วก็กรุณาปล่อยด้วยครับ”
“อ่ะ เหรอ ... โทษที ปล่อยก็ได้ ... ไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อยทำเป็นหวงตัว”
“ว่าแต่ทานข้าวเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“เรียบร้อยแล้วครับ คุณนมจัดให้ผมทานตั้งแต่เย็นแล้วล่ะ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
นัทกลับขึ้นไปบนห้องนานแล้ว แต่ธวัฒน์กลับยังนั่งอยู่ที่ที่นัทเคยนั่ง นึกถึงหญิงสาวที่ไปเดทด้วยกัน นภัทรหญิงสาวที่เพรียบพร้อมทุกอย่าง แต่นั่นยังไม่ได้ทำให้เค้ารักเธอ หากแต่เธอคือคนที่เหมาะสมที่เค้าจะแต่งงานด้วย และภาพของเด็กหนุ่มอีกคน สมาชิกใหม่ของบ้าน รู้แค่ว่าเป็นลูกของเพื่อนคุณแม่ แต่ทำไมกันล่ะ ถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ... เด็กที่ดูจะเศร้าๆ ในบางครั้ง และยียวนกวนประสาทจนเค้าอยากจะแกล้งเล่น ...
นัทยังนอนไม่หลับ เค้ายังคงนึกถึงเหตุการณ์ในห้องครัวเมื่อตอนเย็น ที่นมพริ้มกับหนูแวว เล่าอะไรต่างๆ ในบ้านให้ฟัง
“บ้านนี้เงียบจังนะครับ ปกติก็ไม่ค่อยมีคนอยู่แบบนี้หรือครับนม”
“ใช่ค่ะ คุณหญิงกับคุณท่าน มีงานที่ต้องไปโน้นมานี่บ่อย ๆ ทั้งงานสังคม งานการกุศล ไปค้างที่ต่างจังหวัดก็บ่อยค่ะ”
“คุณธวัฒน์ทำงานที่บริษัท ก็เห็นจะมีแต่วันเสาร์-อาทิตย์ ที่จะอยู่บ้านบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยจะอยู่เหมือนกันแหละค่ะ”
“คุณธวัฒน์เค้าออกไปไหนกันหรือครับ เห็นแต่งตัวซะหรูเชียว ผมว่าคงไปเที่ยวแน่เลยใช่ไหมล่ะครับ”
“คุณหนู เธอไป ....”
เสียงนมพริ้มยังไม่ทันจะพูดจบก็มีเสียง หนูแววขัดขึ้นมาซะก่อน
“คุณธวัฒน์ เธอไปเดทกับหวานใจค๊า.... คุณนภัทรน่ะ ส๊วย...สวย...ยังกะนางแบบเลยค่ะ แววล่ะอิจฉ๊า...อิจฉา”
“ยัยแวว ... เดี๋ยวจะโดน พูดมากนะเรา”
นมพริ้มเอ็ดหนูแวว อย่างขำขำ ในท่าทางของเด็กสาว
“เอ่อ ... คุณธวัฒน์ไป...เที่ยวกับแฟน...หมายถึงคุณนภัทรนะครับ ไปบ่อยเหรอครับคุณนม”
“จะว่าเป็นแฟนก็คงไม่ผิดหรอกค่ะ คุณนัท เพราะไม่เห็นคุณหนูเธอจะควงใครได้นานเท่าคนนี้นะค่ะ”
“ยัยแวว ... ชอบพูดสอดซะจริงนะ”
“ขอ...ขอโทษค๊า...คุณนม”
นัทอดขำในท่าทางของแววที่โดนนมพริ้มดุไม่ได้ เค้ารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อทุกคนในนี้ ให้ความเอ็นดูและความเป็นกันเองกับเค้ามาก
ก่อนที่นัทจะหลับไปก็ อดที่จะคิดถึงแม่กับเพื่อนๆ ไม่ได้ และอีกความคิดถึงที่ผุดขึ้นมาในใจก็คือ พรุ่งนี้เค้าน่าจะได้เจอคุณหญิง และจะได้ถามเกี่ยวกับคุณแม่ให้ได้...
ที่โต๊ะอาหารตอนเช้า วันอาทิตย์ ที่แสนสงบเงียบ ... ธวัฒน์เดินลงมาจากชั้นบนและมานั่งลงด้านข้างของคุณแม่ของเค้า
“คุณแม่กลับดึกจังนะครับ เมื่อคืนผมกลับดึกแล้วแต่คุณแม่ก็ยังไม่กลับมาเลย”
“ใช่จ๊ะ กว่างานจะเลิกก็ดึกมาก แม่กลับมาถึงราวๆ ตี 1 ได้มั้งนะ”
“แล้วนี่คุณพ่อไปไหนแต่เช้าล่ะครับ ผมไม่เห็นรถท่านเลย”
“ท่านนายพลพ่อของลูก ท่านไปตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ น่ะ อีกเดี๋ยวแม่คงต้องตามไปเหมือนกัน ... เพราะนัดกับคุณหญิงภรรยาของเพื่อนๆ คุณพ่อน่ะแหละ”
“คุณแม่ออกจากบ้านทุกวันแบบนี้ไม่กลัวลูกชายขาดความอบอุ่นบ้างเหรอครับ”
ธวัฒน์ทำหน้างอนๆ เหมือนเด็กๆ ที่กำลังอ้อนผู้ใหญ่ให้ตามใจตนเอง ... ก็พอดีที่นัทลงมาเห็นเข้าพอดี เพราะคุณหญิงให้แววขึ้นไปเชิญมาทานข้าวเช้าก่อนที่ธวัฒน์จะลงมาเพียงนิดเดียว และอีกอย่างคือคุณหญิงก็มีเรื่องที่จะคุยก่อนออกไปข้างนอก
“ทำหน้ายังกับเด็กปัญญาอ่อน...”
นัทยิ้มน้อยๆ เพราะอดขำกับภาพที่เห็นไม่ได้ เดินนำแวว มาที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับยกมือไหว้คุณหญิงที่ยิ้มให้อย่างใจดี
ธวัฒน์เองเมื่อเห็นนัทก็ต้องรีบเปลี่ยนสีหน้า เพื่อรักษาคาแรกเตอร์ของตัวเอง จนนัทขำหนักเข้าไปใหญ่ จนธวัฒน์มองเค้าตาเขียว
“นั่งซิจ๊ะ ลูกนัท นั่งข้างๆ แม่นี่แหละ”
“คุณแม่มีผมเป็นลูกคนเดียวนี่ครับ ผมจำไม่ได้เลยว่าเคยมีน้องชาย แต่เอ...ทำไมหน้าไม่เหมือนผมเลยล่ะ”
เด็กหนุ่มหุบยิ้ม แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างของคุณหญิงที่ยังว่างอยู่และอยู่ตรงข้ามกับธวัฒน์พอดี
“ตาวัฒน์ ...”
คุณหญิงส่งตาเขียวให้ลูกชายคนเดียวพร้อมหันมายิ้มให้กับนัทที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“เป็นไงอยู่สะดวก สะบายดีไหมจ๊ะ”
“ดีมากเลยล่ะครับ ทุกคนดีกับผมมากเลยครับ ยกเว้น...” นัทส่งสายตาไปยังฝั่งตรงข้าม ...
“อย่าไปถือสาตาวัฒน์เลยน่ะ คนไม่มีพี่มีน้องก็อย่างนี้แหละ เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อย…”
“อ้าว ... คุณแม่... ทำไมไม่เข้าข้างลูกชายเลยล่ะครับ เห็นคนอื่นดีกว่าลูกเหรอครับ”
สีหน้าของนัทดูหมองลงเมื่อคำว่า คนอื่น หลุดออกมาจากปากของธวัฒน์ คุณหญิงคงสังเกตเห็นจึงหันไปทางลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ท่าทางจริงจังไม่น้อย
“นี่ตาวัฒน์ ให้รู้ไว้เลยนะจ๊ะ ว่า ... นัทเค้าจะมาอยู่ในบ้านนี้เหมือนลูกของแม่คนนึง และเราสองคนก็อายุไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก แม่จึงอยากให้วัฒน์เป็นพี่ชายที่ดี คอยดูแลน้อง และควรจะสนิทสนมกันไว้ เพราะน้องคงจะต้องอยู่กับเราอีกนาน”
นัทเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคุณหญิง เต็มไปด้วยความสงสัย ซึ่งไม่คงไม่ต่างจากธวัฒน์ที่สงสัยเช่นกัน ....
Presented by :

มาต่อล่ะครับ วันนี้มาเร็วไปม่ะเนี่ย ... เอิ๊ก เอิ๊ก ...  :001: ขอบคุงทุกคนที่อ่านครับผม  :002:  :002:  :002:
7 ... ความจริง (หรือ…ลวง[/img]
“หมายความว่ายังไงเหรอครับ คุณหญิง…ป้า”
นัทก้มหน้าแดง รู้สึกอายอยู่ไม่น้อยที่เรียกแบบนั้น แต่…เค้าไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนี่นา
“ตายแล้ว…ใครสอนให้เรียกแบบนั้นล่ะจ๊ะ…”
คุณหญิงปรายสายตาไปทางธวัฒน์เล็กน้อย แต่ธวัฒน์ส่ายหน้าอย่างแรงเพื่อบอกว่า ไม่ใช่ผมสักหน่อย …
“นัทเรียกว่า คุณป้าก็ได้จ๊ะ หรือจะเรียกว่าคุณแม่ เหมือนตาวัฒน์ก็ได้น๊า… ป้าอยากมีลูกชายเพิ่มอีกสักคน เผื่อเจ้าคนที่มีอยู่เนี่ย มันจะลดความเอาแต่ใจลงหน่อย”
ธวัฒน์ทำจมูกย่นเล็กน้อยเมื่อคุณแม่ดูจะเอาใจเด็กคนนี้น่าดู …
“เอ่อ … งั้นผมขอเรียกคุณป้าแล้วกันนะครับ … แต่คุณป้าครับ แล้วตกลงว่าคุณแม่จะมารับผมเมื่อไหร่หรือครับ”
คุณหญิงมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่ง สายตาบ่งบอกถึงความสงสาร รักใคร่ ธวัฒน์ก็แอบสังเกตสีหน้าของคุณแม่ตัวเองอยู่เงียบๆเหมือนกัน
“คือ…คุณแม่ของนัท ท่านอยากให้นัทเข้ามหาวิทยาลัยที่เมืองไทยน่ะจ๊ะ โดยให้นัทอยู่ที่บ้านป้าไปก่อนจนกว่าจะเรียนจบ”
“ทำไมกันละครับ คุณแม่ไปไหนกัน ทำไมไม่ติดต่อมาหาผมเลยล่ะครับ”
“นัทจ๊ะ…คุณแม่ของนัทท่านไม่ว่างในช่วงนี้จริงๆ ท่านต้องติดต่องานหลายประเทศ นัทก็น่าจะรู้อยู่แล้ว และการที่ท่านอยากให้นัทเรียนที่เมืองไทย จิตรา…เอ่อ…แม่ของนัทก็คิดไว้นานแล้ว นัทอย่าขัดใจท่านเลยนะ”
ถึงนัทจะยังสงสัยและอดแปลกใจไม่ได้ที่แม่ไม่ติดต่อมาหาเลย แต่การที่แม่อยากให้นัทเรียนที่เมืองไทย ก็เป็นไปได้เพราะแม่เคยพูดอยู่เสมอๆ หลังจากที่พ่อเสียไปแล้วว่า อยากกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย นี่ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่แม่อยากให้นัทเรียนที่นี่
“ก็…ถ้าคุณป้า บอกว่าเป็น…ความต้องการของคุณแม่ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ”
นัทเหลือบไปมองทางธวัฒน์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ นิดนึง ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกไป
“แต่ว่า … ถ้าจะให้ผมอยู่ที่นี่ ผมเกรงใจคุณป้านะครับ ถ้ายังไงให้ผมหาหอ…เช่าอยู่…”
“ไม่ได้จ๊ะ…”
คุณหญิงพูดขัดก่อนที่นัท่จะทันพูดจบด้วยซ้ำ
“เพราะคุณแม่อยากให้นัทอยู่ที่นี่จนกว่าจะเรียนจบ และนัทน่าจะรู้ไว้นะว่าป้ากับแม่ของนัท เราเป็นเพื่อนรักกันมาก ฉะนั้นนัทก็เหมือนลูกของป้าคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่ว่าใครจะว่ายังไง…”
คุณหญิงหันไปมองทางลูกชายนิดนึง … ก่อนจะพูดต่อ ธวัฒน์เองถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย … ผมโดนอีกแล้วเหรอเนี่ย…
“นัทต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะเรียนจบ … เข้าใจตามนี้นะจ๊ะ และในช่วงนี้ก่อนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยป้าจะให้ตาวัฒน์หาที่เรียนกวดวิชาให้นัทนะจ๊ะ ป้ารู้ว่านัทเรียนดีอยู่แล้ว แต่เรียนไว้ก่อนน่าจะดีกว่า”
“เข้าใจตามนี้นะตาวัฒน์ วันนี้วันอาทิตย์ก็พาน้องออกไปหาที่เรียนด้วย…”
“โห … คุณแม่ครับ … ไม่ถามผมเลยนะว่าผมจะว่างไหมอ่ะ”
“จะว่างหรือไม่ แม่ไม่สน…แต่ต้องทำตามคำสั่งเข้าใจไหม นายธวัฒน์…แม่คงต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะสาย…”
“คุณแม่อ่ะ…ไมทำงี้ละคร้าบบบ…”
หน้าปั้นยากของธวัฒน์ทำให้นัทอดขำไม่ได้ แต่ก็ต้องฝืนหัวเราะเอาไว้
พออยู่ต่อหน้าแม่ล่ะ ทำเป็นเด็กเลยแฮะ…ทีกะคนอื่นละเก็กสุดฤทธิ์…
“คุณป้าครับ…ถ้าคุณธวัฒน์ไม่ว่าง…ผมว่าผมไปเองก็ได้นะครับ”
“หือ…ไม่ได้หรอกนะ นัทก็อยู่โรงเรียนประจำซะส่วนใหญ่ ถนนหนทางก็ยังไม่ค่อยจะรู้ อย่าเพิ่งไปไหนมาไหนคนเดียวเลยจะดีกว่านะ”
“แล้วอีกอย่าง … ใครสอนกันให้นัทเรียกตาวัฒน์ว่า … คุณธวัฒน์เนี่ย”
ธวัฒน์หลบสายตาคุณหญิงทันที ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น …
“เรียกพี่วัฒน์ ดีกว่าไหม ป้าบอกแล้วเราสองคนก็เหมือนพี่น้อง จริงไหมตาวัฒน์”
“จ…

9 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / มนต์รัก..โรงเรียนชายล้วน

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:08:34 AM


ดีนะคับเอาเรื่องใหม่มาลงให้อ่ะคับยังไงก็ช่วยบอกกล่าวถึงข้อผิดพลาดกันบางนะ
***************************************************
เรื่อง:มนต์รัก..โรงเรียนชายล้วน
ตอนที่ 1
แรกเจอ
ตรึ๊ง...ตึง..ตึง..ตรึ๊ง.. ขอให้นักเรียนทุกคนที่ผ่านการสอบคัดเลือกเราศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่4 และนักเรียนเก่าที่ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เข้าประชุมที่หอประชุมในเวลานี้ด้วยค่ะ เสียงอาจารย์แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศเรียกเข้าประชุมคับ
เออใช่สินะตอนนี้ผมขึ้นม.4แล้วนี่ ผมเลือกที่จะสอบคัดเลือกเข้าเรียนม.4 สายวิทย์-คณิตฯ ในโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งคับ พอได้ยินเสียงประกาศผมก็เดินไปที่หอประชุมขณะที่ผมลงทะเบียนอยู่ที่ด้านล่างของหอประชุม
ขอโทดคับ ขอยืมปากกาหน่อยได้ไหมคับเสียงที่สะดุดหูของผมพูดขึ้น
ได้ดิคับ...เอานี่ผมพูดพร้อมส่งยิ้มให้คนไรว่ะหล่อแล้วยังสุภาพอีก
นายเป็นนักเรียนใหม่นี่..มากับเราดิสุดหล่อผมพูดคับ
อืม..เราชื่อเตย นายอ่ะ
เออ..เราชื่ออ๊อกเป็นเด็กเก่าที่นี่เรียนวิทย์สุดหล่อของผมชื่ออ๊อกคับ
แล้วผมก็เลยเดินตามอ๊อกเข้าห้องประชุมไปคับผมมารู้อีกทีว่าอ๊อกอยู่ห้องเดียวกับผมคับที่รู้เพราะอ๊อกมันเซ็นชื่ออยู่หลังผมคับ พวกผมอยู่4/3คับ อ๊อกพาผมไปนั่งกับเพื่อนๆเค้าคับ เพื่อนอ๊อกที่สนิทมีอีก2คนคับ คือ โบท กับ นัท ผมก็แนะนำตัวกันไปคับ
-   อ๊อก นี่สุดหล่อผมคับ เป็นคนที่ขาว ตี๋ สูง หน้าตาไม่ถึงกับหล่อแต่ก็หล่ออ่ะคับ บ้านก็มีฐานะดีทีเดียว
-   โบท คนนี้ก็ตี๋ๆคับ ขาวแต่ไม่สูงมาก เป็นคนที่เจ้าชู้มากๆชายหรือหญิงโบทกวาดเรียบคับ
-   นัท นัทนี่ออกไทยๆหน้าตาก็ดีเลยทีเดียวคับ ขาวแต่น้อยกว่าอ๊อกกับโบทคับ
พวกผมก็นั่งคุยกันไปซักพักเพราะอาจารย์ยังไม่ขึ้นมาพูดอะไรนี่คับแล้วก็มีนักเรียนคนนึงมานั่งข้างๆผม เป็นนักเรียนใหม่เพราะไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนนี้
นายชื่อไร โบทถามขึ้นคับ
บอม เสียงนักเรียนใหม่ตอบคับ ซักพักอาจารย์ก็ขึ้นมาประชุมคับ
-   บอมนี่ก็เป็นอีกคนที่หน้าตาใช้ได้เลยคับ ออกไทยๆ แต่ก็ขาว สรุปก็คือทุกคนดูดีกว่าผมคับ
เราก็นั่งฟังอาจารย์พูดไปนั่งคุยกันไปบ้างอ่ะคับแล้วเรื่องที่อาจารย์พูดขึ้นมาเรื่องนึงที่เรียกเสียงฮือฮาจากที่ประชุมได้คับ คือเรื่องที่ม.4ปีนี้จะต้องไปเข้าค่ายปฐมนิเทศ 3 วัน 2 คืน ที่ลพบุรีคับ แล้วก็จะเข้าค่ายหลังจากวันที่ประชุมอีก 1 อาทิตย์ พวกผมก็คุยกันเรื่องนี้กันจนเลิกประชุมคับ อาจารย์นัดพวกเราที่โรงเรียนบอกว่ารถออก 8 โมงครง ให้มารายงานตัว 7 โมง ครึ่ง พอเลิกประชุมพวกวผม 4 คนก็เดินออกมาจากหอประชุมคับ ระหว่างทาง 3 หนุ่มเค้าก็ทักคนโน้นคนนี้ไปเรื่อยๆคับอย่างกับดารามางานไรซักอย่างปล่อยให้ผมเดินอยู่กับบอม2คนคับพอมาถึงหน้าโรงเรียนบอมก็ขอตัวกลับบ้านคับ
เห้ยเราขอกลับบ้านก่อนนะง่วงนอนบอมพูดมา
เออ...ได้ไว้เจอกันนะโว๊ยเสียงอ๊อกกับนัทพูดขึ้นคับ
เอาเบอร์มรึงมาดิ๊ โบทพูดคับ แล้วพวกมันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาคับ
มรึงด้วยไอ้เตย อ๊อกพูดกับผมคับ อ้าวเมื่อชั่วโมงที่แล้วยังพูดเพราะกับกรูอยู่เลยนี่หว่า
แล้วผมก็หยิบ3310 ขึ้นมาคับ ตอนนั้นออกใหม่ๆก็เครื่องละ 12000 กว่าๆ ผม นัท โบท บอม ใช้รุ่นเดียวกันคับ แต่คุนชายอ๊อกนี่ดิ ใช้ 8850 ตอนนั้นใครมีก็ถือว่าเท่มากคับ
01 - - - -
01 - - - -
พวกผมแลกเบอร์โทรกันทุกคนเลยคับ(เห้อๆได้เบอร์คนหล่อแล้วโว๊ย[/img]
จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับคับ บอมกับนัทกลับบ้านเลยส่วนผมกับโบทแล้วก็สุดหล่อของผมไปเดินสยามกันอ่ะคับ พวกผมเดินได้ซักพักผมก็ต้องอึ่งคับผมเจอแฟนผมเดินกับใครก็ไม่รู้(ตอนนั้นผมมีแฟนเป็นผู้ชายแล้วคับ[/img]
ผมพูดไรไม่ออกเลยคับเห็นเค้าเดินจู๋จี๋กันผมได้แต่น้ำตาคลอแล้วก็ร้องออกมาคับ
ฮาโหล อยู่ไหนคับผมถามแฟนผม
อ๋อ ตอนนี้อยู่หน้าปากซอยบ้านออกมาหาอะไรกิน ป๋อแกสิหน้าบ้านเป็นสยามไง
งั้นเตยไม่กวนแล้วคับ ผมพูดแล้ววางสายไปเพื่อนผมก็ดีกับผมคับถามว่ามีไรป่าวเห็นท่าทางไม่ดีผมก็เลยชี้ให้ดูแฟนผมว่าเดินกับใครก็ไม่รู้เพื่อนผมตกใจดิคับ
มรึงเป็นเกย์หรอเตยโบทพูดคับ
อืม...พวกมรึงรับไม่ได้ใช่ป่ะผมตอบเสียงสั่นๆ
เฮ้ย ทำไมกรูจะรับไม่ได้ว่ะไอ้เตย ขนาดไอ้โบทยังเคยคบกระเทยเลย เราเรียนโรงเรียนชายล้วนนะโว๊ยเป็นเรื่องธรรมดาอ๊อกบอกผมคับ(ห๊ะ ไอ้โบทเนี่ยนะเคยคบกระเทย[/img]
ผมได้แต่พยักหน้าคับแต่ในใจคิดว่าโคตรดีเลยเพื่อนผมผมได้เพื่อนดีหรอเนี่ยแล้วอ๊อกก็ดึงมือผมเข้าไปหาแฟนผมแต่ไปยังไม่ถึงคับอ๊อกก็ให้ผมแอบก่อนแล้วอ๊อกกับโบทก็เดินเข้าไปเชิงว่ามาจีบแฟนใหม่มัน(จิงๆแล้วเป็นเมียนน้อยมันคับก็ผมเป็นหลวงนี่[/img]
ขอโทดนะคับเป็นแฟนกันหรือป่าวคับอ๊อกถาม
ทำไมหรอแฟนผมพูดคับ
ป่าวถ้าไม่ใช่แฟนกันเราก็จะจีบคนนี้ได้ป่าวอ๊อกพูดเออเพื่อนกรู่หัวใสเนอะ
ใช่คับนี่แฟนผมแฟนสาระเลวของผมพูดคับ
จากนั้นผมก็ออกจากที่ซ่อนแล้วเดินมาหามัน มันทำหน้าตกใจมากเลยคับที่เห็นผม
ปากซอยบ้านอยู่สยามหรอ
เอ่อ...ฟังพี่ก่อน มันจะแก้ตัว
ไม่ฟัง พี่เลิกกับเตยเลยดีกว่าผมพูดแล้วหันหน้าไปทางอ๊อก
อ๊อกที่นายขอเราเป็นแฟนเราตกลงเลยนะแล้วผมก็หอมแก้มอ๊อกเลยคับ ทุกคนอึ่งซักพัก
นี่มันอ่ะไรกันเนี่ยเตยพีบอยพูดขึ้นมาคับ(แฟนผมชื่อพี่บอย[/img]
จากนั้นผมก็เดินจูงมืออ๊อกแล้วเดินไปโดยมีโบทเดินตามคับแล้วพี่บอยก็เดินตามมาดึงมือผมไว้แล้วถามว่า
อะไรกันเนี่ยเตย
ปล่อยเตยได้แล้วไม่ได้ยินเตยบอกไงว่ากูกับเตยเป็นแฟนกันแล้วอ๊อกพูดผมก็อึ่งดิคับ
มรึงเสรือกไรว่ะห๊ะพี่บอยหันมาทางอ๊อก
เลิกยุ่งกับผมได้แล้วคับพี่ผมขอร้องพี่มีแฟนใหม่ผมก็มีแฟนใหม่แล้วผมพูด
ก็ได้...พี่บอยพูดอีกครั้ง
แล้วรู้ไว้ด้วยนะว่าที่พี่ไปมีคนอื่นอ่ะก็เพราะว่าพี่ขอมีไรกับเราแล้วเราไม่ยอมพี่ไงผมไม่ได้พูดไรคับได้แต่ร้องไห้(ไรว่ะคบกรูจะเปิดซิงกรูว่างั้น[/img]
และมรึง..ระวังตัวไว้ด้วยนะ พี่บอยพูดกับอ๊อกคับแต่ก็ไม่มีเรื่องไรเกิดขึ้นเพราะผมเดินหนีออกมาอ๊อกกับโบทก็เลยเดินตามผมออกมาคับไม่งั้นต้องมีเรื่องกันแน่ๆ
เห้ยเตย เป็นไรป่าวมรึงไอ้โบทถามผมแต่ผมไม่ได้ตอบได้แต่ส่ายหัวคับ
เราขอโทดนะอ๊อกที่นายบอกว่ามาขอเราเป็นแฟนแล้วยังไม่หอมแก้มนายอีกพูดแนวสำนึกผิด
ไม่เป็นไรหรอกมรึงอย่าคิดมาก...ถ้าได้ก็ดีห๊ะผมคิดในใจเริ่มทำหน้างง
กรู้ล้อเล่นอ๊อกพูดพร้อมหัวเราะออกมา
มันทำให้ผมยิ้มออกเลยคับในใจก็คิดว่าผมรักไอ้เพื่อนคนนี้ของผมเข้าแล้วแต่ในตอนนี้รักแบบเพื่อนนะคับ แต่ก็ต้องเครียดเพราะที่โรงเรียนใหม่ของผมมีคนรู้แล้วว่าผมเป็นเกย์อ่ะคับ
คือ..นายสองคนอย่าบอกใครได้ป่าวว่าเราเป็น...ผมพูด
เออพวกกรู้ไม่บอกใครหรอกมรึงก็เพื่อนกรูโบทพูดส่วนอ๊อกก็พยักหน่าคับ
ขอบใจหว่ะ
ผมพูดพร้อมปาดน้ำตาคับ พวกผมเดินสยามกันอีกซักพักนึงก็กลับบ้านคับเพราะมันค่ำแล้วพวกผมกลับบ้านด้วยกันคับบ้านโบทอยู่เอกมัยคับมันอยู่กับพี่ชายมันสองคน พี่มันเรียนมหาลัยแถวพระราม4 เรียนปี 3แล้วคับ ส่วนบ้านผมกับบ้านไอ้อ๊อกอยู่ใกล้ๆกันคับบ้านผมอยู่บางนาบ้านอ๊อกเลยบ้านผมไปหน่อยนึงอ่ะคับ พวกเราเลยกลับรถไฟฟ้ากันโบทลงเอกมัยส่วนผมสองคนลงอ่อนนุชคับแล้วต่อรถเมล์กลับบ้าน พอมาถึงบ้านผมก็นั่งคิดเรื่องที่สยามคับคิดไปคิดมาคิดอยู่อย่างงั้น พอ 2ทุ่ม เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นคับเป็นอ๊อกที่โทรมา
ฮาโหล..ว่าไง ผมพูด
เออเป็นไงมั่งว่ะ อย่าคิดมากนะมรึงกรู้เป็นห่วงอ๊อกพูดผมผมหละเป็นปลื้ม
อืมกรูไม่คิดไรแล้ว ผมตอบแบบโกหกไปคับจิงๆในสมองคิดไรเยอะแยะไปหมดเลยคับแล้วเราก็คุยกันเรื่องเรื่อยเปื่อย เรื่องที่เรียน เรื่องที่ย้าน เรื่องแฟนเก่าๆของผมแล้วก็ของอ๊อก อ๊อกมีแฟนเป็นผู้หญิงคับเพิ่งเลิกไปได้3เดือน ส่วนผมเคยมีแฟนผู้หญิงก็คนก่อนพี่บอยเนี่ยคับ ผมคุยกันนานพอสมควรคับ ผมเลยขอตัววางโทรศัพท์แล้วก็เข้านอนคับ
จบตอนนี้ที่1
ตอนที่2
ค่ายนี้มีเรา
พอถึงวันที่เราจะไปค่ายเพื่อนผมและผมก็ได้โทรศัพท์นัดแนะกันแล้วคับว่าจะเจอกันที่ข้างๆสนามบาส
ตรงโรงอาหารคับ **ติ๊ดๆติ๊ดๆต๊ดๆๆๆ** เสียงนาฬิกาปลุกของผมดังผมก็กดปิดแล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว
เพื่อที่จะไปเข้าค่ายแล้วคับผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วตอน6โมงครึ่งแล้วผมก็ออกจากบ้านไปถึงโรงเรียน
ประมาณ7โมง15 พอไปถึงผมก็เช็คชื่อแล้วก็เดินไปหาเพื่อนๆผมที่สนามบาส พอผมไปถึงก็เจอโบท นัท
แล้วก็อ๊อกรออยู่แล้วคับ
หวัดดี..แล้วไอ้บอมอ่ะ ผมทักทาย
มันจะถึงแล้วแม่มันมาส่งอ๊อกบอกผม วักพักไอ้บอมก็มาถึงคับไอ้โบทแววเลยคับทันที
ไงคุนหนูแม่มาส่งด้วยหรอแล้วหอบไรนักหนาว่ะ
ก็อุปกรณ์จำเป็นแล้วก็ของขบเคี้ยวของพวกมึงแหละบอมตอบโบท
เออดีมาก แล้วที่คุยกันมาให้มรึงเอา...มาเอามาป่ะโบททำหน้าเจ้าเลห์คับ
ไอ้เอี้ย..ใครจะลืมไอ้บอมบอก แมร่งไรกันว่ะเนี่ยไอ้บอมเป่งเกย์ป่าวว่ะ
ดีมาก สุดที่รักของโบท โบทตอบทันควันคับ สรุปคือโบทกับบอมโทรคุยกันแล้วก็นัดกันออกไปเที่ยว
ไหนมาไหนด้วยกันแล้วมันไปตกลงเป็นแฟนกันตอนไหนว่ะเนี่ยผมหล่ะงงเป็นไก่ตาแตกเลยแต่
ไอ้บอมมันก็ถึงเวลาที่จะขึ้นรถไปค่ายคับแน่นอนว่าพวกผมได้อยู่รถคันเดียวกันเพราะพวกผม
อยู่ห้องเดียวกันวันนั้นบนรถผมได้รู้จักเพื่อนๆในห้องแล้วก้เพื่อนห้องอื่นที่อยู่รถคันเดียวกันอีกหลายคน
 อยู่บนรถไอ้โบทหนีไปนั่งกับไอ้บอมคับ
นัทก็ไปนั่งกับเพื่อนอีกคน ทำให้ผมต้องนั่งคู่กับ๊อกไปโดยปริยายคับส่วนไอ้ผมก็ดีใจอ่ะดิคับ
 เรานั่งคุยกันมาเฮออาตลอดทาง พอพวกผมแอบมองเบาะข้างหน้าว่าทำไมเงียบไปปรากฎว่า
ไอ้โบทกับไอ้บอมมันหลับแต่มันหลับแบบเป็นที่ฮือฮาคับกันทั้งรถคับคือมันนั่งเอาหัวมาพิงกันแล้วก็
จับมือกันคับพอเพื่อนๆในรถเริ่มให้ความสนใจมันไอ้อ๊อกที่นั่งข้างๆผมมันก็เริ่มที่มันจะแกล้งเพื่อนรักมันคับ
 ซักพักทั้งสองคนมันก็ตื่นก็โดนล้อดิคับตามระเบียบแล้วไอ้เชดเพื่อนในห้องอีกคนมันก็มานั่งตักไอ้บอม
แล้วบอกว่า
งัยคับที่รักเมื่อคืนนี้โบทแรงไปหน่อยหมดกแรงเลยหรอ
ไอ้บอมอายดิคับดูหน่ามันแดงแล้วอ่ะผมก็เลยพลอยแกล้งมันไปด้วยคับก็มันเป็นเรื่องสนุกไปแล้วนี่หน่า
เล่นมาจับมือกันหลับกลางหมู่เพื่อนๆเลย
ไอ้เชดลุกออกจากตักแฟนกรูนะโว๊ย ไอ้โบทพูดได้แบบไม่อายเลยคับแต่ไอ้บอมเนี่ยดิหน้าแดง
เป็นลูกตำลึงแล้วอ่ะคับก็เพื่อนๆโห่กันใหญ่เลยนี่ผมก็พลอยเป็นไปกับเค้าด้วยผมก็ถามมันว่าเป็นจิง
แค่ไหนผม อ๊อก นัท สนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากเลยคับแต่ก็ไม่ได้รังเกียจไรนะคับดีซะอีกเพื่อนรักเป็น
แฟนกัน++5555++แล้วเราจะสมหวังไหวเนี่ย...แล้วจู่ๆรถก็เลี้ยวกระทันหันอ่ะคับผมเอนไปหาอ๊อกแล้ว
อ๊อกก็กอดผมไว้คับเพราะกลัวผมล้มจะเหลือไรอ่ะคับเพื่อนๆก็ล้ออ่ะดิผมกับอีอกก็ปฏิเสธ
กันเจ้าหละหวั่นอ่ะคับแต่ในใจของผมเนี่ยไม่อยากปฏิเสธเลย เราก็เล่นกันมาเรื่อยๆจนจะถึงค่ายคับ
เตยไอ้บอยยังมายุ่งกับมรึงอยู่ป่าวว่ะ อ๊อกถาม จะถามทามมายเนี่ยจะลืมแล้วนะ
เออก็มีบ้างที่โทรมาแต่เราไม่รับอ่ะ
ผมตอบแต่อ๊อกก็ไม่ถามหรือตอบอ่ะไรกลับมานะคับพอถึงค่ายพวกเราก็ลงรถขนข้าวขนของไปไว้ในที่พัก
 แล้วอาจารย์บอกว่าให้พวกผมเลือกที่นอนกันเองที่พักเป็นเหมือนบ้านชั้นเดียวที่มีปูนสูงๆขึ้นมา2ฝั่ง
จากพื้นเรียงกันยาวเป็นแถว2ฝั่ง ผมนอนติดกับอ๊อกทางขวา ไอ้นัททางซ้ายมันมานอนขว้างระหว่าง
ไอ้บอมกับไอ้โบทคับ พอเก็บของเสร็จก็ออกไปเข้าแถวเช็คชื่อข้างนอก
แล้วเราก็เริ่มกิจกรรมกันคับกิจกรรมก็ต้องเวียนไปเข้ากิจกรรมเป็นห้องๆมีสอนให้เรารักสถาปันมากๆคับ
แล้วบางกิจกรรมก็ทำให้เรารักเพื่อนๆเรามากๆด้วยจนถึงตอนค่ำพวกเราก็เลิกกิจกรรม เราก็ทานข้าวเย็น
แล้วก็ปล่อยให้พักผ่อนตามอัธยาศัย คือ อาบน้ำ แล้วก็นอนอ่ะคับ ที่อาบน้ำที่นี่มีทั้งแบบอาบรวม
แล้วก็มีห้องส่วนตัว พอทานข้าวเสร็จผมก้มานั่งตรงที่นอนถอดเสื้อผ้านุ่งผ้าขนหนูเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำคับ
ผมจะไปอาบน้ำพร้อมเพื่อนๆทีแรกผมจะอาบรวมแต่เดินไปถึงก็มีเพื่อนห้องอื่นมาบอกว่าอาบในห้องดีกว่า
างนอกหนาวชิบหาย ผมก็เลือกอาบในห้องคับเออจิงของมันในห้องเป็นฝักบัวแถวลมไม่โกรกไม่หนาวเท่าไหร่คับแต่ไอ้เพื่อนๆผมดิอาบข้างนอกพอเสร็จมันก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งเลยคับว่าหนาวอ่ะรู้งี้อาบในห้องดีกว่า+5555+
กูฉลาดกว่าไงเลยอาบในห้องน้ำ พออาบเสร็จก็แต่งตัวแล้วมานั่งเล่นกันซักพักก็เข้านอนดีกว่าคับไม่อยากเห็นไรบาดตาบาดใจก็ไอ้โบทกับไอ้บอมดิเค้าให้มาค่ายไอ้2คนนี้มันนึกว่ามาฮันนีมูนหรือป่าวเนี่ย ว่าแล้วก็นอนดีกว่า
แต่ไอ้กระเพาะปัสสวะนี่ดิคับมันไม่รักดี ปวดฉี่ขึ้นมาผมก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำแต่พอผมฉี่เสร็จก็ต้องหยุดฟังเสียงอะไรบางอย่างคับ
โอ๊ย....บอมกรูเสียว
เราก็เสียวโบท เร็วๆหน่อยดิ
ผมก็ด้วยสันดานคับหาต้นตอของเสียงทันทีแล้วก็แอบฟัง
บอม..กรูจะไม่ไหวแล้วนะ...บอมกรูเสร็จแล้ว
เราก็เสร็จแล้วโบท..เรารักโบทจัง
ตอนนี้ผมถึงบางอ่อเลยคับว่าไอ้2ตัวนี้แอบมาเอากันนี่เองไม่ยอมเก็บเสียงด้วยพอผมมีสติก็กลับมานอนคับ
ซักพัก2คนนั้นก็เดินกลับมานอนแต่ตอนนี้ดิไอ้น้องจู่ผมมันแข็งปั๋งแล้ว พอนอนได้ซักพักไอ้อ๊อกดิคับมัน
นอนดิ้นชิบหายเลยแล้วก็มากอดผม ผมตกใจก็เลยค่อยๆเอามือมันออกไปคับเพราะกลัวมันจะมา
โดนน้องจู่ของผมแต่อีกซักพักมันก็มากอดอีกคราวนี้มันทั้งกอดทั้งก่ายเลยแต่ตอนนี้ผมก็ปล่อยให้มันกอด
อยู่อย่างงั้นแหละคับเลยตามเลย
เดี๋ยวมาต่อตอน2/1นะคับ
ตอนที่2/1
คืนนั้นผมปล่อยให้อ๊อกมันกอดทั้งคืนเลยอ่ะคับในใจก็นึกดีใจไม่อยากให้ผ่านคืนนี้เลยอ่ะคับ
ไม่อยากให้ผ่านคืนนี้รู้ขอให้มีเพียงเราได้ไหม
ฉันและเธอทุกลมหายใจ
ช่วงนั้นเพลงนี้กำลังดังคับผมเลยอยากที่จะเป็นเหมือนเพลงนี้จังแต่เรื่องมันก็เกิดขึ้นมาจนได้คับก็ตอนเช้ามันจะมีรุ่นพี่ม.6กับรุ่นพี่ที่จบไปแล้วมาปลุกคับแล้วสิ่งที่พี่ๆกับเพื่อนๆเห็นก็คือผมกับอ๊อกกำลังนอนกอดกันกลมเลยคับ ซวยอ่ะดิโดนล้อแน่แล้วก็จิงอย่างที่ผมคิดคับเสียงเฮพร้อมโห่ดังลั่นที่พักเลยคับแล้วผมก็ตื่นมาโดยที่อ๊อกตื่นตามมาคับอายดิคับคนมุงดูกันเต็มเลยแล้วไอ้เพื่อนเวรตื่นแล้วก็ไม่บอกกรูปล่อยให้กรู่โดนล้อตายแน่กรู่เอาไงดีว่ะ แล้วก็มีพี่คนนึงหน้าตาดีทีเดียวคับรู้อีกทีพี่เค้าชื่อจักรเรียนวิทย์ม.6พูดขึ้นมา
คู้แต่งานใหม่หรอคับสงสัยเมื่อคืนนี่ท่าจะหนักพี่จักรพูดพร้อมเสียงหัวเราะของเพื่อนๆคนอื่นคับ
ในใจผมคิดว่าไอ้ที่เพิ่งแต่งงานกันอ่ะไอ้คู่โน้นไม่ใช่คู่นี้เอ๊ยไม่ใช่ผม แล้วผมก็มองไปทางไอ้โบทกับไอ้บอมคับมันยังคงยิ้มทำหน้าตาปกติ เออก็ใช่ดิมันไม่รู้ว่าผมรู้นี่หน่าคับก็เลยกลายเป็นว่าคู่ที่ทำไม่โดนล้อคู่ที่ไม่ได้ทำไรกันกับโดนล้อ ผมรีบบอกให้อ๊อกตื่นลุกไปอาบน้ำเลยคับอายก็อายอีกใจนึงก็ดีใจเมื่อคื่นนอนกอดกับอ๊อกทั้งคืนพออาบน้ำผมก็อาบปกติคับคื่ออาบในห้องน้ำแต่เช้านี้มีคนต่อคิวผมเพียบคงไม่ใช่ที่ไหนหรอกคับก็ไอ้บรรดาเพื่อนรักของนั่นแหละคับ(เป็นไงหล่ะพวกมรึงฉลาดกันได้แล้วหรอ[/img]
พออาบน้ำเสร็จก็เปลี่ยนชุดเพื่อนไปทานข้าวแล้วก็เข้ากิจกรรมวันนี้กิจกรรมจะเป็นรุ่นพี่มาคุมคับแล้วสิ่งที่ผมกลัวก็เกิดขึ้นคับคือตอนกินข้าวผมดันหาวออกมา
ไงจ๊ะที่รักเมื่อคืนหนักหล่ะสินอนไม่พอเลย
เสียงไอ้เชดเจ้าประจำแซวขึ้นคับแล้วก็มีลุกคู่ตอบรับอีกเป็นสิบเลยคับช่วงเวลานั้นอายดิคับอายมากแต่อ๊อกนี่ดิคับเฉยสุดเหมื่อนไม่มีไรเกิดขึ้นเลยผมเลยบอกอ๊อกไปคับว่า
อ๊อกคราวหลังอย่ามากอดเราอีกนะเราอายผมพูด
อายไรเรายังไม่อายเลยแล้วนายก็อุ่นดีออกอ๊อกตอบมาคับ
ผมเริ่มโมโหแล้วตะคอกอ๊อกไป
ก็เราบอกว่าไม่ชอบนี่นายไม่อายแต่เราอาย..เรากลัวคนอื่นว่าเราเป็นเกย์ อ๊อกเริ่มหน้าเสียเล็กน้อยแต่หน้าอ๊อกก็เริ่มดุขึ้นคับ
มรึงจะกลัวไรว่ะทีมึงหอมแก้มกรูกลางสยามมรึงยังไม่กลัวเลยอ้าวไอ้เอี้ยพูดซะดังผมกับอ๊อกเป็นเป้าสายตาอีกรอบทันที
มรึงเป็นเกย์แล้วเป็นเหี้ยไรว่ะมรึงก็เพื่อนกรูอ๊อกพูดออกมาว่าผมเป็นเกย์คับผมโมโหมากเลยเดินออกจากโต๊ะทานข้าวไม่ที่ห้องพักเลยคับผมลุกมาโดยที่ไม่มองหน้าอ๊อกเลยคับแล้วนัทก็เดินมาดูผมคับตอนนี้ผมนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวคับก็รู้สึกเสียใจสันยากันไว้แล้วนี่หน่าว่าจะไม่บอกใคร
ไอ้นัทมันก็ดีคับมาปลอบผมให้ผมใจเย็นๆแล้วไอ้อ๊อกเนี่ยก็ห่างมันซักพักเดี๋ยวเพื่อนๆก็เลิกล้อเองอ่ะแหละคับผมตอบรับนัทไป พอพวกเราทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปเข้ากิจกรรมต่างๆมากมาย ตลอดกิจกรรมผมโดนล้อตลอดเลยคับแล้วผมก็ไม่เลือกที่จะไปเดินกับพวกอ๊อกมันด้วยในใจก็คิดว่า กรูเกลียดมรึงๆๆๆๆ ตลอดคับพอถึงช่วงเย็นๆหน่อยพี่ๆก็ปล่ยให้พักตามอัธยาศัยคับผมก็ไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้หลังที่พัก
อ้าวน้อง...เออ...พี่จักรทักผมคับ
เตยคับพี่ผมตอมพร้อมหน้าเศร้าๆ
เครียดไรเราเรื่องเมื่อเช้าหรือป่าว พี่ขอโทดนะคับ พี่จักรนี่สุภาพบุรุษเนอะ
ก็นิดหน่อยอ่ะคับพี่คือเมื่อคืนมันหนาวแล้วเพื่อนผมก็ติดหมอนข้างด้วยผมแก้ตัวไป
พี่เข้าใจคับ..เพื่อนก็แค่ล้อสนุกๆพี่จักรปลอบผม
แต่ผมไม่สนุกนี่คับพี่ผมตอบกลับไปคับ พร้อมจะลุกเดินไปชมนกชมไม้แต่ขาผมก็สะดุดรากไม้คับผมกำลังจะล้มพี่จักรก็เข้ามารับผมไว้ทำให้พี่จักรเซไปพิงกับต้นไม้แล้วเราก็อยู่ในท่ากอดกันคับแล้วคุนพระคุนเจ้าช่วยไอ้อ๊อกกับเพื่อนผมมันเดินมาเจอพอดีคับ(อะไรมันจะซวยขนาดนี้ว่ะ[/img]
ที่มึงไม่ชอบให้กรูกอดก็เพราะมึงจะเก็บไว้กอดกับพี่เค้าใช่ป่ะอ๊อกพูดสีหน้าไม่ดีเลยคับ
มันไม่ใช่อยากที่มรึงคิดนะ..น่านกรูนางเอกซะด้วย
แล้วไรหล่ะ..มรึงจะบอกว่ามรึงล้มพี่เค้าก็มาช่วยไว้หรอน้านไอ้เวรดันเดาถูกอีกแล้วกรูจะตอบว่าไงเนี่ย
เออผมตอบอ๊อกกลับไปคับ
คื่อเรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่น้องคิดนะคับพี่จักรพยายามอธิบาย
ไม่ต้องพูดอะไรแล้วพี่ผมรู้หมดแล้วไปรักกันให้ดีเหอะน้านไอ้นี่ก็พระเอกจัง
ดูแลเพื่อนรักผมด้วยนะอ๊อกน้ำตาคลอเลยคับแล้วก็เดินไป ตอนนี้ผมรู้สึกแย่ยังไงบอกไม่ถูกเลยคับอยู่ดีๆน้ำตาก็คลอคับแต่จิงๆผมต้องโกดมันดิมันทำให้ผมโดนล้อแล้วยังจะมาว่าผมเรื่องที่มันไม่จิงอีกด้วย พี่จักรก็เข้ามาจะเช็ดน้ำตาให้ผมคับแต่ผมปัดมือพี่จักรออกไปแล้วก็เดินหนไปเลย
จบตอนที่2/1
****************************************
ตอนที่2/2
ดูแลเพื่อนรักผมด้วยนะอ๊อกน้ำตาคลอเลยคับแล้วก็เดินไป ตอนนี้ผมรู้สึกแย่ยังไงบอกไม่ถูกเลยคับอยู่ดีๆน้ำตาก็คลอคับแต่จิงๆผมต้องโกดมันดิมันทำให้ผมโดนล้อแล้วยังจะมาว่าผมเรื่องที่มันไม่จิงอีกด้วย พี่จักรก็เข้ามาจะเช็ดน้ำตาให้ผมคับแต่ผมปัดมือพี่จักรออกไปแล้วก็เดินหนไปเลย
ผมไม่คุยกับอ๊อกจนทำกิจกรรมวันนั้นเสร็จถึงเวลาที่ต้องอาบน้ำคับผมบอกกับบอมว่าผมขอไปนอนข้างโน้นนะเพื่อนผมก็เข้าใจคับก็เลยให้ผมไปนอนอีกฝากนึงโดยมีนัท โบท บอมนอนกั้นผมกับอ๊อกไว้ในใจผมก็อดคิดเรื่องมันไม่ได้ทำไมต้องคิดเรื่องมันด้วยเนี่ยเรากับมันก็แค่เพื่อนกันนะเพื่อนกัน..อยู่ๆมันก็เดินมาหาผมคับ
ทำไมๆต้องหนีหน้าเราด้วยอ๊อกพูดเสียงจิงจัง
เราไม่ได้หนีแค่เราไม่มีอ่ะไรจะพูดกับคนที่พูดไม่รู้เรื่องผมพูดแนวงอน
เออดิ เรามันไม่ใช่พี่จักรนี่ เค้าน่ารักไม่ใช่หรอก็เลยไปกล้ากอดกันขนาดนั้นอ้าวไอ้นี่หาเรื่อง
ทำไมอ่ะเออพี่จักรเค้าดี เค้าสุภาพบุรุษเราจะกอดพี่เค้าแล้วใครจะทำไมผมเถียงคับ
กรูนี่ไงที่จะทำไมว่าแล้วมันก็เดินมาแล้วจับผมดูดปากเลยคับผมไม่ได้ตอบโต้อ่ะคับเพราะอึ้งอยู่แต่พอมีสติก็ผลักมันออกคับแล้วก็ต่อยเข้าที่ปากมันทีนึงดีนะคับที่ในที่พักตอนนั้นมีแค่พวกผมแต่ไอ้เพื่อนๆผมเนี่ยอึ้งแดกดิคับจูบกับจะๆ พอผมต่อยมันเสร็จผมก็มองที่หน้ามันคับปากอ๊อกแตกเลือดออกตอนนั้นผมทำอ่ะไรไม่ถูกแล้วก็เลยวิ่งออกมาจากที่พักไปแอบนั่งอยู่ตรงใต้ต้นไม้แถวสนามคับเพื่อนๆผมก็ออกตามหาแต่ไม่เจอผมคับแล้วก็มีคนนึงเดินมานั่งข้างผมโดยที่ผมร้องไห้น้ำตาอาบแก้มแล้วคับ
ไงคนเก่งของพี่มีเรื่องอะไรบอกพี่ได้ไหมเสียงพี่จักรคับ
พี่จักรผมเอ่ยเบาๆ
ใช่คับพี่เอง ไม่ใช่คนที่เราต่อยหน้าเค้าเมื่อกี้หรอกอ้าวซะงั้น
พี่รู้หรอคับผมถามพร้อมปาดน้ำตาคับ
รู้คับก็คนที่เราต่อยเค้าเนี่ยมาบอกให้พี่ช่วยออกตามหาเราเองนี่คับอ้าวหรอมันไปบอกพี่จักรทำไมว่ะ
ผมนั่งคุยกับพี่จักรอยู่ซักพักคับพี่เค้าก็จับหัวผมไปอิงไหล่เค้าคับผมก็ยอมแต่โดยดีไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันใจผมอยากจะฝืนแต่ร่างกายมันไปเองอ่ะคับพอเราคุยกันเสร็จพี่จักรก็เดินมาส่งผมที่ห้องพักคับ
พี่ไปนะเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันก่อนขึ้นรถกลับกรุงเทพพี่จักรพูดแล้วยิ้มให้
ครับพี่ขอบคุนนะคับที่นั่งเป็นเพื่อนผมตอบพี่จักรไป
พี่จักรไม่ตอบอ่ะไรแล้วก็เดินไปเลยผมก็เลยเข้าไปในที่พักคับแต่เมื่อผมถึงที่นอนผมก็ไม่เห็นไอ้อ๊อกแล้วคับ
ไอ้อ๊อกมันไปนอนฝั่งโน้นอ่ะมันบอกไม่กล้าสุ้หน้ามรึงนัทพูดขึ้นมาคับ
หรอผมตอบแค่นี้แล้วก็ล้มตัวลงนอนในหัวตอนนั้นก็คิดแต่เรื่องอ๊อกนี่แหละคับไม่ได้คิดเรื่องพี่จักรเลยไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันทั้งที่พี่จักรดีกับผมมากแล้วผมก็เผลอหลับไปคับพอถึงตอนเช้าพวกเราก็ตื่นตามปกติแต่มันนี้อาบน้ำเสร็จก็ทานข้าวแล้วก็กลับบ้านคับผมมองหาอ๊อกแต่ก็ไม่เจอคับแล้วหันไปบอกกับนัทว่า
วันนี้มรึงนั่งกับกรูได้ป่าวว่ะ
เออนัทตอบ
พอถึงเวลากลับบ้านผมขึ้นมาผมก็นั่งคู่กับนัทอยู่ที่ท้ายๆรถคับแต่อ๊อกเนี่ยดิไปนั่งกับใครไม่รู้ที่กลางๆรถพอผมเห็นหน้ามันแล้วเห็นแผลที่มุมปากของมันทำให้ผมน้ำตาคลออย่างไม่มีเหตุผลคับนัทมันก็ถามว่าเป็นอ่ะไรไหวไหมผมไม่ตอบอ่ะไรคับแล้วก็หลับตานอนไม่คุยกับใครเลยจนมาถึงกรุงเทพคับพอถึงโรงเรียนก็เช็คชื่อแล้วกลับบ้านคับผมหันไปมองอ๊อกแต่อีอกไม่มองมาทางผมเลยคับท่าทางของมันตอนนี้แทบจะทำให้ผมเป็นบ้าได้เลยคับผมลาเพื่อนๆผมแน่หล่ะตอนนี้มันไม่มีไอ้อ๊อกคนที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อนคนแรกและเพื่อนรักของผมที่โรงเรียนนี้อยู่ด้วยพอล่ำลาเสร็จผมก็โบกแท็กซี่กลับบ้านเลยคับมาถึงบ้านแล้วผมก็อาบน้ำกินข้าวแล้วก็นอนคิดเรื่องที่เกิดขึ้นที่ค่ายคับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมแล้วผมก็เผลอหลับไปเพราะเหนื่อยจาการเดินทาง..ตอนนี้ก็รอแค่เปิดเทอมจะได้ไปเรียนเจอเพื่อนและเพื่อนที่ผมอยากเจอมากที่สูดก็คื่อ....คับ
                                                          จบตอนที่2แล้วนะคับ
                                                    อย่าลืมติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ
                                                      แล้วก็ให้กำลังใจกันมั่งนะคับ
+++ขอขอบคุง+++
***kazuaki...พี่อ้อมคับ***
***love-LoVe I LoVe YoU***
***nadza...น้องไนท์นะคับ***
ที่เข้ามาเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่อ่านเรื่องนี้ของผมแล้วรีมาให้กำลังใจกัน
ยังไงเดี๋ยวตอนใหม่ท่าว่างจากการฝึกงานจะมาลงต่อนะคับ
มาต่อแล้วนะคับ วันนี้ไปฝึกงานมาเหนื่อยโคตรๆๆๆๆๆโดนใช้ทั้งวันเลย
***********************************************
ตอนที่3
โรงเรียนแสนรัก
วันนี้แล้วซินะที่เป็นวันเปิดเทอมของผมระหว่างจากที่กลับมาจากค่ายผมก็คิดแต่เรื่องของอ๊อก
ตลอดเลยคับคิดว่าอ๊อกจะเป็นยังไง จะทำอ่ะไรอยู่จะโทรไปก็ไม่กล้าโทรไปหาคับจะรอก็
แค่วันเปิดเทอมที่จะได้เจอกับอ๊อกคับเพราะผมเรียนห้องเดียวกันพอวันเปิดเทอมมาถึง
ผมก็ทำตัวปกติโทรนัดกับเพื่อนๆคือ นัท โบทแล้วก็บอมคับคนเดียวที่ผมไม่โทรหาก็คือ
อ๊อกเพราะผมไม่กล้าที่จะโทรหาคับ
จนไปถึงโรงเรียนผมก็ตรงไปที่โรงอาหารเพื่อที่จะไปเจอเพื่อนๆของผมคับมันเป็น
เปิดเทอมวันแรกในที่เรียนใหม่ผมตื่นเต้นมากแต่ก็ยังดีคับที่ยังมีเพื่อนที่เป็นเด็กเก่าที่นี่อยู่ด้วย
พอผมมาถึงโรงอาหารก็อยู่กันครบองค์เลยคับแต่ถึงยังไงผมก็ไม่กล้าสู้หน้าอ๊อกอยู่ดีคับ
ทั้งที่ใจมันอยากที่จะพูดคุยด้วยก็ตาม
เห้ย กรูไปห้องก่อนนะเดี๋ยวพวกมรึงตามไปแล้วกัน**ถ้าอยากไป**คำสุดท้ายนี้มันเน้น
เป็นพิเศษคับผมก็ฝื่นตัวทำตามปกติคับนั่งคุยนั่งเล่นกับเพื่อนๆผม
เมื่อไหร่พวกมรึงจะหายงอนกันซะทีว่ะรักกันก็บอกกันไปดิ เออจริง ไอ้โบทกับ
ไอ้บอมมันพูดกับผมคับเล่นเอาซะผมสะอึกเลยปมก็เลยด่ามันกลับไปแบบเล่นๆว่า
ใครจะไปรักกันเหมือนพวกมรึงอ่ะ..
        บอม..กรูเสียวววววว           
     โบท...เราไม่ไหวแล้วนะ          ผมล้อเลียนเสียงมันสองคนเมื่อคืนที่เข้าค่าย
พวกมันสองคนหรอคับอึ้ง งงเป็นไก่ตาแตกไปเลยว่าผมรู้ได้ไงส่วนไอ้นัทมันงงยิ่งกว่าอีกคับ
+5555+
กริ๊กกกกกกกกกเสียงออ๊ดดังให้เข้าแถวแล้วคับแต่ตอนเข้าแถวนี้ก้แค่เคารพธงชาติ
สวดมนต์ไรทำนองเนี่ย การเข้าแถวจะเข้าเป็นตามตอนลึกคับ ผมก็อยู่หลังๆกับพวกซี้ผมอ่ะ
ส่วนอ๊อกก็อยู่ข้างหลังถัดไปอีกคับจนเข้าแถวเสร็จพวกเราก็ขึ้นเรียนคับวันนั้น
เป็นวันจันทร์คาบแรกผมเรียนเคมีคับเรียนที่ตึกวิทย์เคมีนี้ต้องนั่งเป็นกลุ่มๆล่ะ5-6คนพวกผม
ก็อยู่กันครบเลยคับเพื่อนไม่อยากทิ้งผมหรืออ๊อกคนใดคนนึงไปผมกับอ๊อกเลยต้อง
จำยอมคับพอพักกลางวันพวกผมก็เดินไปกินข้าวที่โรงอาหารผมสบโอกาสก็เลย
ไปคุยกับอ๊อกคับ
อ๊อกนี่มรึงโกดกรูเรื่องวันนั้นอยู่หรอว่ะ...กรูขอโทดผมบอกมัน
มรึงมาขอโทดกรูทำไมมรึงไม่ได้ผิดอะไรนี่มันตอบกลับมาคับ
ไม่ได้โกดเราก็เป็นเหมือนเดิมกันดิว่ะผมบอกมันอีก
อ๊อก..กรู......ระ...
นั่นไงพี่จักรคนดีของมึงมาแล้วนี่ไง ผมยังพูไม่ทันจบพี่จักรก็ดันมาเป็นกางขวางคอเราอีก
ดีคับน้องใบเตยพี่จักรทักผมคับ
เตยอย่างเดียวคับพี่...ไม่ใช่ใบเตยผมตอบแบบยิ้มๆ
เออวันนี้เลิกเรียนแล้วไปหาพี่ที่สนามบาสด้วยนะคับพี่จักรบอกผมผมก็งงอยู่เหมือนกัน
นะว่าจะให้ไปทำไม
ครับ ผมรับปากไปพอถึงเวลาเลิกเรียนผมก็ไปหาพี่จักรที่สนามบาสตามที่สันญาคับ
(ช่วงบ่ายผมไม่ได้ไปคุยกับอ๊อกเลยคับ[/img]
แล้วพี่จักรพร้อมพี่ๆคนอื่นก็เดินมาคับ
ไงเตยมาจิงๆด้วยพี่จักรทักผม
ตอนนี้ก็มากันน่าจะครบแล้วนะเริ่มพูดเลยดีกว่าเสียงพี่แก้วเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนพูด
คือต้องแต่วันพรุ่งนี้ให้เตรียมชุดมาซ้อมที่นี่เวลา4โมงเย็นเราจะซ้อม.....พี่แก้วพูดอีก
ผมก็งงอ่ะดิคับกรูไปลงชื่อเป็นลีดด์ไว้เมื่อไหร่เนี่ย
ไม่ต้องงงหรอกคับเตยพี่ลงให้เองแหละแล้วพี่ก็เป็นลีดด์ชุดนี้ด้วยนะ เราจะได้
ซ้อมด้วยกันแล้วพี่จักรพูดกับผมคับไม่ได้ตอบอะไรกลับไปคับได้แต่ทำเสียง แฮ่ๆ
เป็นอันว่าตอนนี้ผมก็อยู่ในชุดลีดด์โรงเรียนเพื่อที่จะคัดตัวเป็นตัวจิงไปแข่งขันคับ
(โรงเรียนผมดังเรื่องบอลแล้วก็เชียร์ลีดด์คับ[/img]
พอหลังจากประชุมเสร็จพี่จักรก็ชวน
ผมกลับบ้านคับผมก็ตอบตกลงเดินไปป้ายรถเมลล์กับพี่จักรตอนที่เดินออกมาจากสนามบาส
นั้นผมหันไปเจออ๊อกคับอ๊อกจ้องผมอยู่แต่สายตาเนี่ยดิคับบอกบุญไม่รับยังไงก็ไม่รู้
ผมเนี่ยอยากวิ่งเข้าไปกอดมันแล้วบอกมันว่าถ้ามรึงอยากกอดกรูกรูจะให้มรึงกอดตลอด
เลยแล้วผมก็เดินออกไปกับพี่จักรคับผมกลับบ้านเลยไม่ได้ไปไหนกับพี่จักรต่อคับ
********************************************************
                                             เดี๋ยวมาต่อ3/1นะคับ
                                          อย่าลืมกำลังใจเหมือนเดิม
ขอโตดนะคับที่มันสั้นไปหน่อยก้เพราะว่าไม่มีเวลาได้พิมพ์ซักเท่าไหร่เลยอ่ะคับ
ฝึกงานมาก็ถึงบ้าน2-3ทุ่มแล้วอ่ะเเถมยังเหนื่อยแสนเหนื่อยอีกอ่ะคับ
แต่คราวหลังจะมาต่อให้ยาวกว่านี้นะคับ
*************************************************
ตอน3/1
ผมใช้ชีวิตอย่างนั้นอยู่อาทิตย์กว่าๆคับคือ ไปเรียนเฮฮากับเพื่อนๆไม่คุยกับอ๊อก ซ้อมลีดด์ แล้วก็กลับบ้านพร้อมพี่จักรจนผมเริ่มซึมๆเพื่อนรักของผมก็รู้เลยคับว่าผมซึมเลยมาบอกความจริงบางอย่างที่ผมไม่รู้ว่า
มรึงรู้ป่าวที่ไอ้อ๊อกมันไม่ยอมคุยกับมรึงเพราะว่าพี่จักรไปขอมรึงจากมันไงเค้าบอกว่าเค้าอยากได้แล้วเค้าเห็นว่ามรึงกอดกันอยู่ก็เลยคิดว่ามรึงรักไออ๊อกอ่ะดิพี่เค้าเลยไปขอมรึงจากไอ้อ๊อกไงบอกว่าถ้ามรึงคบกับพี่เค้าๆจะเลี้ยงดูมึงได้ดีกว่ามันแล้วตอนนั้นมันก็รับปากไปแล้วอ่ะดิน

10 -  หมวดหมู่ทั่วไป / General Discussion / รัก...ร้าย..... By G_wa The EnD แจ้งเรื่องรวมเล่ม รักร้าย 02/01/2010

เริ่มโดย postgay - กระทู้ล่าสุด โดย postgay เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 11:08:22 AM


ขอเกริ่นนำนิดนึง
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง 100% บุคคลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องแต่งนะจ้ะ
ปล. นิยายเรื่องนี้ได้ขอนุญาติจากผู้แต่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วคร้าบบ 
—- ☼ -—- ☼ -—- ☼ -—- ☼ -— -☼ -—- ☼ -—- ☼ -—- ☼ -—- ☼ -—
ตอนที่ 1
เคยมีใครบอกคุณบ่อยๆ มั้ยว่า...คุณมันตัวซวย....ผมเองก็ไม่เคยเจอใครพูดใส่หน้าผมแบบนี้หรอก..
มีเพียงตัวผม...ที่ด่าตัวเองแบบนี้เสมอๆ.....คำว่า ‘ตัวซวย’ สำหรับผม...ไม่ได้พาความเดือดร้อนไปให้ใคร
แต่...นำความซวยให้ตัวเอง....เรื่องร้ายๆ มักเกิดขึ้นกับผม โดยที่ผม...ไม่ได้ก่อ......ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เสียงโหวเหวกโวยวายด้านนอกทำให้ผมรู้สึกตัว เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ
ลมที่เกิดจากใบพัดไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนได้เลย เหงื่อไหลอาบตามเนื้อตัวจนเหนอะหนะไปหมด
ฟังจากเสียงแล้วด้านนอกน่าจะมีมากกว่าสามคน เสียงพูดคุยฟังแล้วเหมือนพวกไร้สติที่กำลังเมามายด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
ไม่รู้ว่าผู้คนละแวกนี้ทนอยู่ได้ไง น่าจะมีใครสักคนตะโกนด่าพวกมันซะบ้าง แต่ก็นั่นล่ะ....
รอบๆ นี้จะมีบ้านคนหรือเปล่าก็ไม่รู้....และ....ถ้ามีใครสักคนเข้ามาที่นี่.....ผมก็จะได้ร้องขอความช่วยเหลือ....ร้องงั้นเหรอ....
คงมีแต่เสียงอู้อี้ในลำคอเสียมากกว่า.....ที่น่ารำคาญกว่าเหงื่อที่ไหลย้อยของตัวเอง ก็คือ....เทปกาวขนาดใหญ่ที่ปิดปากผมอยู่นี่แหล่ะ
และยังเศษผ้าอะไรสักอย่างที่ยัดอยู่ในปากผม
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอมึง กูนึกว่าจะหลับข้ามวันซะแล้ว”ใครบางคนเปิดประตูเข้ามา
ผมพยายามหันไปทางต้นเสียงมือที่ถูกจับมัดไพล่หลังและขาทั้งสองข้างที่ถูกมัดไว้ทำให้ขยับไม่สะดวก
เงาร่างที่เดินเข้ามายืนค้ำหัวแสดงอำนาจตัวเองเต็มที่ ถ้าผมได้มองเห็นหน้ามันก็คงจะดี จะได้จำได้ว่าใคร......ที่จับผมมา 
“หนูพายตื่นแล้วเหรอเนี่ย ฝันร้ายเหรอครับ เหงื่อไหลเต็มตัวเลย”มือหยาบๆ จับไหล่ผมให้นอนหงาย
ผ้าคาดตาที่มัดเอาไว้ทำให้การมองเห็นลดลง ภาพเงาลางๆ ของคนหลายคนยืนล้อมอยู่รอบๆ ผม
เสียงหัวเราะพร้อมคำหยาบโลนที่พูดสลับกันไปมาทำเอาอยากจะตะโกนด่า
แต่ก่อนหน้านั้น...อยากถามมากกว่า...ว่าจับผมมาทำไม เสียงพูดคุยไม่มีเสียงใครสักคนที่คุ้นเคย
ผมไม่เคยมีปัญหากับใคร ฐานะทางบ้านก็ไม่ดีพอที่จะให้ใครขอแบ่ง สรุป...ไม่มีเหตุผลอะไรสักอย่างที่จะถูกกระทำแบบนี้
“พวกมึงจะเอาด้วยมั้ย หรือจะไปนั่งแดกเหล้าต่อ”
“ตามสบายเหอะมึง  ไม่ใช่รสนิยมกูว่ะ”
“กูก็ไม่ว่ะ แต่ขอดูในห้องด้วยแล้วกัน”
“กูด้วย”
“เสร็จเมื่อไหร่ไปบอกกูด้วย กูจะกลับมาอัดมันทีหลัง”
เสียงกุกกักจากการกระทำบางอย่าง พร้อมๆ กับเสียงเปิดปิดประตู เท่าที่ฟังรู้สึกจะมีทั้งหมดประมาณห้าคน
และ...อยู่ในห้องสามคน ผมพยายามจับเสียงทุกการกระทำรอบๆ ตัว ใครบางคนดึงผมให้ลุกขึ้นนั่ง
ผมพยายามขยับตัวหนีแต่กลับถูกลากขึ้นไปบนเตียงนุ่ม
“แก้เชือกที่ขามันออกสิวะ จะได้ถอดกางเกงได้”ร่างหนักๆ ทับตัวผมอยู่ด้านบน
มือที่ถูกมัดอยู่ด้านหลังบิดจนเจ็บไปหมด ทันทีที่รู้สึกว่าเชือกคลายออก ผมก็ยกเท้าถีบออกไปอย่างไม่รู้ทิศ และมันก็โดนใครบางคน
ผลั่ก!!!
“โอ้ย!! ไอ้เชี่ย ฤทธิ์มากนักนะมึง”
“อึ๊ก!!”การตอบโต้ครั้งแรกถูกสนองกลับด้วยหมัดของใครบางคนเข้าเต็มคาง ถึงมองไม่เห็น...แต่คิดว่าปากคงแตกแน่ๆ
“อยู่นิ่งๆ สิวะ เดี๋ยวก็จับมัดอีกรอบหรอกมึง”มือไม้ที่พัวพันอยู่ที่ขา พยายามกดลงแนบกับเตียง
หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ท้องจนจุก เข็มขัดนักศึกษาถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว ผมพยายามพลิกกายหนี
แต่คนที่นั่งทับขาผมอยู่กลับไม่ยอมง่ายๆ เสื้อผ้าด้านบนและล่างถูกรุมทึ้งปลดออกอย่างรวดเร็ว ยิ่งขัดขืนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บตัวมากเท่านั้น
“อึ๊ก.....อื้ออออ”
“ไอ้สัตว์นี่ บอกให้อยู่นิ่งๆ ไง อยากเจ็บตัวนักหรือไงวะ”เสื้อผ้าท่อนล่างกำลังจะถูกดึงออกจากขา
ผมพยายามงอเข่าตัวเองเพื่อรักษามันเอาไว้ ต่อให้ตอนนี้รู้ว่าตัวเองเปล่าเปลือย แต่ยังดีกว่าต้องสูญเสียไปทุกอย่าง
“มึงก็พูดเป็นเล่น ใครเขาจะยอมให้นอนข่มขืนง่ายๆ วะมึง”เสียงกลั้วหัวเราะดังประสานกันทันทีที่พูดจบ...ข่มขืนงั้นเหรอ
“อื้ออออออ.....อื้อออ”ผมไม่เคยทำอะไรให้ใคร ผมเป็นผู้ชาย ไอ้พวกนี้มันจะวิปริตเกินไปแล้ว
ทั้งๆ ที่คิดว่าจะถูกจับมาซ้อม หรือปล้นธรรมดา แต่นี่...บ้าไปกันใหญ่แล้ว
“หึหึ....สงสัยอยากแล้วว่ะ ร้องเรียกมึงใหญ่เลย”เสียงหัวเราะดังมาจากคนที่จับขาผมอยู่
“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย...ครางรอซะแล้ว ใจเย็นๆ สิ เดี๋ยวมึงได้ครางสมใจแน่”มือคนบนตัวกำลังลูบไล้ใบหน้าผม มันรู้สึกขยะแขยงจนอยากอาเจียน
“อื้อ!!”เทปกาวที่ปิดปากไว้ถูกดึงออกอย่างรวดเร็วจนเจ็บไปหมด ผมรีบคายเศษผ้าในปากออกมาทันที
“ไอ้บ้า!! พวกแกเป็นใคร ทำแบบนี้ต้องการอะไร ผมไปทำอะไรให้”
“เสียงน่ารักซะด้วย โทษทีนะ ดึงแรงไปหน่ย ปากแดงหมดเลย”นิ้วแกร่งลูบปากผมเบาๆ ผมรีบหันหน้าหนีสัมผัสที่น่ารังเกียจ
“ทุเรศ! วิปริตหรือไง ผมเป็นผู้ชายนะ!!”
“กูไม่รังแกผู้หญิงว่ะ เป็นผู้ชายน่ะดีแล้ว...มันส์กว่าตั้งเยอะ”คนบนตัวผมยังคงพูดตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี
“เร็วๆ เถอะมึง เดี๋ยวแบ็ตฯ กล้องกูหมด”เสียงเร่งที่มาจากปลายเท้าทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีคนอื่นอยู่
กล้อง...พวกมันจะถ่ายวีดีโองั้นเหรอ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับผมเนี่ย
“ปล่อย!! ช่วยด้วยยยย ใครก็ดะ!!”
“แหกปากทำไมวะ หนวกหู ทำเหมือนไม่เคยนะมึง”อีกครั้งแล้วสินะที่ผมต้องหยุดการกระทำตัวเอง
เพราะหมัดของคนด้านบนที่กระทบใบหน้า มันเจ็บจนชา ขณะที่ยังมึนๆ เพราะแรงหมัด
สัมผัสเปียกชื้นสัมผัสตามโครงหน้าและลำคอ ขาทั้งสองข้างถูกกางออกและนั่งทับไว้ แรงกดจูบซุกไซร้ตามใบหน้าอย่างหยาบโลน
ปากหนาที่กดจูบและขบกัดจนเจ็บ ฝ่ามือที่เคล้นคลึงตามเนื้อตัวไม่ได้ทำให้คล้อยตามได้เลย
“อึ๊!!”ผมหลุดเสียงร้องออกมาเพราะแรงขบกัดบริเวณยอดอก ดูท่าเสียงผมคงเป็นที่ถูกใจ
เพราะแทนที่จะหยุด มันกลับกระตุ้นผมด้วยวิธีเดิม แถมยังรุนแรงกว่าเก่า
“โอ้ย! เจ็บ ไอ้บ้า โรคจิตหรือไงวะ”เมื่อแรงเริ่มมี ผมก็ส่งเสียงร้องโวยวายอีกครั้ง
“หนวกหูชิบหาย มึงเอาผ้ายัดปากมันไว้เหมือนเดิมเถอะ”เสียงคนที่ปลายเท้าร้องบอก ผมหันหน้าหนีจากฝั่งที่คายผ้าออกไป
“อย่าเสียงดังสิวะ เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก”คนตรงหน้าพูดใกล้ๆ หู ปากไล้เลียใบหูดูดดึงสลับกับกัดเบาๆ
พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่นร้อนใส่ สะโพกบดเบียดพยายามกระตุ้นอารมณ์ผมเต็มที่
“อึ๊....อื้ออออ.....”ปากใครบางคนกำลังบดจูบผม ปลายลิ้นที่ลามเลียรอบปากจนชื้นแฉะ
ผมพยายามเม้มปากตัวเองไว้แน่น นิ้วมือจิกยอดอกจนเจ็บ ปากที่เผยอออกคลายความเจ็บถูกสอดแทรกด้วยปลายลิ้น
ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอย่างใจคิด มือหนักๆ ที่ทุบเข้าที่ท้องจนต้องอ้าปากออกอย่างเดิม
ความจุกแร่นขึ้นมาจนร่างกายแทบงองุ้ม หากไม่มีคนทับอยู่ด้านบนผมก็คงทำอย่างนั้นได้
“อื้มม....”เสียงครางหวิวจากด้านบนที่ถอนปากออกไป มือหยาบยังคงลูบไล้ไปทั่วตัว
นิ้วมือสะกิดยอดอกจนแข็งเป็นไต ร่างกายเริ่มตอบรับสัมผัสโดยธรรมชาติ ทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากตอบสนอง
“อ๊ะ! ไม่..อื้อออออ”ผมร้องหายไปเพราะมือใหญ่ที่ตะปบลงมาแรงจนเจ็บปาก
แก่นกายถูกกระตุ้นด้วยฝ่ามือของใครบางคน ไม่อยากคล้อยตามสัมผัสที่ช่ำชอง แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
ปลายลิ้นร้อนชื้นเปียกนุ่มไล้เลียตามซอกขาด้านใน
“.....อื้มมม...อึ๊...อื้อออออ...อื้ออออ”เคลิ้มไปกับสัมผัสได้ไม่นาน ปลายนิ้วเย็นๆ เยิ้มไปด้วยอะไรบางอย่างก็รุกเข้ามาทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อย่าเกร็งสิวะ”เสียงหงุดหงิดปนรำคาญ เมื่อทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเพราะร่างกายที่เกร็งต้านสัมผัสของผม
“...อึ๊!!”มือหนักๆ ทุบลงที่ท้องและขาข้างซ้ายจนปวดหนึบ ผ่อนคลายเพียงครู่เดียวก็กลายเป็นเปิดโอกาสให้รุกไล่เข้ามาจนสุด
นิ้วถูกสอดเพิ่มขึ้นพร้อมสัมผัสด้านหน้าที่ช่วยลดอาการเกร็ง นิ้วที่สอดเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกอึดอัด
สะโพกถูกยกขึ้นเพื่อสอดบางสิ่งเข้ามาหนุนให้สูงขึ้น
“สั่นเชียวนะมึง...สั้นหนีหนีสั้นสู้วะ”เสียงกลั้วหัวเราะดังจากปลายเท้า ตอนนี้ไม่รู้สึกถึงแรงกดทับอีกแล้ว
มันเจ็บเกิดกว่าจะขยับขาได้ เสียงร้องแหบแห้งจนไม่สามารถเอื้อนเอื่อยอะไรออกไป
“อย่าดิ้นน่า กูรู้น่าว่ามึงชอบ”
“อึ๊...อื้ออออ....อื้ออออ”ฝ่ามือที่คลายออกจากปากผมชั่วครู่ ถูกสลับกับมือใครบางคน
ความรู้สึกที่กำลังถูกรุกรานด้านหลังทำให้ตะกายหนี แต่ความเจ็บที่ได้รับมีมากกว่าจะขยับตัวไหว
ลิ้นชื้นของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เลียตามโครงหน้าอย่างหื่นกระหาย
“อึ๊....เชี่ย อย่าเกร็งสิวะ”
“อึ๊!!........อื้ออออ”เสียงตะโกนในลำคอมันคงไม่ดังพอให้พวกมันได้ยินสินะ ยิ่งขัดขืนก็ยิ่งได้รับการตอบกลับอย่างรุนแรง
กำปั้นหนักๆ กระแทกที่ชายโครงจนปวด ร่างกลายที่ผ่อนคลายถูกรุกสวนเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ส่วนอ่อนไหวเบื้องล่างแทบฉีกออกจากกัน แก่นกายที่สอดแทรกเข้ามาเร็วทำให้จุก ขาสองข้างสั่นเทิ้มเพราะความเจ็บและอึดอัด
ยิ่งขยับก็เหมือนเปิดโอกาสให้คนด้านบนแทรกกายเข้ามาได้มากขึ้น
“อื้อออ......ทำตัวดีๆ นะ จะได้ไม่เจ็บ”เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ข้างหู ริมฝีปากขบเบาๆ
ให้ความรู้สึกแปลกๆ จนต้องหันหนี ยอดอกทั้งสองข้างถูกมือใครบางคนหยอกล้อ
สลับกับริมฝีปากที่ขบกัดจนแสบไปหมดทั้งสองข้าง
“อ๊ะ...อื้อออ”เศษผ้าถูกยัดเข้ามาในปากเพื่อปิดกั้นเสียงร้อง ร่างด้านบนเริ่มขยับเข้าออกรุนแรง
มีเพียงเสียงครางจากรอบข้างให้ได้ยิน มือไม้หลายข้างปะป่ายตามเนื้อตัว สัมผัสคับแน่นด้านล่างทำให้ทรมาน
ของเหลวที่ไหลออกมาทำให้รู้ว่าบางอย่างฉีกขาด ความเจ็บเริ่มกลายเป็นความชา เสียงครวญครางดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
เศษผ้าในปากถูกดึงออกพร้อมใครบางคนที่ประกบจูบจนหายใจแทบไม่ทัน ปลายลิ้นสัมผัสหยอกเย้ากระตุ้นให้คล้อยตาม
แต่...มันไม่ง่ายเลย ผมไม่มีอารมณ์ร่วมสักนิด
“ทำดีๆ นะมึง ถ้ากัดกูเอามึงตายแน่”เสียงหอบกระเส่าพูดแนบริมฝีปากที่เพิ่งถอนออกไป
ผมไม่เข้าใจความหมายเท่าไหร่ แต่เงาร่างใครบางคนยืนคล่อมหน้าผม...นั่นแหล่ะถึงทำให้รู้สิ่งที่มันต้องการ
ผมพยายามเบี่ยงหน้าหนีและเม้มปากแน่น
เพี๊ยะ!!
“อ้าปากสิวะ อย่าให้กูใช้กำลังนักเลย กูไม่ถนัดนักหรอก”เสียงเหี้ยมที่มาพร้อมฝ่ามือ ทันทีที่พูดจบมันก็บีบคางผมแน่น ผมอ้าปากออกอย่าเลี่ยงไม่ได้
“....อื้ม...นั่นล่ะ”เสียงพึงพอใจกับสิ่งที่มันพยายามยัดเยียดเข้ามาในปากทำเอาอยากสำรอก
ปลายนิ้วจิกผมขึ้นมาและพยายามขยับเป็นจังหวะ แก่นกายร้อนในปากล่วงล้ำเข้าลึกจนสุดคอ
เสียงร้องห้ามไม่เป็นผลกับพวกมัน เบื้องล่างยังคงถูกกระแทกกระทั้นรัวเร็วมากขึ้น
ขณะที่ด้านบนก็ยังขยับกายเข้าออก ส่งเสียงครวญครางไม่ขาดปาก หยาดน้ำคาวๆ ไหลลงคอมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่เสียงครางของพวกมันดังขึ้นจนแยกเสียงใครไม่ออก
“อ๊ะ...อาาา.....อาาาาาา”หยาดรักมากมายไหลที่ออกมาพร้อมเสียงครางสุดท้ายทำให้ผมสำลัก
อยากอาเจียนแต่ก็ไม่มีอะไรออกมา แรงเสียดสีด้านล่างยิ่งเพิ่มหนักกว่าเดิมเมื่อไม่มีคนอื่นอยู่บนร่างผม
ฝ่ามือหยาบจับสะโพกพร้อมขยับกายสอดแทรกเร็วและแรงขึ้น
“อาาาาา....อาาาซ์”เสียงทุ้มดังแนบหู พร้อมแรงกอดรัดที่สะโพก ภายในช่องทางด้านหลังอุ่นร้อนด้วยของเหลวที่ถูกปล่อยด้านใน
ขณะที่ได้ยินเสียงพวกมันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหอบ....น้ำตาผมรินไหลไม่ขาดสาย....ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น
ทำไมผมต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดนใครก็ไม่รู้ลากมาข่มขืนอย่างทารุณ...บอกผมที...ผมทำผิดอะไร
ปล.  เป็นกะลังใจให้เค้าด้วยนะ  จะพยายามมาต่อทุกวัน
เอาตอนต่อไปมาลงให้แล้วนะคับ 
ตอนที่ 2
ร่างกายที่หนักอึ้งทำให้ขยับตัวได้ไม่สะดวก ไอแดดจากด้านนอกส่องเข้ามากระทบผิวหน้า ทำให้รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้า ผ้าทึบยังคงถูกคาดปิดตา มือข้างขวาถูกล็อคด้วยกุญแจมืออยู่กับหัวเตียง ส่วนมืออีกข้าง....เป็นอิสระ ผ้าผืนใหญ่คลุมร่างกายเปลือยเปล่าถึงหน้าอก ลำคอแห้งผาก รู้สึกถึงไอร้อนจากตัว แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มันจะดีกว่านี้...ถ้าไม่มีกลิ่นคาวเลือดและหยาดรักที่เปรอะเปื้อนบนตัวผม
“หึหึหึ”ผมส่งเสียงหัวเราะเยาะโชคชะตาตัวเองเบาๆ ทำอะไรเอาไว้ถึงได้มาเจอไอ้พวกนี้.....มันทำอย่างนี้เพื่อความสนุกงั้นเหรอ...หรือเงิน....แล้วเมื่อไหร่ผมจะเป็นอิสระ....เมื่อไหร่จะหลุดไปจากที่นี่ได้
“หัวเราะอะไรวะ....บ้าไปแล้วเหรอมึง”เสียงทุ้มดังจากมุมห้อง ผมลืมไปเสียสนิทว่ามือข้างหนึ่งเป็นอิสระแล้ว ผมรีบยกขึ้นมาเพื่อแก้ปมผ้าด้านหลังออก
“โอ้ย!!”เพียงแค่แตะถูกปมผ้า มือก็โดนกระชากแรงจนเจ็บ รอยแผลรอบๆ ข้อมือจากเชือกที่มัดเมื่อวานยังคงความแสบอยู่มาก และยังอีกข้างที่เสียดสีกับโลหะเย็นๆ ตลอดยิ่งรู้สึกเจ็บจนชา
“อย่าแกะผ้าออก ถ้ามึงยังอยากออกไปจากที่นี่ ไม่งั้น....มึงได้อยู่จนตายแน่ แต่กว่าจะตาย...คงทรมานกว่าเมื่อวานหลายเท่า”คนพูดต้องการอะไร ในเมื่อไม่อยากให้ผมใช้มือนี้ทำสิ่งที่ผมต้องการ แล้วจะให้อิสระกับมันทำไม จะล็อคผมทั้งสองมือเลยก็ได้นี่ พวกมันต้องการเล่นสนุกอะไรอีก
“กินข้าวซะ”มือหนาดึงผมให้ลุกขึ้นนั่ง เพียงแค่ขยับก็เจ็บร้าวไปทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะด้านหลังที่เจ็บแสบจนต้องกลั้นใจเวลาขยับตัว กล่องโฟมถูกยื่นมาวางไว้บนตัก พร้อมกับช้อนที่ยัดใส่มือผม...นี่สินะ...ที่ทำให้มือผมเป็นอิสระ....เพื่อไว้ช่วยเหลือตัวเองแบบนี้นี่เอง
ตุบ!!
“กูนึกแล้ว...ดีนะไม่เอาใส่จานมา”น้ำเสียงหงุดหงิดเมื่อผมโยนกล่องข้าวในมือออกไปด้านข้าง ไม่สนใจว่ามันจะตกตรงไหน แต่...ผมไม่ยอมกินเด็ดขาด
“ทำไม”เพียงสิ่งเดียวที่อยากรู้ และอยากได้คำตอบ
“หือ...ทำไมถึงจับมึงมาน่ะเหรอ”เสียงคนถูกถาม ถามย้อนกลับอย่างสบายอารมณ์
“ทำไม”
“ก็แล้วมึงไปก่อเรื่องอะไรไว้ล่ะ หรือว่าเที่ยวหลอกลวงเขาไปทั่ว เลยจำไม่ได้ว่ามีโจทก์กี่คน หน้าอ่อนๆ อย่างนี้ไม่น่าแส่หาตีนเลยว่ะ”
“ผม..ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ถ้าทำอะไรใครไว้ก็เคลียร์กันดีๆ สิ ไม่ใช่ใช้วิธีหมาลอบกัด!!”คำพูดแต่ละคำที่ออกมาแทบจะต้องเค้นเสียงทั้งหมด ไม่ใช่ว่าไม่กลัว แต่เพราะความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ทำให้กล้าพูดออกมา ผมจะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะเจ็บมากกว่าเดิมก็ไม่สนแล้ว เพราะผมคงไม่เจ็บไปมากกว่านี้ได้อีก
“เก็บปากเก็บคำไว้หน่อยเถอะมึง อยากตายเร็วหรือไงวะ”
“ดักตีหัวคนอื่นข้างหลัง แถมยังรังแกคนไม่มีทางสู้ ไม่ให้เรียกหมาลอบกัดจะให้เรียกว่าอะไร ทั้งลอบกัด ทั้งหมาหมู่....ขี้ขลาด”
เพี๊ยะ!!!
“หึ....พวกป่าเถื่อน ดีแต่ใช้กำลัง ฟังสิ่งที่ตัวเองทำกับคนอื่นไม่ได้หรือไง....วิปริต”ผมจำเสียงคนพูดได้ดี คนที่รุกล้ำเข้ามาในร่างกายผม คนที่สร้างบาดแผลให้ผมมากกว่าคนอื่น
“อึ๊...อื้อออออ”ท้ายทอยถูกล็อคแน่นพร้อมริมฝีปากที่บดจูบ และขบกัดปากล่างแรงจนได้เลือด บาดแผลจากเมื่อวานยังไม่หาย เจ็บเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป
“อย่ายั่วให้กูโมโหนักเลยน่า มึงจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้รึไง....ว่าคนอื่นวิปริต...แล้วคนที่นอนอ้าขาร้องครวญครางจนเสร็จน่ะ....เขาเรียกว่าอะไร”คำพูดตอกย้ำความอับอายของตัวเอง ถึงจะเจ็บและทรมาน แต่ร่างกายกลับตอบสนองการกระทำที่อีกฝ่ายมอบให้ ฝ่ามือที่ปรนเปรอจนถึงขีดสุดแห่งอารมณ์....ความทรงจำเรื่องนั้นยังชัดเจน...และเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้นึกรังเกียจตัวเองที่เผลอไผลกับแรงอารมณ์
“เถียงไม่ออกเลยหรือไง....มึงก็ชอบแท้ๆ ถ้ายอมดีๆ ก็ไม่เจ็บแล้ว”
“...ยอมดีๆ...ไม่ได้วิปริตแบบนายนี่...จะได้ยอมอ้าขาให้ผู้ชายน่ะ”
“ปากดีอีกแล้วนะมึง หน้าสวยๆ ช้ำหมด หน้าอย่างนี้คงผ่านมาเยอะล่ะสิไม่ว่า แต่หวังว่ามึงจะไม่เป็นโรคอะไรนะ เมื่อคืนกูลืมใส่ถุงด้วย ไม่คิดว่าจะฟิตแบบนี้ ดูแลตัวเองดีเหมือนกันนี่หว่า”
“คนมันต่ำก็คิดแต่เรื่องต่ำๆ เท่านั้นแหล่ะ หรือเกลือกกลั้วกับเรื่องพวกนี้มากจนแยกแยะไม่ออก”คำประนามที่มีให้ยังไม่เท่าความเจ็บที่ผมได้รับ นอกจากการกระทำที่โหดร้าย ผมยังต้องถูกกล่าวหาว่ามั่วผู้ชายอีกเหรอ มันแยกไม่ออกหรือไง ว่าผ่านมาแล้ว...กับครั้งแรกน่ะ...ต่างกันยังไง
“......หมายความว่าไง....ก็ไหน......เหี้ยแล้ว”มันพูดเหมือนไม่มั่นใจ ก่อนจะถอยห่างจากผมและได้ยินเสียงเปิดปิดประตู เสียงโหวกเหวกด้านนอกดังขึ้นทันที คำพูดมันทำให้ผมพอจะเดาออกว่า...ถ้าไม่จับตัวมาผิด..ก็เข้าใจผิด....บอกแล้ว...ผมมันตัวซวยจริงๆ...นำความซวยมาให้ตัวเองตลอด
ผมยกมือแตะที่ปมผ้าด้านหลัง หากผมแกะผ้านี้ออก...ผมอาจหาทางหนีไปจากที่นี่ได้ หรือไม่ก็จำหน้าพวกมันเพื่อไปแจ้งความทีหลัง...แจ้งความ....อา...นี่สิปัญหา จะให้ผมเล่ารายละเอียดความอัปยศที่เกิดขึ้นงั้นเหรอ แล้วยังเรื่องที่มันถ่ายวีดีโอเอาไว้อีก ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงที่โดนข่มขืนถึงไม่กล้าไปแจ้งความ
“ข้าวกล่องใหม่ กินดีๆ นะมึง ไม่งั้นได้เจ็บหนักกว่าเมื่อวานแน่”เสียงเปิดประตูพร้อมกล่องข้าวที่โยนมาไว้ใกล้มือ น้ำเสียงที่ต่างออกไปทำให้รู้ว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่คนเดิม
“เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไร”
“......อยากเข้าห้องน้ำ”ผมกลั้นใจบอกไป ไม่แน่ใจว่าคำขอเพียงอย่างเดียวจะได้รับการตอบสนองหรือเปล่า แต่...ก็ลองเสี่ยงดู เขาเดินมาใกล้ๆ ผมแล้วไขกุญแจมือที่ล็อคหัวเตียง มาล็อคมือผมไว้ด้วยกัน แขนแกร่งดึงผมให้ลุกจากที่นอน การขยับตัวเพียงนิดเดียวก็ปวดร้าวไปหมด ผ้าห่มที่คลุมกายเลื่อนหลุดไปทำให้รู้สึกเย็นวาบเพราะร่างกายที่เปลือยเปล่า
“ขอกางเกงได้มั้ย”การร้องขอครั้งแรกได้รับการตอบรับ ทำให้ผมกล้าที่จะเรียกร้องมากขึ้น
“.....อ่ะนี่ ผ้าเช็ดตัว เอาพันไว้ก่อน”ผ้าผืนนุ่มถูกยัดใส่มือ ผมกำผ้าไว้นิ่ง มือที่ถูกล็อคไว้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างที่ต้องการ
“......รอนี่ก่อน”ท่าทางเขาจะรู้ว่าผมไม่สามารถพันผ้าด้วยตัวเองได้ เขาผละห่างจากผมไปเพียงครู่ก็กลับมายืนใกล้ผมใหม่
“นี่กางเกง”กางเกงขาสั้นถูกยัดใส่มือ ผมทิ้งผ้าเช็ดตัวลงบนพื้น ค่อยๆ ก้าวขาสอดเข้าไปในกางเกงอย่างยากลำบาก ความปวดร้าวมีมากกว่าจะทรงตัวไหว ยังดีที่คนตรงหน้าจับแขนผมเอาไว้
“.....ขอบใจ”
“อืม”มือที่จับแขนผมไว้บีบแรงมากขึ้นเพื่อรับน้ำหนักตัวผม การเดินจากเตียงไปห้องน้ำใช้เวลาไม่นาน แต่เจ็บแทบตาย พอเข้ามาด้านใน คนที่จับผมไว้ก็ปล่อยให้ผมทำธุระเพียงลำพัง เขาถอยออกไปยืนด้านนอก แต่ไม่ปิดประตูให้ ผมพยายามคลำหาผ้าสักผืนในนี้ แล้วก็มีผ้าผืนเล็กๆ ว่างใกล้ๆ อ่างล้างหน้า เอาผ้ามาชุบน้ำแล้วเช็ดตามเนื้อตัวจนรู้สึกว่าสะอาดขึ้น ช่องทางด้านหลังแสบและรู้สึกเหมือนมีเลือดซึมอยู่ตลอด ผมกัดฟันอดทนต่อเจ็บและแสบเพื่อทำความสะอาดเท่าที่ทำได้ พอแต่งตัวเรียบร้อยก็คลำหาประตูและเดินออกมาด้านนอก ขาผมสั่นแทบยืนไม่ไหว มือแกร่งคว้าเอวผมไว้ก่อนที่จะทรุดลงไปกองบนพื

หน้า: [1] 2 3 ... 10