Man-Ta` Live Novels Platform v.2.2

Sorrow เขียน
P ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่อย่างถูกต้องจากผู้แต่งแล้ว
อ้างจาก: บทบรรณาธิการ
อ้างจาก: คำวิจารณ์จากผู้อ่าน
ชอบมากๆ เลยอ่ะครับ เรื่องนี้เขียนได้เนียนดีจัง แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องแต่ง
JmAc

เรื่องนี้อ่านแล้ว...ถึงใจดีอ่ะ ไม่รู้เพราะอาไร อาจจะเพราะมันสมจิงก็ได้มั้ง
dod_2548

ผมชักหลงรัก เรื่องนี้แล้วสิครับ แบบว่า น่ารักสุดๆ เลยอ่ะ
" R-u-k-a-v-A "

c
บทที่ 1
ขายน้ำ = ขายบริการ...
คำว่า
น้ำ ในที่นี้หมายถึง
น้ำ... นั่นเองฮะ ...พูดตรงไปเป่าเนี่ย?
มาต่อดีกว่า ขอบคุณทุก comment อีกเช่นเคยฮะ
ค้างกานมากมาย กริกริ
รีบมาต่อให้อย่างรุนแรง
มา post ตอนตี 4 =_="
ตอนที่ 7
ฝันไปหรือเปล่า - 23 พ.ย. 2549
เงาหนึ่งหยุดยืนข้างหน้าผม รองเท้าคู่นั้น....ผมฝันไปใช่มั๊ย
รองเท้านี้ผมจำได้ชัดเจนแต่ไม่กล้าเงยหน้า
"ต้น...."
กริชยืนอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ อยากลุกขึ้นกอดเขาแต่ทำไม่ได้
ความเงียบของเด็กหนุ่มสองคน คนนึงยืนทื่อ อีกคนนั่งก้มหน้า ระยะห่างแค่เอื้อมแต่มีคำพูดอันเงียบเชียบมากมายกั้นอยู่
เขาคงโกรธที่ผมไม่โทรหา เขาโกรธผมแน่ๆในวินาทีที่ใจผมเริ่มชอบเขา ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอรับคำด่าแต่กริชมองผมด้วยแววตาที่อบอุ่น
"ทำไมมานั่งที่นี่ล่ะ"
"เราเผลออาบน้ำ...แล้วเบอร์มัน..ก็..." ชิบหายทำไมบ่อน้ำตาตรูจะแตก คอตีบตันจนเจ็บไปหมด
ผมก้มหน้านิ่งปรับอารมณ์ให้สงบอยู่นาน กริชไม่พูดอะไรแต่ทรุดลงนั่งข้างผม ไม่แตะต้องผมสักนิดเหมือนเข้าใจว่าผมกำลังกดน้ำตาไว้
"พี่ไม่โกรธหรอก"
"จริงๆ นะ"
"จริงดิ จะหลอกทำไม" เขาขยี้หัวผมเบาๆ เหมือนพี่ชายกับน้องชาย
"แล้วทานอะไรรึยังเนี่ย" ผมส่ายหัวเบาๆ แทนคำตอบ ตลอดวันนี้ผมคิดถึงแต่เรื่องเมื่อคืน
"ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืนนอกจากเหล้ากับ...."
"กับอะไร?"
"กับน้ำอะไรสักอย่างอะเดะ" กริชหน้าแดงทันที แดงไปถึงหูเลยครับ ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่แบบนี้ต้องแกล้งอีก
"อยากรู้มะน้ำอะรายยย"
"บ้า ไม่อยากรู้ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"เราขอโทษจริงๆนะ อย่าโกรธเรานะกริช"
"ไม่เคยโกรธเลย ผมเป็นห่วงว่านายเป็นอะไรไปตะหาก" เขาอมยิ้มอายๆ "ไปหาอะไรกินกันดีกว่า"
ตลอดทางผมกุมมือเขาไว้ กลัวเขาจะหายไป ผมไม่อยากสูญเสียอีกแล้ว
กริชพาผมขึ้นรถไฟฟ้าไปมาบุญครอง นึกว่าจะกินฟาสฟูดตามประสาเด็กม.ปลายแต่กริชพาผมเข้าซีสเล่อร์แทน
ผมเคยเข้าครั้งเดียวสมัยวันเกิดเพื่อน จำได้ว่าแพงมากเลยให้เขาสั่ง ...กริชรวยจังวุ้ย...
วันนี้เขาไม่ค่อยมือซนเหมือนเมื่อคืนคงกลัวจะเจอคนรู้จักที่นี่ซึ่งผมก็คิดแบบเดียวกันเลยรีบทานให้เสร็จจะได้ไปที่อื่น
พอเดินออกจากร้านจะลงมาชั้นล่างผมเห็นนาฬิกาดีเซลวางขายในตู้โชว์ ถ้าได้ไอ้นี่พี่ชายจะได้ไม่ถามผมอีก ทรงมันเท่จริงๆเลยน้า
ผมจ้องจนหน้าแทบแนบตู้
"ชอบเหรอ"
"เปล่า ทรงมันตลกดี"
ก่อนจะออกประตูห้างกริชบอกขอไปเข้าห้องน้ำแปปนึง ผมเย้าเขา"หนักหรือเบาอะจะได้กะเวลารอถูก"
"หนัก รอนานหน่อยนะอย่าหายไปไหนล่ะ" กริชทำหน้าทะเล้นแล้ววิ่งพรวดไปเลย
..
..
..
ผมนั่งรอเขาหน้าห้าง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนี้เขากับผมจะไปไหนรู้แต่ว่าผมอยากอยู่กับเขาให้นานที่สุด
แล้วเขารักผมหรือเปล่าหรือแค่ควง 'เด็กขายน้ำตัวปลอม' คนนี้เล่นๆ
"รอนานมั๊ยต้น"
"ไม่นานหรอก ล้างมือยังล่ะ"
"เออยังเลย" กริชตอบพลางเอามือป้ายริมฝีปากผม
"เฮ้ย! เล่นบ้าๆ" เขาขำใหญ่ที่แกล้งผมคืนสำเร็จ
"แล้วคืนนี้...เราไปไหนกันดี"
ผมกระทุ้งเบาๆไปที "กริชตานายแววเยิ้มแล้ว คิดเรื่องลามกอะเดะ" ใจจริงผมพร้อมจะ 'ยอม' เขาทุกอย่างแต่พรุ่งนี้วันจันทร์น่ะสิ
"อืมก็คิดลามกจริงๆอะ"
"ไม่ได้หรอกพรุ่งนี้เราเรียน....ไม่ใช่ๆ! หมายถึงนายต้องเรียนไม่ใช่เหรอ"
"ไหวน่า" กริชกอดผมหน้าห้างเลย "นะๆๆ"
ข้อดีอย่างนึงของผู้ชายคือเล่นถึงเนื้อถึงตัวได้โดยไม่มีใครสงสัยแต่มันเริ่มประเจิดประเจ้อแบบนี้ผมกลัวคนมาเห็นเลยรีบๆตกลง
แล้วเราก็ขึ้นแท๊กซี่....ไปบ้านของเขา
"วันนี้ก็อยู่คนเดียวอีกเหรอ"
สีหน้าของกริชเปลี่ยนไปเล็กน้อย "อืม" เขาตอบสั้นๆ ....ผมไม่ควรถามเขาเรื่องนี้อีก
พอขึ้นรถแท๊กซี่กริชก็ยังนิ่งๆ ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
"กริช เราถามอะไรสักอย่างสิ"
"อะไรเหรอ"
"ทำไมนายถึงมาเจอเราที่นั่นได้อีกล่ะ"
"ผมก็ไล่หาตั้งแต่ร้านเหล้าเมื่อคืนมาถึงร้านแมคที่โรบินสันจนมาเจอต้นตรงนั้นแหละ"
.....ผมอึ้งไปเลย กริชตามหาผมขนาดนั้นจริงเหรอเนี่ย?
"ทำไมล่ะครับ เราสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ"
เขากุมมือผมแทนคำตอบแต่กลับมองไปนอกกระจกรถ ....ดูเหมือนคำว่า 'สำคัญ' จะเป็นคำต้องห้ามสำหรับเขา
เมื่อคืนตอนที่เขาปล้ำผมบนโซฟาผมพูดอะไรสักอย่างเขาก็มีสีหน้าแบบนี้เหมือนกัน ......"ไม่ได้นะ ขอร้องล่ะ" ประโยคนี้สินะ
......ผมไม่คิดจะถามเหตุผล แค่หลีกเลี่ยงคำพวกนี้คงพอแล้ว ผมดึงมือเขามาโอบไหล่ไว้กริชสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นทันที
เหตุผลไม่สำคัญ ขอแค่ทำให้เขามีความสุขได้ก็พอ
ขอบคุณทุก comment นะฮะ
ตอนที่ 9
หลอกลวง - 23 พ.ย. 2549
"เป็นแฟนพี่นะ"
"แต่เราไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะครับกริช" ผมผลักเขาออกเบาๆ กริชจ้องผมในชุดนักเรียนม.4
"เฮ้ย!!!!!"
"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!"
..
..
ผมสะดุ้งตื่น ฝันร้ายชัดๆ ใจยังเต้นระส่ำอยู่เลย
ตอนนี้ตีห้ากว่าๆแล้ว ผมรีบอาบน้ำแต่งชุดนักเรียนจนพี่ชายงงว่าไก่บินได้เหรอวะไอ้น้องชายจอมขี้เซามันตื่นเช้าขนาดนี้ พี่คงสังเกตเห็นนาฬิกาที่ข้อมือผมแล้วแต่ผมรีบพรวดพราดออกจากบ้านก่อนพี่จะทันพูดอะไร
ผมกลัวเจอกริชที่โรงเรียนแต่ทนไม่ไหวแล้ว ผมอยากอยู่ใกล้เขา ต้องรีบทำตามแผนให้เสร็จก่อนเข้าโรงเรียน เป้าหมายคือตลาดสดใกล้บ้าน เรื่องแรกคือตัดผมให้สั้นลงอีกนิดเผื่อกริชเจอผมจริงๆจะได้จำไม่ได้ จากนั้นก็แวะร้านแว่นตาแผงลอยริมฟุตบาทเลือกอันที่ใส่แล้วหน้าเปลี่ยนที่สุดเท่าที่จะหาได้ แว่นแผงลอยแบบนี้ไม่ดีต่อสายตาครับ ใส่แล้วสายตาอาจเบี้ยวยิ่งกว่าเดิมแต่ตอนนี้ขอแก้ขัดไปก่อน
จะเจ็ดโมงแล้วต้องรีบไปโรงเรียนแต่แว่นเจ้ากรรมมันทำสายตาผมหลอนๆ เหมือนพื้นอยู่ลึกกว่าความเป็นจริง นึกขำตัวเองทำเหมือนซุปเปอร์แมนต้องใส่แว่นปลอมตัว
"เฮ้ย! อันตราย!!!!"
ใครไม่รู้กระชากแขนผมก่อนรถเก๋งจะแล่นเฉียดผมไปนิดเดียว
"ขะ..ขอบคุณครับ"
คนที่ช่วยชีวิตผมไว้เป็นเด็กโรงเรียนเดียวกับผม รู้สึกจะอยู่ชั้นม.สี่เหมือนกันแต่ไม่รู้จักชื่อไม่คุ้นหน้าด้วย
"เป็นไรน่ะจะเดินให้รถชน?"
"ขอบใจนายมากนะ พอดีเพิ่งใส่แว่นน่ะ"
เขาโบกมือเรียกแท๊กซี่ "ไปโรงเรียน...xxxxxx...นะ"
"เอ้าขึ้นมาดิ" เขาฉุดผมขึ้นรถ ใจดีจังวุ้ย
"นายจ่ายนะ" มันพูดหน้าตายเลยครับ
"อ้าวเฮ้ย!"
"เราช่วยนาย นายก็ช่วยเราหน่อยดินะๆ ไปสายอีกทีเราโดนตัดคะแนนความประพฤติแน่"
พอถึงหน้าโรงเรียนไอ้หมอนั่นก็วิ่งแจ้นเข้าโรงเรียนทันที
"รีบวิ่งเร็ว! เขาเข้าแถวแล้ววววว"
ผมจ่ายตังแล้ววิ่งตามไปทันที ไอ้แว่นบ้านี่ทำให้ยิ่งวิ่งช้าไปอีกแต่ก็ทันเข้าแถวพอดีครับ พอเคารพธงชาติเสร็จก็ต้องนั่งกับพื้นสนามร้อนๆ ฟังอาจารย์เทศนาประจำวัน ผมหลุบหน้าพลางเหลือบมองไปรอบๆ จะเจอกริชไหมวะ? อยากเห็นเขาแต่ไม่อยากให้เขาเห็นผม
"มรึงทำอะไรวะ? หลุกหลิกยังกะหนีใครมา อ้าวแล้วใส่แว่นทำไม?"
ไอ้เม้งถามด้วยความสงสัยท่าทางหลุกหลิกของผม เม้งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมเพราะอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ม.สอง
เวลาเข้าแถวหน้าเสาธงเราจะนั่งติดกันเสมอ อย่างวันนี้มันเห็นผมมาสายแน่ๆมันก็มานั่งรอท้ายแถว
"เปล่า กรูเกือบมาสาย กลัวอาจารย์ปกครองเรียก"
"แล้วแว่นนั่นล่ะ มรึงสายตาปกตินี่หว่าจะใส่ให้ตาเขทำไมวะ?"
"กรูอยากเปลี่ยนลุค หล่อขึ้นมั๊ย?"
"มรึงก็หล่อเหมือนเดิมแหละ.......หล่อน้อยยังไงก็ยังงั้น"
"อ้าวอ้ายเวง" ผมจี้เอวมันแก้แค้นมันบ้าจี้ครับร้องลั่น อาจารย์หันมาดุเราเลยก้มหน้าต่อ
..
..
"ไอ้ต้น"
"อะไรวะ?"
"รอยตรงคอมรึงอะ"
รอย!? ผมสะดุ้งเอามือปิดคอ
เม้งยื่นหน้ามากระซิบ "เมื่อคืนมรึงมี xxx กับใครมาเหรอวะ?"
"อ้ายเจี้ย นี่มันยุงกัด"
"ไม่เห็นเป็นตุ่ม"
..
..
"ไอ้ต้น ถ้ามรึงมีแฟนต้องบอกกรูคนแรกนะเว้ย"
"เออ กรูจะบอกถ้ากรูมั่นใจ"
"ตกลงจริงดิ?"
"อืม....แต่ตอนนี้ขอยังไม่บอกอะไรนะ"
เม้งเป็นเพื่อนที่รู้ใจผมที่สุด มันเดาออกว่าผมไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกจึงเงียบไป
ช่วงพักเที่ยงผมต้องรีบทานข้าวให้เสร็จแล้วกลับเข้าห้องประจำทันที แต่ห้องผมมันอยู่คนละฟากโรงเรียนจากโรงอาหารเลยเดินไปก็หวาดๆ กริชอาจอยู่ตรงไหนของโรงเรียนก็ได้ผมต้องหาเขาให้เจอก่อนจะได้คิดหาทางหลบ แล้วจะหายังไงละวะ?
หนังสือรุ่นไง! ในห้องสมุดมีทุกเล่มนี่หว่า
ผมเปลี่ยนแผนตรงเข้าห้องสมุด หนังสือรุ่นเก็บอยู่ในห้องหนังสืออ้างอิงจึงยืมกลับบ้านไม่ได้แต่ก็ดีตรงที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามา ผมไม่ต้องระแวงจะเจอกริชที่นี่
เริ่มจากเล่มล่าสุดของปีที่แล้ว (เพราะของปีนี้ยังไม่ทำ[/img]
เล่มนี้ผมอยู่ม.3 กริชก็น่าจะอยู่ม.4 หรือม.5 แต่หนังสือรุ่นทุกเล่มเขาเน้นถ่ายแค่เด็กม.6 ที่กำลังจะเรียนจบ ชั้นม.อื่นจึงลงแค่รูปหมู่ขาวดำเล็กๆ เห็นหน้าไม่ชัด กริชจะชื่อจริงว่ายังไงหว่า คมกริช, กฤษณะ หรือสันสกฤต แต่ชื่อเล่นเขาอาจไม่ได้มาจากชื่อจริงก็ได้ รู้งี้วันนั้นดูชื่อเขาในใบขับขี่ก็ดีน่ะสิ ตอนนี้ต้องเดาทั้งหน้าทั้งชื่อ
"อ่านหนังสือรุ่นสนุกตรงไหนเหรอ?" เสียงคุ้นๆโผล่มาข้างโต๊ะ ไอ้คนเมื่อเช้านี้เอง
"อ้าวนายเองเหรอ"
"จำเราได้ด้วยเหรอ นั่งด้วยดิ" มันนั่งข้างผมแบบไม่รอคำตอบ
"มีอะไรอ่ะ?"
"เปล่า แวะมาถามว่าคิดไงถึงเดินให้รถชน"
"ไม่ได้ตั้งใจว้อย บอกแล้วเพิ่งใส่แว่นแล้วมันหลอนๆ"
"แต่ก่อนไม่ใส่นิ?"
"สายตาสั้นฉุกเฉินอะ ข้องใจมะ?"
...ว่าแต่มันรู้ได้ไงว่าแต่ก่อนผมไม่ใส่แว่น แล้วทำไมใครๆยุ่งกับแว่นนี่จัง มันดูไม่เป็นธรรมชาติขนาดนั้นเลยรึ
"รอรถแถวนั้นประจำเหรอ? ไม่เคยเห็น"
"เมื่อเช้าเรามีธุระแถวนั้นแต่ปกติเราไปอีกทางน่ะ"
ผมสังเกตเห็นเขาหน้าจ๋อยลงไปนิดนึง "เหรอ...งั้น...เราไปละใกล้หมดพักเที่ยงแล้ว นายก็รีบกลับล่ะ"
"อืม ขอบใจนะ" คนอะไรวะคุยกับคนที่ไม่เคยรู้จักได้เป็นวรรคเป็นเวร
"อ้อ นายถอดนาฬิกาเถอะ ของแพงๆแบบนั้นมันเตะตา'จารย์ปกครอง"
เขายิ้มกว้างแล้วเดินออกจากห้องสมุดไป เออวุ้ย! นี่ผมยังใส่นาฬิกาที่กริชให้อยู่เลยนี่นา! ผมรีบถอดเก็บใส่กระเป๋ากางเกง เขาคงไม่สังเกตเห็นมันนะ
ตอนที่ 10
เจอ - 23 พ.ย. 2549
ตกเย็นผมเข้าห้องสมุดอีกครั้ง หาในกลุ่มม.4 จนครบยังไม่เห็นใครคล้ายสักคน มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมวะแต่ต้องเป็นวิธีที่ปลอดภัยว่าผมจะไม่เป็นฝ่ายถูกกริชเจอซะเอง ...บอลกับวิ่งแข่ง... กีฬาสองอย่างที่เขาเล่นจะพอเป็นเบาะแสได้มั๊ย แล้วทำไมเขาถึงไม่เป็นนักกีฬาล่ะ? โรงเรียนนี้นักกีฬาน้อย ใครเล่นกีฬาไหนเป็นต้องโดนจับลงเป็นนักกีฬาตัวจริงทุกรายนี่หว่า กริชออกจะบึ้กขนาดนั้น ที่แน่ๆการไปเดินโทงๆที่สนามไม่ใช่ความคิดที่ดี ผมจะถูกกริชเห็นซะก่อนถึงจะมีแว่นช่วยก็ยังไม่ไว้ใจ
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เย็นป่านนี้นักเรียนคงหายไปเยอะแล้วไปเล่นบาสตอนนี้น่าจะปลอดภัย ผมหยิบรองเท้าออกจากช่องและก้มลงยัดเท้าให้เข้าที่ (ห้องสมุดห้ามใส่รองเท้าเข้าครับ จะมีล็อกเกอร์ให้เก็บรองเท้าหน้าห้อง[/img]
หรือเขาไม่ได้เรียนที่นี่? เสื้อในตู้อาจเป็นของคนอื่นในบ้าน คิดแบบนี้แล้ว...กริชคงไม่ได้อยู่ที่นี่....ถ้าเป็นแบบนั้น....ใจผมบีบคั้นจนเจ็บ ผมโล่งใจหรือเสียใจกันแน่ ทำไมน้ำตามันเอ่อขึ้นมาวะ...ทำไม...
"เออแล้วไอ้ไก่มันจะทำไหม?"
"ยังไม่แน่เลย กรูว่ามรึงหาคนอื่นเหอะรอไอ้ไก่แบบนี้งานล่มพอดี"
......เสียงนั่น......
"มันเชี่ยวที่สุดนี่หว่า อีกสามเดือนจะเริ่มแล้ว"
เสียงที่อยู่ข้างหลังผม ไม่ได้หูฝาดแน่ๆ เสียงของกริช! ผมจำได้ขึ้นใจ เสียงที่บอกรักผม ไม่มีทางเป็นคนอื่นอีก!
รีบหนีสิโว้ย!!! เขาอยู่ด้านไหนกันล่ะ ซ้ายหรือขวา!?
คนสองคนยืนคุยกันอยู่ข้างหลัง ถ้าหันผิดทางมีหวังเจอะเขาเต็มๆ แน่!
"กรูขี้เกียจหาช่องว่ะ กรูฝากช่องเดียวกับมรึงได้ไหม?"
"ไม่เอาโว้ยรองเท้ากรูเปื้อนหมด"
....หนีสิวะ! แต่ขาขยับไม่ออก....
"ขอโทษครับน้อง พี่ขอเก็บรองเท้าหน่อยนะ?"
คงไม่ได้พูดกับกรูนะ แต่คนที่นั่งยองๆบังช่องก็มีแต่ผมคนเดียว
"น้องครับ"
ช่องอื่นเยอะแยะมรึงจะมาแจ๊กพ็อตแตกอะไรตรงนี้ว้า!!!! ถ้าซื้อหวยกรูคงได้รางวัลที่หนึ่งแน่ๆ เฮ้ย! ไม่ใช่เวลาปล่อยมุขตลก หาทางหนีเข้าสิ!!!
ตอนที่ 11
รอด? ไม่รอด? - 23 พ.ย. 2549
"กริช!!" เสียงใครสักคนตะโกนทักเขา
"เอ้อ! ไอ้ไก่ พวกกรูกำลังหามรึงพอดีเลย"
ได้โอกาสละวุ้ย! ผมรีบเดินก้มหน้าลงบันไดไปชั้นล่างและจ้ำอ้าวให้ไกลที่สุด ไอ้แว่นตาเขนี่เกือบทำผมหัวคะมำแต่ถอดตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
กริชอยู่ที่นี่จริงๆ! ใจมันเต้นตูมๆ เกือบหัวใจวายคาบันไดแล้ว
อยู่ไม่ได้แล้ว! คว้ากระเป๋าได้ก็รีบวิ่งออกประตูหลังโรงเรียนทันที หัวใจมันเต้นสองจังหวะทั้งร้อนวาบและหนาววูบ ดีใจที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่แต่ก็กลัวเขาเห็นผม
กรูต้องอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหนกันวะ!? แค่หันหลังกลับไปทางโรงเรียนตอนนี้ยังไม่กล้าเลย อยากเจอโว้ยยย!!!
กว่าจะรู้สึกตัวขาก็พาผมมาเกือบถึงบ้านแล้ว (ขึ้นรถเมล์มาตอนไหนจำไม่ได้เลย[/img]
ผมเข้าตู้โทรศัพท์แล้วโทรหาเขา อยากเจอกริช แค่ได้ยินเสียงก็ยังดี
"สวัสดีครับ"
..
..
"นั่นใครน่ะครับ?"
"ต้นครับ"
"เฮ้ย! ต้นเหรอ" เสียงเขาดีใจมาก แค่นี้ผมก็ยิ้มแล้ว
"ต้นๆ ตรงนี้เสียงดังน่ะ เดี๋ยวผมหาที่เงียบๆแป๊บนะ อย่าวางหูนะ"
เสียงจอแจเหมือนคนหลายคนคุยกันอยู่ ผมพยายามนึกภาพว่าเขาคุยอยู่ตรงไหนคุยกับใคร เสียงคนเล่นบอลพลาสติกตะโกนโหวกเหวกแสดงว่าใกล้สนามบาส แต่คนคุยเหมือนปรึกษางานกันก็น่าจะเป็นบนโรงอาหารติดสนามบาสที่ตอนเย็นจะกลายเป็นลานบอล
ผมหลับตานึกภาพ...ผมกับเขานั่งอยู่ด้วยกันตรงนั้น โรงเรียนที่มีแค่เราสองคน
"อย่าวางหูนะต้น" เขาพูดย้ำเป็นระยะๆ เหมือนกลัวผมจะหลุดหายไปในอากาศ
"อ่า ตรงนี้เงียบละ"
"ครับ"..........แล้วจะพูดอะไรล่ะ
"ต้นสบายดีมั๊ย"
"....ไม่สบายครับ"
"ต้นเป็นอะไรน่ะ ป่วยเหรอ?" เสียงกริชจริงจังทันที ดีใจจังเขาเป็นห่วงผม
"โดนใครไม่รู้เสียบตั้งสองคืนอะ ฟ้าเหลืองเลย"
กริชหัวเราะชอบใจใหญ่ "อยากโดนอีกไหมล่ะ?"
"ไหวเร้อ? ถ้าสามคืนนายคงคลานไปโรงเรียนแน่ งานยุ่งด้วยไม่ใช่เหรอ?" .....ตายห่า ดันหลุดปากคำว่า 'งานยุ่ง'
"หมายถึงเรียนหนักอะ ท่าทางนายเป็นเด็กเรียนนิ"
"อืม เรียนหนัก งานก็ยุ่งด้วย"
เขาเน้นคำว่างานจนผมใจแป้ว กริชเอะใจหรือเปล่า
ไม่น่ะในความเข้าใจของเขาผมเป็นแค่เด็กขายบริการเท่านั้นไม่มีตัวตนในโลกนักเรียนม.ปลายของเขา....ไม่มีตัวตน...
"ต้นเงียบไปเลยอะ เป็นไรรึเปล่า"
"เปล่าครับ....เพลียนิดหน่อย เดี๋ยวเราต้องไปทำงานแล้ว"
"เพิ่งห้าโมงเองนะ?"
"ขะ...เข้าเร็วจะได้โอทีน่ะ" ...อาชีพนี้มีโอทีมั๊ยวะ?
"อืม ขอโทษนะที่ทำให้นายเพลีย" คงไม่ใช่มุข เสียงเขาเศร้าๆ
"ผมอยากเจอต้นจริงๆ นะคืนนี้ไปหาที่ร้านได้มั๊ย? ไม่ต้องทำ...อย่างว่า...ก็ได้"
..
..
"รู้สึกปวดหัวแล้วล่ะ เดี๋ยวเราเข้าร้านไปลางานดีกว่า กริชอย่ามาเลยกลัวนายติดหวัดครับ"
"เหรอ?"
แล้วเราทั้งคู่ก็เงียบไปอีก
"ต้น"
"ครับ?"
"งั้นนอนพักเถอะ แล้วพรุ่งนี้ล่ะทำงานไหม?"
เวง!! จะมาหาให้ได้ใช่มั๊ยเนี่ย? ผมจะทำไงดีไม่น่าโทรหาเขาเลย
"กริชอายุยังไม่ถึงเข้าร้านไม่ได้หรอก"
"ขี้โกง นายก็ไม่ถึง 18 ยังทำงานนี้ได้เลย"
"น่าๆ อย่างอนนะครับ"
"พูดห้วนๆ แบบนี้ไม่หายงอนหรอก"
ผมมองซ้ายขวาก่อน ไม่มีคน "อย่างอนนะคร้าบพี่ชายสุดที่รักของผม"
กริชคงอมยิ้มแต่ผมสิหน้าแดงถึงหูแล้วมั้ง เกิดมาไม่เคยพูดแบบนี้เลยว้อยยยยย!
"แล้วผมจะติดต่อน้องชายสุดที่ร้ากกกได้ยังไงล่ะ?" (เท้าผมกระตุกเลย อยากเห็นหน้าแกตอนพูดประโยคนี้จริงๆ[/img]
"เดี๋ยวก็จะซื้อมือถือละครับไม่ต้องห่วง"
"ดีๆ ต้นมีมือถือแล้วโทรหาผมนะ"
"ครับๆ แค่นี้นะครับ" ผมรีบวางหูทั้งๆที่เสียดาย สามวันนี้ผมมุสาวาทาไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย ผมต้องหลอกลวงหลบหน้าเขาอีกนานแค่ไหน
...น้องชายสุดที่ร้ากกก....หน้าผมร้อนผ่าวใจเต้นแรง
ตอนที่ 12
เพื่อนคนนี้ที่เข้าใจ - 24 พ.ย. 2549
เรื่องยิ่งยุ่งเข้าไปทุกที ตอนนั้นไม่น่าบอกชื่อร้านไปเลย แล้วผมจะห้ามกริชไม่ให้ไปร้านนั้นได้นานแค่ไหน
ก็บอกความจริงซะจะได้คบกันเปิดเผย(ไม่ถึงกับเดินควงกันนะ[/img]
อย่างน้อยก็ไม่ต้องแกล้งเป็นเด็กขายน้ำอีก
ไม่สิ ตอนนี้ตรูไม่ได้ 'แกล้งทำ' แล้วนะ รับทั้งเงินทั้งนาฬิกามาแล้ว ตอนนี้ตรูขายบริการจริงๆเลยล่ะ ต่อให้คืนให้ไปกริชก็คงไม่เชื่อ ถ้าเขาไปบอกคนอื่นชีวิตผมคงพังหมดแน่
ที่สำคัญกริชจะคิดกับผมยังไง
ท่าทางขรึมๆภายนอกกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในมันสวนทางอย่างกับเป็นคนละคน ถ้าวันนึงเขารู้ว่าผมเป็นคนใกล้ตัวเขาจะยังรักผมหรือเปล่า......เอาตัวรอดไปวันๆก่อนเถอะ ผมแวะซื้อซิมอันใหม่มาใส่เครื่องแล้วกดโทรหาเขา
ตรู๊ด.......
ผมวางหู....ไม่รู้เพราะอะไร วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว เหนื่อยกับการเป็นคนสองคน มันไม่สนุกเลย
คนนึงเหมือนอยู่ในโลกมืด ไม่มีตัวตน แต่ได้พบกริช ได้รับความรักจากเขา
อีกคนอยู่ในโลกปกติ ใกล้เขาแค่เอื้อมแต่ต้องหลบๆซ่อนๆ
กริชไม่โทรกลับมาแต่ยังไงเขาก็ได้เบอร์ผมแล้ว เขาคงเดาออกนะว่าเป็นเบอร์ผม ผมเริ่มจะปวดหัวจริงๆละตอนนี้ คงเพราะความเครียดกับการใส่แว่นปวดตานี่ทั้งวัน
เช้าวันอังคาร...
การเดินเข้าโรงเรียนเหมือนทุกๆ วันกลายเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายยังกะลุยดงระเบิด ผมเกาะกลุ่มนักเรียนที่ลงรถเมล์มาพร้อมๆ กันเดินเข้าโรงเรียน
แค่นี้ความเครียดก็กินกบาลโทรมแย่แล้ว อีกนิดเดียวก็จะถึงบันไดตึก อยากกระโจนพรวดเข้าห้องเลยนะเนี่ย อาคารเรียนนี้มีแค่ชั้นม.2 ถึงม.4 ค่อนข้างปลอดภัยว่าจะไม่เจอกริชแน่ๆ
"ต้น!!!!!" จ๊ากกกกก!!! อ้าวไอ้เม้งนี่หว่า
"เป็นไรวะหน้าซีดเหมือนเห็นกรูเป็นผี?"
"มรึงเรียกชื่อกรูดังลั่นตึกแบบนั้นอีกทีได้เป็นผีสมใจแน่"
"อะไรของมรึง? แล้วจะให้เรียกสุดที่ร้ากกกกกกเหรอครับท่าน?" อุ๊ก! ยังกะโดนอัพเปอร์คัท!
"เอาเป็นว่าเดินถึงตัวกรูค่อยเรียกชื่อเบาๆละกัน"
"เออๆ มรึงแปลกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ กรูเป็นห่วงนะเว้ย ถามจริงเหอะเป็นอะไร?"
"กรู....." เมื่อคืนผมคิดแผนตบตาไว้เยอะแยะ แต่ผมเหนื่อยกับการโกหก
ผมกอดคอมันมากระซิบ เม้งเป็นเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดผมไม่อยากมุสากับมันอีกแล้ว
"กรูทำอะไรไม่ดีกับใครบางคนในโรงเรียนนี้ ตอนนี้กรูพยายามหลบหน้าเขาอยู่"
"เฮ้ย!"
"เบาๆดิวะ"
เม้งยังงงๆ "แล้ว...เขารู้จักมรึงไหม"
"คงไม่รู้จักหรอก อาจจำหน้าไม่ได้ด้วย"
มันทำหน้าเหมือนจะเล่นรายการยี่สิบคำถามต่อ
"เม้ง มรึงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกรู กรูไม่อยากพูดโกหกกับมรึงเพราะฉะนั้นมรึงอย่าซักกรูอีกเลยนะขอร้องล่ะ"
มันยังทำหน้าเม้งๆ ต่อ
"เออ ฟังแล้วงงๆ แต่กรูไม่ซักมรึงละท่าทางมรึงเครียดมากๆ เลย แต่ขออีกคำถามเดียวนะ"
"มรึงได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้"
"เริ่มอารมณ์ดีแล้วนี่หว่า"
"มีมรึงเข้าใจกรูก็ดีขึ้นมากละ จริงๆ"
"อืม มรึงไม่ได้ไปชกต่อย ปล้น จี้ ฆ่า ขายยาบ้า ใช้ยาเสพติดใช่มั๊ย?"ผมส่ายหัวเบาๆ "ไม่"
"เอองั้นกรูก็พอใจละ"
หลังคุยกับเม้งแล้วผมสบายใจจนแวบนึงคิดว่าจะเจอกริชตอนนี้ก็ไม่กลัวละ อย่างน้อยผมก็มีเพื่อนคนนึงที่ใส่ใจและเข้าใจผม....จะเข้าใจหรือเปล่าหว่า?
ช่วงพักเที่ยงผ่านไปอย่างราบรื่นราวกับกริชไม่อยู่ในโรงเรียน แต่ก็วางใจไม่ได้
"ต้น คืนนี้ไปกินเหล้าหอกรูมั๊ย" เม้งกระซิบถาม
"ก็ดีว่ะกรูเครียดมากๆเลยช่วงนี้"
"แล้วไม่ขายซีดีแล้วเหรอ"
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งกับเรื่องกริชจนลืมไปเลย วันพรุ่งนี้เป็นวันพุธซะด้วย 'วันเทศกิจ' แผงลอยที่สีลมจะเหลือนิดเดียวและไม่มีคนขายหนังโป๊ ถ้าจะไปซื้อก็ต้องคืนนี้แหละ "งั้นไปกินที่หอมรึงถึงสามทุ่มนะ จากนั้นกรูจะไปหาซื้อหนัง"
ผมนึกขึ้นมาได้ "เม้งมีหนังสือรุ่นปีที่แล้วไหม? กรูไม่ได้ซื้อไว้"
เมื่อวานหาแค่รายชื่อม.4 แต่ตอนนี้ผมผ่านไปแถวห้องสมุดไม่ได้ละไม่งั้นอาจแจ๊กพ็อตแตกอีก
"มีๆ"
เลิกเรียนปุ๊บเราสองเกลอเผ่นแน่บไปหอเจ้าเม้งทันที (เวลามีน้อยต้องรีบกินรีบเมา[/img]
หอมันอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ห้องเล็กๆ ไม่มีแอร์ บ้านเม้งอยู่ถึงฝั่งธนเลยมาเช่าหอ หอที่นี่ราคาถูกเลยมีแต่คนใช้แรงงานมาอยู่ ไม่มีใครมาสนใจนักเรียนม.ปลายขี้เมาอย่างเรา ผมถอดเสื้อแขวนไว้จะได้เย็นๆ ดื่มไปเปิดหนังสือรุ่นไป
..
..
..
..
"กรูมีเซ็กส์กับใครบางคนที่โรงเรียน"
"เหรอ"
"กรูเห็นมรึงอึดอัดก็เลยบอก แต่บอกได้แค่นี้แหละ"
เป็นเพราะเหล้าเข้าปากหรือผมไว้ใจเพื่อนคนนี้มากก็ไม่รู้จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากซะเอง
"แว่นมรึงนี่โคตรหลอนเลย เดินได้ไงวะกรูใส่ยังเวียนหัว"
"จำเป็นว่ะ"
"เอางี้ มรึงไปใส่เลนส์เปล่าสิ มันไม่มีผลกับสายตาจะได้ไม่มึน"
"ขอบใจนะ ลืมคิดไปเลย"
เปิดดูจนครบทั้งม.5 ก็ยังไม่เจอใครหน้าคล้ายเลย เป็นไปได้ไงวะหรือเขาเพิ่งเข้าปีนี้?
"เออแล้วเรื่องบาสล่ะมรึงเอาไง?"
ใกล้กีฬาสีแล้วครับ บรรดาสีต่างๆเริ่มดึงตัวคนเก่งๆไปเข้าสีตัวเอง (โรงเรียนนี้ใครจะลงกีฬาให้ทีมสีไหนก็ได้แต่ถ้าขึ้นเวทีเชียร์ต้องขึ้นสีตัวเองเท่านั้น[/img]
รายชื่อผมอยู่สีแดงแต่ไอ้เม้งอยู่สีเขียว ตอนม.3 ผมไปลงทีมสีเขียวกับไอ้เม้งทำให้รุ่นพี่สีแดงงอนนิดหน่อย แต่ปีนี้พวกเราต้องลงทีมม.ปลายซึ่งศักดิ์ศรีและชื่อเสียงมันใหญ่กว่ากันเยอะ รุ่นพี่ยังมาตื๊อผมบ่อยๆให้ลงช่วยสีแดง
"ไม่รู้ว่ะ แล้วทำไมมรึงไม่มาลงสีเแดงกับกรูล่ะ"
"ก็เหตุผลเดียวกับที่มรึงไม่มาสีเขียวนั่นแหละ"
"ก็.....คิดว่าคงลงสีเขียวกับมรึงนั่นแหละ กรูชอบเล่นคู่กับมรึง" เม้งยิ้มแฉ่ง
"มรึงเล่นแรง กรูอยู่ข้างเดียวกับมรึงกรูจะได้ปลอดภัย"
"โหปากไปลับที่ไหนวะกรูจะเอามีดที่บ้านไปลับบ้าง....เออจะสามทุ่มแล้วนะ"
"งั้นกรูไปล่ะ" ผมหยิบเสื้อยืดกางเกงยีนส์ในตู้มาเปลี่ยน เป็นเสื้อผ้าสำรองที่ผมทิ้งไว้ในหอเม้งเผื่อมานอนค้าง ส่วนชุดนร.ก็พับยัดกระเป๋าฝากมันไว้ที่นี่
"เม้งถามหน่อยสิ อีกสามเดือนโรงเรียนเราจะมีงานอะไรเหรอ?"
เม้งใช้รองเท้าแตะบินได้แทนคำตอบ
"เฮ้ย!อะไรว้า!"
"มรึงอะดิ คุยเรื่องกีฬาสีหยกๆ ยังจะถามอีกว่าอีกสามเดือนจะมีอะไร?"
ตอนที่ 13
ร้าน - 24 พ.ย. 2549
"เออแล้วไอ้ไก่มันจะทำไหม?"
"ยังไม่แน่เลย กรูว่ามรึงหาคนอื่นเหอะรอไอ้ไก่แบบนี้งานล่มพอดี"
"มันเชี่ยวที่สุดนี่หว่า อีกสามเดือนจะเริ่มแล้ว"
ผมคิดเรื่องที่กริชกับเพื่อนคุยกันเทียบกับที่เม้งพูด
"อีกสามเดือนก็กีฬาสีไง นี่มรึงตั้งใจจะลงแข่งไหมเนี่ย ศุกร์หน้าหมดเขตรับสมัครแล้วนะโว้ย!"
หรือกริชจะเป็นสต๊าฟกีฬาสี สีไหนล่ะ? จะสต๊าฟสีไหนมันก็มีโอกาสเจอนักกีฬาบ่อยทั้งนั้นแหละ ถ้ากริชเป็นสต๊าฟจริงผมก็ไม่ควรลงแข่ง แต่มันเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตม.ปลายของผมแล้ว.....ถ้าสอบเทียบแล้วเอ็นท์ติดน่ะนะ.......ทำไมชีวิตผมถึงวุ่นวายได้ขนาดนี้วะ รถไฟฟ้าใกล้จะถึงสถานีศาลาแดงแล้ว เออ! วันนี้ยังไม่ได้ใช้ซิมอันใหม่เลย เกือบสี่ทุ่มละกริชจะโทรหาบ้างไหม พอเปลี่ยนซิมแล้วเปิดเครื่องขึ้นอีกครั้งแหละ....
กริช โทรหาคุณเป็นจำนวน 76 ครั้ง
ตายห่าแล้วๆๆๆๆ ยังไม่ทันคิดว่าจะโทรกลับหาเขาดีมั๊ยมือถือผมก็ดังขึ้นอีก
"กริช ขอโทษนะเรา..เราปิดมือถือน่ะ"
"โต้น....โต้นใช่ม๊ายยย?" เอ๋อ!? ทำไมเสียงเขายานคางแบบนี้ เมาเหรอเนี่ย?
"กริช นายอยู่ไหนอะ เมาด้วยเหรอ?"
"โผม...อยู่ที่ร้าน" ......ร้าน....อย่าบอกนะว่า....
"โผมอยู่...ทไวไลท์ไง...ร้านของต้นอ่า.....ทามไมไม่มีใครรู้จักต้นเลย" ผมเซวูบ ตอนแรกนึกว่ารถไฟฟ้าตกรางแต่ดูเหมือนขาผมเองที่อ่อนแรงกระทันหัน
"กริชออกมาเดี๋ยวนี้เลย เกิดตำรวจจับจะทำไง"
"ผมม่ายไปไหนทั้งนั้น ผมอยากเจอนายนะ"
"เราอยู่ข้างนอกนี่แล้ว กริชรีบออกมา"
..
..
..
"โผมไม่ไปไหนทั้งน้าน ผมอยากเจอต้น ถ้านายไม่มาผมจะพังร้านละนะ!!" มันเริ่มโวยวาย
ตายห่าละทีนี้ ร้านเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยโว้ย! ถ้าเรื่องถึงตำรวจละจบเห่
"อย่าๆๆๆ จะไปหาเดี๋ยวนี้แหละครับ นั่งนิ่งๆ 15 นาทีห้ามทำอะไรทั้งนั้นนะ"
"หายใจก้อ...ไม่ด้ายเหรอ?" ว้อย! มุขแป้กๆ แบบนี้ขุดมาจากไหน -*-
"ต้น.."
"กำลังไปนี่แหละ ตอนนี้วิ่งลงสถานีมาละ" วิ่งหน้าตั้งละครับ คนมองกันใหญ่แล้ว
"....ต้นทำงานที่...นี่จริงๆ เหรอ?"
"จริงๆ แต่...แฮ่ก แฮ่ก...แต่วันนี้เราเข้าสาย" ผ่านหัวโค้งโรบินสัน สู้ตายโว้ยยย!!!
"ต้นนุ่งกางเกงในแบบนี้ทู้กวันเลยเหรอ..." อุ้ก!!! เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?
"เด็กที่นี้นุ่งแต่กางเกงในทุกคนเลยยย ต้นอายโผมใช่มั๊ยถึงม่ายอยากให้ผมมา"
"โต้น"
"หืม?" ผมเปลี่ยนเป็นเดินจ้ำๆ แทนเพราะไอ้คำว่านุ่งแต่กกน.นี่แหละ
"เมื่อวานโผมเจอ...."
"เจออะไรเหรอ...." พ่อแก้วแม่แก้วจ๋าอย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเล้ย
"เจอคนที่โรงเรียน....ท่าเดิน...คล้ายๆ ต้นเลย" ตูม!!!!!! ฟ้าถล่มเสียงแบบนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าต้องใช่แน่ๆ ใครมียาดมท่านเจ้าคุณ ขอด่วน!
"เหรอ...ดี...ดีใจจังกริชคิดถึงเราขนาดเห็นภาพหลอนแบบนั้น"
"ต้นทำงานที่นี่จริงๆใช่มั๊ย?"
"จริงดิ เนี่ยมาถึงหัวโค้งเข้าสุรวงศ์แล้ว" เห็นป้ายร้านเจ้ากรรมอยู่ตรงหน้าแล้วครับ
"ถ้าโต้นไม่ใส่กางเกงในแบบคนอื่นโผ้มคงไม่เชื่อแน่ๆ" ...ไม่เอายาดมละครับ ขอเครื่องปั๊มหัวใจแทน...
"โผมรักต้น รักสิ่งที่ต้นเปนนน ออกมาหาโผมน้า..."
ไอ้สิ่งที่มรึงรีเควสต์นั่นไม่ใช่สิ่งที่กรูเป็นเลยว้อย อ้าว! สายตัดไปละ เขาวางหูหรือแบตหมด? ทำไมมันไม่เมาพับหลับไปเลยจะจัดการง่ายกว่านี้ ผมหันรีหันขวางอยู่หน้าปากซอย เด็กเชียร์แขกหน้าร้านสองคนเหลือบมาเห็น
"น้องเป็นเพื่อนเด็กหนุ่มข้างบนนั่นรึเปล่า"
"ครับ"
"เขาเมาโวยวายมากเลย น้องรีบเอากลับบ้านไปเลยไป" เสียงเข้มเลยครับ สงสัยชงทีครึ่งกลม
"ไม่ได้อะครับ"
"อ้าวเฮ้ย! ไหงงั้นล่ะ?" โอ๊ย! จะมีใครในโลกเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้มั๊ยเนี่ย
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเดินออกมาจากร้าน ท่าทางเป็นผู้ใหญ่ "ป๋าปวดหัวจะแย่ อายุยังไม่ยี่สิบแน่ๆ ขืนตำรวจมาล่ะตะแลงแกงแหง"
ผมรีบตรงดิ่งเข้าไปหา 'ป๋า' ท่าทางคนๆนี้พอจะช่วยผมได้
"อ้าวแล้วนี่ใครอีกล่ะ? มีอะไรจ๊ะหนุ่มหน้ามน แค่คนข้างบนป๋าก็เข็ดฟันจะแย่" ผมรีบอธิบายแบบรวบรัดตัดตอนก่อนสถานการณ์จะบานปลาย
"ว๊าย!!!! อกอิแป้นจะแตกตาย ทำไมหนุ่ม ม.ปลายถึงอยากเป็นเด็กขายน้ำล่ะจ๊าาา"
ป๋าน่าเปลี่ยนเป็นอาม่ามากกว่า อาชีพก่อนคงเล่นลิเกพูดแต่ละประโยคมีคำคล้องจองตลอด
"เรื่องมันพามันอะครับ อาม่า เอ๊ย! ป๋าช่วยผมทีนะ"
"จะให้ช่วยยังไงล่ะ?"
ผมโน้มไปกระซิบ....
"ต๊ายยยยย!!!! อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดดดด!!!!!" (เสียงกรี๊ดของอาม่า เอ๊ย! ป๋าดังไปถึงสวนลุมเลยมั้งเนี่ย[/img]
มาต่อแว้วฮะ
ครบ 100 reply แล้ว มาแถม